หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประเทศไหนไม่ค่อยนิยมกินแมลง? เปิดโลกอาหารที่คนบางชาติเมินแมลง

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกินแมลงของผู้คนในแต่ละประเทศ แล้วอดคิดไม่ได้ว่า สิ่งที่คนไทยบางพื้นที่มองว่าเป็นของกินธรรมดา ๆ อย่างจิ้งหรีดทอด ตั๊กแตนทอด หนอนไม้ไผ่ หรือแมลงทอด กลับเป็นอาหารที่คนอีกซีกโลกหนึ่งเห็นแล้วอาจถึงกับส่ายหน้า


เรื่องอาหารนี่น่าสนใจตรงที่ว่า ไม่มีอะไรผิดหรือถูกไปเสียทั้งหมด
ของกินที่บ้านเราคุ้นเคย พอไปอยู่ต่างประเทศอาจกลายเป็นของแปลก ขณะเดียวกันอาหารบางอย่างที่ชาวต่างชาติกินกันเป็นเรื่องปกติ พอคนไทยเห็นก็อาจรู้สึกแปลกใจไม่แพ้กัน
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ระบุว่า การกินแมลงเป็นอาหาร หรือที่เรียกว่า entomophagy พบได้ในหลายประเทศ

โดยเฉพาะพื้นที่เขตร้อนและประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง ขณะที่ในโลกตะวันตก การตอบรับต่อการกินแมลงโดยทั่วไปยังค่อนข้างเป็นลบหรือไม่ใช่อาหารกระแสหลัก


ถ้าถามว่าประเทศไหนบ้างที่คนทั่วไปไม่ได้มีวัฒนธรรมกินแมลงเป็นอาหารประจำวัน รายชื่อที่เห็นภาพค่อนข้างชัดก็คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมถึงประเทศตะวันตกอีกหลายแห่งในยุโรป


แต่ต้องย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้หมายความว่าคนในประเทศเหล่านี้ “ไม่กินแมลงเลย” เพียงแต่แมลงยังไม่ได้กลายเป็นอาหารปกติที่คนส่วนใหญ่รับประทานกันเป็นกิจวัตรเหมือนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ หรือผัก

 


เริ่มจากสหรัฐอเมริกากันก่อน งานวิจัยที่ศึกษาความเต็มใจของผู้บริโภคชาวอเมริกันต่ออาหารที่มีส่วนประกอบของแมลงพบว่า อาหารประเภทนี้ยังไม่ได้รับความนิยมในตลาดผู้บริโภคทั่วไป และความคุ้นเคยกับการกินแมลงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับ


พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ สำหรับชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อย แมลงยังถูกมองว่าเป็น “สัตว์ที่อยู่รอบตัว” มากกว่า “อาหารที่อยู่บนจาน”


แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอเมริกาจะไม่มีคนกินแมลงเลย ปัจจุบันมีทั้งผู้ประกอบการ ร้านอาหาร และผู้สนใจอาหารทางเลือกที่พยายามนำแมลงมาใช้เป็นแหล่งโปรตีน เพียงแต่ยังถือเป็นอาหารเฉพาะกลุ่มมากกว่าอาหารที่อยู่บนโต๊ะอาหารของครอบครัวทั่วไป


แคนาดาก็มีภาพคล้ายกัน งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เมื่อเดือนมกราคม 2569 ระบุว่า การกินแมลงยังเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยหรือมีภาพลักษณ์ด้านลบในสังคมตะวันตก รวมถึงแคนาดา โดยการศึกษาผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์แมลงในมอนทรีออลจำนวน 252 คน พบว่า 44% เปิดใจต่อการกินแมลง แต่มีเพียง 27% ที่ยินดีนำแมลงมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำ และ 17% ที่ยินดีนำไปปรุงอาหารเองที่บ้าน


ตัวเลขนี้น่าสนใจ เพราะสะท้อนให้เห็นว่า “เปิดใจลอง” กับ “กินเป็นอาหารประจำ” เป็นคนละเรื่องกัน
บางคนอาจกล้าลองจิ้งหรีดทอดสักครั้งเพราะความอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปซื้อกินทุกสัปดาห์


