นางปัญจปาปาหญิงขี้ริ้วขี้เหร่ที่ได้เป็นมเหสีของพระราชาถึง 2 เมือง
ในอดีตกาลนานมาแล้ว ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นในโลก เป็นช่วงว่างจากพระพุทธศาสนา แต่ยุคนั้นยังมีพระปัจเจกพุทธเจ้าอุบัติขึ้น
ขณะนั้นมีพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งกุฏิที่ท่านอาศัยมีรูโหว่ท่านจึงออกแสวงหาดินเหนียวไปอุดรูกุฏิของท่าน เมื่อท่านผ่านมาเห็นนางกุมารีนางหนึ่งกำลังขยำดินเหนียวอยู่ ท่านจึงถือบาตรเดินตรงไปหานางกุมารีนั้นเพื่อขอบิณฑบาตดินเหนียวใส่บาตรมาสักก้อน
นางกุมารีเห็นดังนั้นก็โกรธคิดว่า “สมณะพวกนี้ตอนเช้าเที่ยวเดินขอข้าวชาวบ้านชาวเมืองกินยังไม่พอ ตัวเรานี้สู้อุตส่าห์ไปขนดินเหนียวหอบหิ้วมานั่งขยำ กว่าจะได้ที่ก็ต้องขยำแทบมืองอเท้างอ สมณะนี้กลับมายืนเฝ้าจะขอดินที่เราขยำดีแล้วไปอีก ช่างไม่รู้จักไปหาเองเอาเสียเลย”
คิดดังนี้แล้วก็ค้อนควัก เชิดจมูก ปากบ่นอุบอิบพึมพัม เพื่อจะให้พระปัจเจกพุทธเจ้าล่วงรู้อาการว่านางไม่เต็มใจจะให้ จะได้ไปไปเสีย ฝ่ายพระปัจเจกพุทธเจ้าก็มีความเมตตา อยากจะโปรดนางกุมารีให้ได้ทำบุญ จึงแสร้งทำเป็นไม่ทราบอาการของนาง ยืนนิ่งเปิดบาตรรอรับการบริจาคของนางต่อไป นางกุมารีเห็นดังนั้นก็คิดว่า “ชะรอยสมณะองค์นี้ถ้าไม่ได้อะไรคงจะไม่ไปแน่” นางจึงโกรธกระฟัดกระเฟียดปั้นดินได้ก้อนหนึ่งก็โยนใส่บาตรโดยไม่เคารพ
"เอ้า เอาไป"
พระปัจเจกพุทธเจ้าเมื่อได้ดินเหนียวแล้วจึงให้ศีลให้พรแก่นาง แล้วนำดินเหนียวไปฉาบทาอุดช่องโหว่ที่ฝากุฎิ เพื่อกันลมกันฝนดังเดิม
กาลต่อมา เมื่อนางสิ้นชีวิตแล้วไปเกิดในตระกูลยากจน แถมรูปร่างหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่สุดพรรณนา มีอวัยวะทั้ง 5 ประการ คือ มือ เท้า ปาก ตา และ จมูกบิดเบี้ยวน่าเกลียด ชาวบ้านจึงเรียกนางว่า
ปัญจปาปา (ขี้เหร่ห้าแห่ง)
แต่ด้วยอานิสงส์การถวายดินเหนียวก้อนนั้นแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าก็มีผลอันยิ่งใหญ่ คือ ทำให้ร่างกายผิวพรรณของนางนั้นมีความนุ่มเนียนเรียบลื่นน่าสัมผัสเปรียบประดุจสัมผัสอันเป็นทิพย์ของนางฟ้า ใครถูกต้องนางจะติดใจไม่สามารถตัดใจจากนางได้ ด้วยผลบุญที่นางได้ถวายดินเหนียว ทำให้นางได้เป็นมเหสีของพระราชาถึง 2 พระองค์ คือ พระเจ้าพกะ และ พระเจ้าทีปาวาริกะ การที่นางได้เป็นมเหสีของพระราชาองค์แรกเนื่องจากพระราชาออกล่าสัตว์กำลังจะกลับเข้าเมืองจึงแวะพักที่หมู่บ้านนั้น ยืนทอดพระเนตรดูเด็กๆ เล่นซ่อนหากันอยู่ ปัญจปาปาซึ่งปิดตาควานหาเพื่อนๆ ที่หลบซ่อนคว้าพระกรพระราชาเข้า จึงร้องว่า "จับตัวได้แล้ว" พอเปิดตารู้อะไรเป็นอะไร จึงรีบวิ่งหนีไป
ส่วนพระราชาผู้ถูกจับพระกร ทรงรู้สึกซาบซ่านทั่วทั้งสรรพางค์กาย ทรงประหลาดพระทัยมากว่าหญิงคนนี้ช่างมีสัมผัสอันเป็นทิพย์ทำให้
เกิดความหลงใหลอะไรปานนั้น จึงทรงถามไถ่พวกเด็กๆ ว่านางเป็นใคร อยู่เรือนไหน?
