หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พืชพรรณไม้น่าสนใจ : Red Spider Lily ดอกไม้ที่เหมือนแมงมุมสีแดง…

เขียนโดย dukedicknarak

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ทุ่งหญ้าและพื้นที่ชนบทบางแห่งในญี่ปุ่นจะเปลี่ยนสีไปอย่างน่าทึ่ง ไม่ใช่เพราะใบไม้บนต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงหรือส้ม แต่เป็นเพราะดอกไม้ชนิดหนึ่งพร้อมใจกันผลิบานขึ้นจากพื้นดิน จนเกิดเป็นพรมสีแดงสดที่สะดุดตาอย่างมาก

ดอกไม้ชนิดนี้คือ Red Spider Lily หรือ ดอกพลับพลึงแดง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lycoris radiata รูปร่างของมันแปลกตาจนเมื่อมองจากระยะไกล อาจทำให้รู้สึกเหมือนมีแมงมุมสีแดงจำนวนมากกำลังกางขาอยู่บนพื้น

แต่เมื่อมองเข้าไปใกล้ ๆ กลับพบว่าความจริงแล้วมันเป็นดอกไม้ที่มีรูปทรงละเอียดอ่อนและสวยงามอย่างน่าประหลาด

ดอกพลับพลึงแดงอยู่ในวงศ์ Amaryllidaceae เช่นเดียวกับพืชกลุ่มพลับพลึงหลายชนิด โดยเป็นพืชหัวใต้ดินที่มีวงจรการเจริญเติบโตค่อนข้างแปลกกว่าดอกไม้ทั่วไป

และสิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นที่สุดไม่ได้มีเพียงสีแดงสดหรือรูปร่างคล้ายแมงมุมเท่านั้น

แต่คือ ดอกกับใบของมันแทบจะไม่ปรากฏพร้อมกัน

เมื่อถึงช่วงปลายฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง หลังจากได้รับสัญญาณจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและสภาพแวดล้อม ก้านดอกจะพุ่งขึ้นมาจากหัวใต้ดินอย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่มีใบสีเขียวติดอยู่ด้วย

จากนั้นดอกสีแดงสดจะค่อย ๆ คลี่ออกบริเวณปลายก้าน

กลีบดอกที่โค้งย้อนกลับ และเกสรตัวผู้ที่ยาวเรียวแผ่ออกไปโดยรอบ ทำให้ดอกหนึ่งดูคล้ายสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่กำลังกางขาออก จึงเป็นที่มาของชื่อภาษาอังกฤษว่า Red Spider Lily หรือ “ลิลลี่แมงมุมแดง”

หากมองใกล้ ๆ จะเห็นรายละเอียดที่น่าสนใจมากขึ้น กลีบดอกไม่ได้เรียงตัวเป็นทรงดอกไม้แบบที่เราคุ้นเคย แต่มีลักษณะโค้งงอและพลิ้วออกด้านนอก ขณะที่เกสรยาวจำนวนมากยื่นออกมารอบ ๆ ทำให้ดอกไม้ดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

และเมื่อดอกไม้บานเต็มที่ สีแดงสดของมันก็สามารถทำให้พื้นที่สีเขียวโดยรอบเปลี่ยนบรรยากาศไปในทันที

แต่ความแปลกยังไม่จบเพียงเท่านี้

เมื่อดอกเริ่มโรย ก้านดอกจะค่อย ๆ เหี่ยวแห้งและหายไป หลังจากนั้นจึงถึงช่วงเวลาที่ใบของมันเริ่มงอกออกมาจากหัวใต้ดิน

ใบเหล่านี้มีสีเขียวและมีลักษณะเรียวยาว โดยจะเติบโตในช่วงฤดูหนาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ก่อนที่จะเหี่ยวกลับลงไปในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน

จากนั้นหัวใต้ดินก็จะเข้าสู่ช่วงพักตัว และเมื่อฤดูใบไม้ร่วงกลับมาอีกครั้ง ดอกไม้จะโผล่ขึ้นมาใหม่โดยไม่มีใบติดอยู่ด้วย

จึงเกิดเป็นวงจรที่ดูเหมือนว่า…

เมื่อมีดอก ก็แทบไม่มีใบ เมื่อมีใบ ก็แทบไม่มีดอก

ในญี่ปุ่นมีคำอธิบายลักษณะนี้ว่า “葉見ず花見ず” (ฮะมิสึ ฮะนะมิสึ) ซึ่งมีความหมายประมาณว่า “ไม่เห็นใบ ไม่เห็นดอก” หรือสื่อถึงธรรมชาติที่ใบกับดอกไม่ได้ปรากฏให้เห็นพร้อมกัน