ข้ามไปทางสหราชอาณาจักร ข้อมูลจากสำนักงานมาตรฐานอาหารของอังกฤษ หรือ Food Standards Agency พบว่า การบริโภคแมลงในประเทศยังมีข้อมูลไม่มากนัก และจากการสำรวจผู้บริโภคในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ มีเพียง 26% ที่บอกว่ายินดีลองกินแมลง

ขณะที่ 60% ไม่ต้องการลองหากเป็นแมลงทั้งตัว


ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะเมื่อเปลี่ยนจาก “เห็นแมลงทั้งตัว” มาเป็นการนำแมลงไปบดหรือแปรรูป ผู้บริโภคบางส่วนกลับเปิดใจมากขึ้น


ข้อมูลเดียวกันพบว่า 37% ยินดีลองแมลงที่บดแล้วนำไปผสมในอาหาร เช่น ขนมปัง เบอร์เกอร์ หรืออาหารที่เติมโปรตีน ขณะที่การกินเป็นตัว ๆ ได้รับความสนใจน้อยกว่า


พูดกันตรง ๆ ก็คือ หลายคนอาจไม่ได้รังเกียจ “โปรตีนจากแมลง” เสียทีเดียว แต่ติดอยู่ที่ความรู้สึกว่า ต้องเห็นตัวแมลงก่อนกิน


ถ้าบดจนมองไม่ออกว่าเป็นแมลง ความรู้สึกก็อาจเปลี่ยนไป


ส่วนออสเตรเลียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะแม้จะมีวัฒนธรรมอาหารพื้นเมืองของชนเผ่าอะบอริจินที่มีการกินแมลงบางชนิด เช่น หนอนที่อาศัยอยู่ในไม้ มดน้ำผึ้ง และผีเสื้อกลางคืนบางชนิด แต่สำหรับชาวออสเตรเลียโดยทั่วไป การกินแมลงไม่ได้เป็นอาหารประจำวัน และมักเกิดขึ้นในลักษณะของการลองหรือเป็นอาหารแปลกใหม่มากกว่า


งานวิจัยหนึ่งสำรวจผู้บริโภคออสเตรเลีย 820 คน พบว่า 68% เคยได้ยินเรื่องการกินแมลง แต่มีเพียง 21% ที่เคยกินแมลงมาก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการรู้จักกับการกินแมลงไม่ได้แปลว่าจะกินเป็นเรื่องปกติ


นิวซีแลนด์ก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน แม้จะมีแมลงพื้นเมืองบางชนิดที่มีประวัติการบริโภคในวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ในภาพรวมอาหารที่ทำจากแมลงยังไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่รับประทานเป็นประจำ งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2569 พบว่าความคุ้นเคยกับแมลงที่กินได้และประสบการณ์เคยกินมาก่อน มีความสัมพันธ์กับความเต็มใจที่จะลองกินในอนาคต


เมื่อมองกลับมายังยุโรปก็จะเห็นภาพที่น่าสนใจเช่นกัน


ปัจจุบันหลายประเทศในยุโรปเริ่มเปิดตลาดให้ผลิตภัณฑ์จากแมลงมากขึ้น แต่การที่กฎหมายอนุญาตให้ขายไม่ได้หมายความว่าคนยุโรปจะหันมากินแมลงเป็นอาหารประจำวันทันที

สหภาพยุโรปจัดแมลงที่ไม่เคยมีประวัติการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญก่อนปี 2540 ไว้ในกลุ่ม “อาหารใหม่” หรือ Novel Food ซึ่งต้องผ่านกระบวนการอนุญาตก่อนวางจำหน่าย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปมีการอนุมัติแมลงบางชนิดสำหรับใช้เป็นอาหารภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น ในเดือนมกราคม 2568 คณะกรรมาธิการยุโรปอนุญาตผงตัวอ่อนด้วงหนอนนก หรือ Yellow Mealworm ที่ผ่านการฉายรังสียูวีให้ใช้เป็นอาหารใหม่ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด


เรื่องนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ยุโรปไม่ได้ปิดประตูใส่อาหารจากแมลง แต่ก็ยังต้องผ่านทั้งเรื่องความปลอดภัย กฎระเบียบ และการยอมรับของผู้บริโภค
มีข้อมูลสำรวจผู้บริโภคในยุโรปจากเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดน โปแลนด์ และเบลเยียม