เมื่อทรงทราบ จึงเสด็จไปขอลูกสาวพ่อแม่ของนางปัญจปาปา พ่อแม่ของนางนึกไม่ถึงว่าลูกสาวขี้ริ้วขี้เหร่ของตนจะเป็นที่สนใจของชายหนุ่มรุ่นใหญ่ท่าทางภูมิฐานเช่นนี้ จึงตกปากรับคำอย่างง่ายดาย
พระราชาอยู่กับนางเวลากลางคืนรุ่งเช้าก็หายไปอ้างว่าไปทำงานข้างนอก เย็นก็กลับ เหตุการณ์ดำเนินไปสักระยะหนึ่ง ทรงคิดจะหาทางนำนาง
เข้าไปยังพระราชวัง แต่เกรงจะได้รับการคัดค้านจากเหล่าเสนาอำมาตย์ เนื่องจากความขี้เหร่ของนางจะนำมาแต่งตั้งเป็นมเหสี ใครรู้เข้าก็คงจะหัวเราะเยาะในใจ
คืนวันหนึ่งพระราชาพระราชทานปิ่นมณีให้นาง เช้ามาก็หายไปตามเดิม พอตอนกลางวันมีตำรวจจากพระราชสำนักมาค้นหาสิ่งของมีค่าโดยอ้างว่าโจรขโมยมาจากพระราชวัง ค้นไปค้นมาไปพบปิ่นมณีเข้า จึงจับนางพร้อมพ่อแม่ไปชำระความ
นางกล่าวว่า นางมิได้ขโมย ปิ่นมณีนี้สามีให้มา เมื่อถามว่าสามีคือใคร อยู่ที่ไหน นางบอกแต่ว่าไม่ทราบ ทราบแต่ว่าเขามากลางคืน เช้าก็หายไป
แต่ถ้าได้จับแขนเขาจะรู้ทันทีว่าเป็นใคร
จากนั้นก็มีการพิสูจน์กันขึ้น คือ ให้ขึงม่าน แล้วนำชายทั้งหนุ่มและแก่มายื่นแขนให้นางจับอยู่นอกม่าน ผู้ที่ถูกนางปัญจปาปาจับก็ซาบซ่านทั้งทรวง
ไปตามๆ กัน แต่นางก็บอกว่าไม่ใช่สามีนางสักคน
พระราชาทรงคิดในพระทัยว่า "หรือเป็นเรา" ว่าแล้วก็ยื่นพระหัตถ์ผ่านม่านให้นางจับ ทันใดนั้นนางก็ร้องว่า "ใช่แล้วคนนี้คือผัวของข้า!" ความจริงก็เลยปรากฏขึ้น
นางถูกนำตัวเข้าวัง ได้รับอภิเษกเป็นมเหสีลำดับท้ายๆแต่เป็นที่โปรดปรานมาก โปรดปรานจนกระทั่ง พระราชาไม่เหลียวแลมเหสีอื่นเลย
ต่อมามีผู้อิจฉาใส่ร้ายนางว่าที่นางอัปลักษณ์ดังนี้คงเป็นยักษ์เป็นมารปลอมตัวมา พระราชาเชื่อจึงจับนางใส่เรือลอยน้ำไป นางลอยไปกับเรือ
จนไปเจอพระราชาองค์ที่ 2 กำลังประพาสท่องเที่ยว นางจึงร้องบอกว่านางคือมเหสีของพระเจ้าพกะ แล้วนางจึงออกอุบายให้พระราชาองค์ที่ 2 คือพระเจ้าทีปาวาริกะฉุดนางขึ้นจากเรือ
เมื่อมือสัมผัสมือพระเจ้าทีปาวาริกะก็เกิดหลงใหลในสัมผัสของนาง พานางไปแต่งตั้งเป็นมเหสี ฝ่ายพระเจ้าพกะหวนคิดถึงนางปัญจปาปาจนไม่เป็นอันกินอันนอน ต่อมาได้ข่าวว่านางมาอยู่กับพระเจ้าทีปาวาริกะ จึงยกกองทัพมาหวังจะชิงนางคืน ภายหลังได้ตกลงกันว่าจะแบ่งเวลาที่จะอยู่ร่วมกับนางปัญจปาปา นั่นคือนางปัญจปาปาจะอยู่กับพระราชาองค์ที่ 1 ช่วงหนึ่ง แล้วจึงย้ายไปอยู่กับพระราชาองค์ที่ 2 อีกช่วงหนึ่งเป็นเวลาเท่าๆ กันเหตุการณ์จึงสงบลง นางปัญจปาปาจึงเป็นมเหสีของพระราชา 2 เมืองได้ด้วยประการฉะนี้