ความแปลกของวงจรชีวิตนี้ทำให้ดอกพลับพลึงแดงมีสถานะพิเศษในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาช้านาน และมักพบขึ้นตามพื้นที่ชนบท ริมคันนา ริมแม่น้ำ หรือบริเวณใกล้สุสานและวัด

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เมื่อดอกพลับพลึงแดงจำนวนมากบานพร้อมกัน ภาพของดอกไม้สีแดงที่เรียงรายไปตามทุ่งนาและเส้นทางชนบทจึงกลายเป็นหนึ่งในภาพที่สะท้อนบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นได้อย่างโดดเด่น

แต่ในขณะเดียวกัน ดอกไม้ชนิดนี้ก็มีความหมายทางวัฒนธรรมที่ซับซ้อน เพราะในญี่ปุ่นมันมีชื่อเรียกพื้นถิ่นและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับความตายและการจากลาอยู่ด้วย

เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากสถานที่ที่มักพบพืชชนิดนี้ รวมถึงช่วงเวลาที่มันผลิบานในบริเวณที่มีความเกี่ยวข้องกับสุสานหรือสถานที่ทางศาสนา จึงทำให้ดอกไม้ชนิดนี้มีความหมายที่แตกต่างกันไปตามบริบท

อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมของธรรมชาติอย่างเดียว ดอกพลับพลึงแดงกลับเป็นพืชที่มีการปรับตัวที่น่าสนใจมาก

การที่มันแยกช่วงเวลาการเติบโตของใบและดอกออกจากกัน ทำให้พืชสามารถจัดสรรทรัพยากรที่เก็บสะสมอยู่ในหัวใต้ดินให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงของวงจรชีวิต

เมื่อถึงฤดูดอก มันสามารถส่งพลังงานที่สะสมไว้ไปสร้างก้านดอกและดอกได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการสร้างใบพร้อมกัน

หลังจากการออกดอกผ่านไป ใบจึงค่อยปรากฏขึ้นเพื่อทำหน้าที่สำคัญ นั่นคือการสังเคราะห์แสงและสร้างอาหารกลับไปสะสมไว้ในหัวใต้ดิน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลถัดไป

เรียกได้ว่า แม้เราจะมองเห็นเพียงดอกไม้สีแดงสวย ๆ ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน แต่เบื้องหลังกลับมีวงจรชีวิตที่ถูกกำหนดจังหวะไว้อย่างน่าสนใจ

และยังมีเรื่องหนึ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับดอกไม้ชนิดนี้ด้วย

พลับพลึงแดงมีสารพิษตามธรรมชาติ

โดยเฉพาะในส่วนหัวใต้ดิน ซึ่งมีสารกลุ่มอัลคาลอยด์ เช่น lycorine การรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้ ดังนั้นจึงไม่ควรนำหัวหรือส่วนต่าง ๆ ของพืชไปบริโภค แม้ว่าดอกของมันจะดูสวยงามและน่าดึงดูดก็ตาม

ธรรมชาติของดอกพลับพลึงแดงจึงมีทั้งความงดงาม ความแปลก และกลไกการดำรงชีวิตที่น่าสนใจซ่อนอยู่ในต้นเดียวกัน

ลองจินตนาการภาพในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง…

พื้นดินที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังดูธรรมดา จู่ ๆ ก้านดอกสีเขียวจำนวนมากก็พุ่งขึ้นจากพื้น และไม่นานนัก ดอกสีแดงสดก็เบ่งบานพร้อมกันเต็มพื้นที่

ไม่มีใบไม้สีเขียวมาบดบัง ไม่มีลำต้นขนาดใหญ่ มีเพียงก้านดอกเรียวยาวและดอกสีแดงที่แผ่กลีบกับเกสรออกไปรอบด้าน

มันดูคล้ายกับว่า แมงมุมสีแดงนับพันตัวกำลังคลานออกมาจากผืนดินพร้อมกัน

แต่เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนไป ภาพนั้นก็จะหายไปอีกครั้ง

ดอกไม้เหี่ยวลง ก้านดอกหายไป จากนั้นใบสีเขียวจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นแทนที่

จนเมื่อถึงฤดูร้อน ใบก็หายไปอีกครั้ง

เหลือเพียงหัวใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนดินอย่างเงียบ ๆ รอคอยเวลาที่เหมาะสมสำหรับการกลับมาออกดอกอีกครั้ง

นี่จึงเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของ Lycoris radiata ที่ทำให้ผู้คนจดจำมันได้ง่ายกว่าดอกไม้ทั่วไป

มันไม่ได้สวยเพราะมีดอกขนาดใหญ่หรือมีกลิ่นหอมที่สุด แต่สวยเพราะมันมีรูปร่างที่ไม่เหมือนใคร และมีวงจรชีวิตที่ราวกับเล่นซ่อนหากับมนุษย์