ซึ่งพบว่าความสนใจในผลิตภัณฑ์อาหารที่มีแมลงเพิ่มขึ้น แต่การบริโภคก็ยังอยู่ในช่วงของตลาดที่กำลังพัฒนา ไม่ได้หมายความว่าแมลงกลายเป็นอาหารหลักของคนยุโรปแล้ว


ดังนั้น หากจะถามว่า “ประเทศไหนไม่กินแมลง” คงตอบแบบฟันธงไม่ได้
แต่ถ้าถามว่า “ประเทศไหนที่การกินแมลงยังไม่ใช่วัฒนธรรมอาหารหลัก?” คำตอบจะชัดเจนกว่า


สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นตัวอย่างที่มีข้อมูลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการกินแมลงยังไม่ใช่เรื่องปกติของประชากรส่วนใหญ่ ขณะที่ประเทศตะวันตกในยุโรปอีกหลายแห่งก็อยู่ในลักษณะใกล้เคียงกัน แม้ปัจจุบันตลาดอาหารจากแมลงจะเริ่มมีมากขึ้นก็ตาม


สิ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจที่สุดก็คือ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับว่าแมลง “อร่อยหรือไม่อร่อย” เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมที่คนเราเติบโตมาด้วย


ถ้าเด็กคนหนึ่งเติบโตมาในบ้านที่พ่อแม่พาไปตลาดแล้วซื้อจิ้งหรีดทอด ตั๊กแตนทอด หรือหนอนไม้ไผ่มากินเป็นของว่าง เด็กคนนั้นก็อาจมองแมลงทอดเหมือนกับที่เราเห็นหมูทอดหรือไก่ทอด


แต่ถ้าอีกคนหนึ่งเติบโตมาโดยถูกสอนมาตั้งแต่เล็กว่า แมลงเป็นสัตว์ที่อยู่ตามพื้น ตามต้นไม้ หรือเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อวันหนึ่งมีคนเอาจิ้งหรีดทอดมาใส่จานตรงหน้า เขาก็อาจรู้สึกไม่ต่างจากการเห็นของที่ไม่ควรอยู่บนโต๊ะอาหาร


นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเรื่องอาหารถึงเปลี่ยนความรู้สึกของคนได้มากขนาดนี้


ผู้เขียนเองมองว่า คนไทยเราอาจคุ้นเคยกับการกินแมลงมากกว่าหลายประเทศ เพราะในบางภูมิภาคมีการกินแมลงเป็นส่วนหนึ่งของอาหารท้องถิ่นมานาน แต่ก็ไม่ควรเหมารวมว่าคนไทยทุกคนกินแมลง เพราะความชอบอาหารของแต่ละคนแตกต่างกันมาก
บางคนเห็นจิ้งหรีดทอดแล้วน้ำลายสอ
บางคนเห็นแล้วเดินหนี


บางคนกินได้เฉพาะตัวที่ทอดกรอบ ๆ
บางคนกินได้เฉพาะแมลงที่นำไปปรุงรวมกับอาหารอย่างอื่น


ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะอาหารไม่ได้มีแค่เรื่องโภชนาการ แต่มีเรื่องความเคยชิน ความทรงจำ ครอบครัว และวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า เรื่องนี้ทำให้เราเห็นอย่างหนึ่งว่า อย่าเอาความเคยชินของตัวเองไปตัดสินว่าคนชาติอื่นกินอะไรแปลกหรือไม่แปลก
สำหรับคนไทย แมลงทอดอาจเป็นของกินเล่น


สำหรับคนบางประเทศ แมลงอาจเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะนำขึ้นโต๊ะอาหาร
และในทางกลับกัน อาหารบางอย่างที่ชาวต่างชาติกินเป็นเรื่องธรรมดา คนไทยบางคนก็อาจไม่กล้ากินเหมือนกัน
สุดท้ายแล้ว ไม่มีอาหารชนิดไหนที่ทุกคนบนโลกจะชอบเหมือนกันหมด
สิ่งที่น่าสนใจกว่าการถามว่า “ใครกินแมลง ใครไม่กินแมลง” คือการได้เห็นว่า วัฒนธรรมสามารถเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจาก “ของกิน” ให้กลายเป็น “ของแปลก” ได้อย่างไร