เหตุใดนางจึงเกิดมาขี้ริ้วขี้เหร่ และเหตุใดคนขี้เหร่ปานนั้นจึงมีเสน่ห์แรงถึงขั้นแย่งชิงกัน?
นางให้ทานด้วยความโกรธ หน้านิ่วคิ้วขมวดจึงเกิดมาขี้เหร่
นางถวายดินเหนียวที่ตำละเอียดแก่พระปัจเจกพุทธผู้เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ จึงเกิดมามีผิวละเอียดมีสัมผัสเป็นทิพย์
การให้สิ่งของโดยไม่เคารพ ให้อย่างเสียไม่ได้ ให้เพื่อตะเพิดให้พ้นความรำคาญ ย่อมไม่เป็นมงคล
คือ ไม่เป็นเหตุให้ได้รับผลอันพึงปรารถนา
ซ้ำขออภัยค่ะ
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
รอยสักอมตะจากชั้นดินเยือกแข็ง: ถอดรหัสชีวิต "เจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งไซบีเรีย"
5 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
เผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี..งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69
เกิดเหตุไฟไหม้ตลาดจตุจักร
ปิดตำนานรัก"ปูเด๋อ" เผยฟางเส้นสุดท้าย เจอโลกอีกใบที่อดีตสามีซ่อนไว้ 29 ปี
นี่คือภาพของความสวยงามของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อมองมาจากนอกโลก
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
ผู้โดยสารฝรั่ง ขอให้คนขับไทยหยุดรถ ก่อนวิ่งไปนั่งอึบนเกาะกลางถนน
เมืองที่ค่าเช่าบ้านแพงที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
เปิดกรุสมบัติพิพิธภัณฑ์มิโฮ: ย้อนรอย "กริฟฟิน" สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ปกป้องแห่งอาณาจักรเปอร์เซีย
จุดยืนพรรคประชาชน: น้อมรับความพ่ายแพ้แต่ไม่น้อมรับการโกงเปิดรายชื่อ 10 เขต ยื่นขอนับคะแนนใหม่ทันที
ใบยานางคือส่วนประกอบของอาหารที่แม่ทำเกือบทุกอย่าง"อ่อมบอน อ๋อมหวาย"
"คั่วหมูใส่หัวสิไค" ใส่ตะไคร้หอมกรุ่นอย่างไรต้องลองคั่ว
ผลคะแนนกับการย้อนแย้งที่แตกต่าง "คะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์" เลือกตั้งปี 69
สีสันของการเดินทางเพื่อเห็นในเรื่องของสีสัน ทุกอย่างวางไว้อย่างเหมาะสมเรื่องราวที่เข้าใจสื่อความหมายได้อย่างละเอียดสร้างงาน