บางช่วงเวลา เราเห็นแต่ดอกโดยไม่มีใบ

บางช่วงเวลา เราเห็นแต่ใบโดยไม่มีดอก

และบางครั้ง สิ่งที่เราเห็นเป็นเพียงผืนดินธรรมดา ๆ โดยไม่รู้เลยว่า ใต้พื้นดินนั้นมีหัวของดอกไม้กำลังรอคอยฤดูกาลของตัวเองอยู่

ดังนั้น ดอกไม้ที่ดูเหมือน “แมงมุมสีแดง” จึงไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์ที่แปลกตาเท่านั้น

แต่มันยังเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการปรับตัวของพืช และเป็นดอกไม้ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ฤดูกาล และวัฒนธรรมของผู้คนได้อย่างงดงาม

เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง หากได้เห็นทุ่งสีแดงสดของพลับพลึงแดงในญี่ปุ่น อย่าเพิ่งมองมันว่าเป็นเพียงดอกไม้ประหลาดที่มีรูปร่างเหมือนแมงมุม

เพราะเบื้องหลังกลีบสีแดงเหล่านั้น คือเรื่องราวของพืชที่รู้จักจังหวะของตัวเองเป็นอย่างดี…

ออกดอกโดยไม่มีใบ ผลิใบหลังดอกโรย แล้วซ่อนตัวกลับลงไปใต้ดิน

รอจนถึงฤดูใบไม้ร่วงครั้งต่อไป…

ก่อนจะกลับมาเปลี่ยนผืนดินธรรมดาให้กลายเป็นทะเลสีแดงอีกครั้ง

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 เลขขายดีจำเนียรอ่อนนุช 1 ต.ค. 69! เช็กต่อทีละตัว เลขไหนโผล่ซ้ำจากข้อมูลหลายทางเลขธูปมาแรง อ.น๊อตตี้ งวด 1 ต.ค 69เลข 8 โผล่เกือบทุกสำนักจริงไหม? เปิดโพย “เลขเด็ดจากสำนักต่างๆ” งวด 1 ตุลาคม 2569 แล้วเลข 83 คือกระแสจริงหรือแค่ภาพลวงชื่อไม่เคยโกหก : “หนอง คลอง บึง ทุ่ง ลาด ลำ” รหัสเรื่องน้ำท่วมจากคนโบราณ1/10/69 เลขไหนตรงกันหลายสำนัก เทียบให้เห็นชัด 2 ตัวไหนซ้ำผลตรวจ B ยืนยัน “พิ้งค์ พิชฌามลณ์” พบฟูโรซีไมด์ เดินหน้าชี้แจง-อุทธรณ์ต่อ2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการอำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทยศาลสั่งจำคุกหนุ่มเจ็ตสกี 15 วัน ปรับ 5 พัน รอลงโทษ 1 ปี พร้อมริบเจ็ตสกี10 อันดับเลขขายดีบนแผงงวดนี้ 1/10/69 เลขไหนหมดเกลี้ยงอาลัย "ต๋อง วงทู" ตำนานดูโอ้ยุค 90 เสียชีวิตวัย 56 ปีทึ่งทั่วโลก : ไม้ที่กลายเป็น “อัญมณี” อายุ 225 ล้านปี ในสหรัฐอเมริกา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปีชื่อไม่เคยโกหก : “หนอง คลอง บึง ทุ่ง ลาด ลำ” รหัสเรื่องน้ำท่วมจากคนโบราณผลตรวจ B ยืนยัน “พิ้งค์ พิชฌามลณ์” พบฟูโรซีไมด์ เดินหน้าชี้แจง-อุทธรณ์ต่อเลข 8 โผล่เกือบทุกสำนักจริงไหม? เปิดโพย “เลขเด็ดจากสำนักต่างๆ” งวด 1 ตุลาคม 2569 แล้วเลข 83 คือกระแสจริงหรือแค่ภาพลวง6 เทคนิคพูดปฏิเสธคนให้เด็ดขาด โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุกกาบาตยักษ์ 60 ตัน…ที่ตกลงมาแล้ว “ไม่ทิ้งความเสียหายที่เป็นหลุมอุกกาบาต” เอาไว้ของยังมี แต่ทำไมกลับหัวสเปรย์แล้วพ่นไม่ออก? คำตอบอยู่ที่ “หลอดจุ่ม” ข้างในทึ่งทั่วโลก : ไม้ที่กลายเป็น “อัญมณี” อายุ 225 ล้านปี ในสหรัฐอเมริกาถ้ำที่ถูกปิดผนึกนานกว่า 20,000 ปี… กับ “เสียงของมนุษย์ยุคน้ำแข็ง”
ตั้งกระทู้ใหม่