ดังนั้น หากใครถามว่าประเทศไหนไม่ค่อยนิยมกินแมลง คำตอบที่ปลอดภัยและตรงกับข้อมูลที่สุดก็คือ ประเทศในโลกตะวันตกหลายแห่ง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งการกินแมลงยังไม่ใช่อาหารกระแสหลัก แม้จะเริ่มมีสินค้า ร้านอาหาร และผู้บริโภคบางกลุ่มเปิดใจมากขึ้นแล้วก็ตาม


ส่วนประเทศไทยนั้นถือว่าอยู่คนละภาพกับหลายประเทศตะวันตก เพราะการกินแมลงมีประวัติและวัฒนธรรมในบางพื้นที่มายาวนาน จนแมลงบางชนิดกลายเป็นทั้งอาหารและสินค้าที่พบเห็นได้ในตลาด


พูดกันง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่คนหนึ่งเห็นแล้วร้องว่า “กินเข้าไปได้อย่างไร?” อีกคนหนึ่งอาจตอบกลับอย่างสบายใจว่า
“ก็อร่อยดีนี่นา!”


และนั่นแหละครับ คือเสน่ห์ของเรื่องอาหารที่ทำให้โลกใบนี้มีสีสันกว่าที่เราคิด


แหล่งที่มาของข้อมูล :


องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) — ข้อมูลภาพรวมเรื่องการกินแมลงในโลก ระบุว่าการบริโภคแมลงพบได้มากในประเทศเขตร้อนและประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่ง ขณะที่การยอมรับในโลกตะวันตกโดยทั่วไปยังต่ำกว่า

 

สำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งสหราชอาณาจักร (Food Standards Agency) — ข้อมูลการยอมรับอาหารจากแมลงของผู้บริโภคในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ รวมถึงข้อมูลว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ในแบบสำรวจไม่ต้องการกินแมลงทั้งตัว

 

Scientific Reports / งานวิจัยผู้บริโภคในแคนาดา ปี 2569 — ศึกษาการยอมรับการกินแมลงของผู้ใหญ่ในแคนาดา และพบว่าการกินแมลงยังมีความไม่คุ้นเคยในสังคมตะวันตก

 

งานวิจัยผู้บริโภคสหรัฐอเมริกา — ศึกษาความเต็มใจรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของแมลง และพบว่าการกินแมลงยังไม่เป็นที่นิยมในตลาดผู้บริโภคสหรัฐฯ
งานวิจัยผู้บริโภคออสเตรเลีย — สำรวจผู้บริโภค 820 คน พบว่า 68% เคยได้ยินเรื่องการกินแมลง แต่มี 21% ที่เคยรับประทานแมลงมาก่อน สะท้อนว่าการกินแมลงยังเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มในหลายพื้นที่ของประเทศ

 

คณะกรรมาธิการยุโรป — ข้อมูลกฎระเบียบ Novel Food และการอนุญาตผลิตภัณฑ์จากแมลงบางชนิดให้วางจำหน่ายในสหภาพยุโรปภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 39 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน10 สถานที่ในไทยที่เหมาะกับการไปพักใจปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดคุ้นๆอยู่นะ “แคปชั่นเก่า” วัยรุ่นยุค90 เทียบกับยุคเจนวายรหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569แบตเตอรี่ AA / AAA จริง ๆ หมายถึงอะไร รหัสที่เราเห็นกันทุกวัน5 ต้นไม้ยอดฮิตที่เชื่อว่า “ไล่งู” แต่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างที่คิดจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านเลขเบิ้ลที่เคยออกบ่อยที่สุดในประวัติศาสตร์หวยไทย มีคู่ไหนบ้าง?"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
พระพุทธเจ้าในสายตาศาสนาอื่น ทำไมบางความเชื่อมองเป็นอวตาร ขณะที่บางกลุ่มมองเป็นศาสดาสมถะทำให้ใจสงบแต่ต้องเดินคู่ปัญญาจึงไปถึงนิพพานอยากเป็นคนน่าคบลองใช้สังคหวัตถุ 4 ในชีวิตประจำวันอกุศลวิตกดับได้ด้วยการเปลี่ยนสิ่งที่ใจจับ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!5 ต้นไม้ยอดฮิตที่เชื่อว่า “ไล่งู” แต่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างที่คิด"เคียงนา" ราคาที่ถือว่าคุ้มค่ามากบ้านในหนึ่งหลัง งดงามเหนือคาดเงาในกระจกมืด
ตั้งกระทู้ใหม่