หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

สุสานใต้ทะเลลึก 3,000 เมตร: เผยโฉมเรือในตำนาน “Endurance” หลังสาบสูญกว่าศตวรรษ

เขียนโดย dukedicknarak

 

ใต้ผืนน้ำอันมืดมิดของทะเลเวดเดลล์ (Weddell Sea) นอกชายฝั่งทวีปแอนตาร์กติกา มีซากเรือไม้ลำหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ที่ความลึกถึง 3,008 เมตร สภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยความมืด ความหนาวเย็น และแรงดันมหาศาล แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ หลังจากจมอยู่ที่นั่นมานานกว่า 100 ปี เรือยังคงตั้งอยู่บนพื้นทะเลในสภาพที่สมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง ชื่อ “ENDURANCE” บริเวณท้ายเรือยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ราวกับว่ากาลเวลาไม่อาจลบเรื่องราวของมันออกไปได้

เรือลำนี้คือ Endurance เรือสำรวจของเซอร์ เออร์เนสต์ แชกเคิลตัน นักสำรวจขั้วโลกผู้มีชื่อเสียงในยุคแห่งการสำรวจแอนตาร์กติกา และเรื่องราวของเรือลำนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะเป็นซากเรือเก่าแก่ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในเหตุการณ์เอาชีวิตรอดที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์การสำรวจโลก

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1914 แชกเคิลตันนำคณะสำรวจออกเดินทางจากอังกฤษ โดยมีเป้าหมายอันทะเยอทะยานคือการเดินทางข้ามทวีปแอนตาร์กติกาจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง เรือ Endurance ซึ่งมีความยาวประมาณ 144 ฟุต หรือเกือบ 44 เมตร ทำหน้าที่เป็นพาหนะหลักของคณะสำรวจ โดยกัปตันแฟรงก์ เวิร์สลีย์ (Frank Worsley) เป็นผู้รับผิดชอบด้านการเดินเรือ

แต่เมื่อเรือเดินทางเข้าสู่ทะเลเวดเดลล์ สภาพอากาศและน้ำแข็งในทะเลกลับรุนแรงกว่าที่คาดคิด ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1915 Endurance ถูกน้ำแข็งทะเลจำนวนมหาศาลล้อมเอาไว้จนไม่สามารถเดินทางต่อได้ เรือถูกตรึงอยู่ท่ามกลางผืนน้ำแข็งเป็นเวลาหลายเดือน ขณะที่กระแสน้ำและการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งค่อย ๆ พาเรือเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ

สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อย ๆ เมื่อแรงดันของแผ่นน้ำแข็งเพิ่มขึ้นจนกระทำต่อโครงสร้างไม้ของเรืออย่างรุนแรง ตัวเรือถูกบีบและได้รับความเสียหายจนในที่สุดลูกเรือต้องละทิ้งเรือ และในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1915 Endurance ก็จมหายลงสู่ทะเลเวดเดลล์ ทิ้งตำแหน่งสุดท้ายที่กัปตันเวิร์สลีย์บันทึกไว้เป็นเบาะแสเพียงไม่กี่อย่างสำหรับคนรุ่นหลัง

แต่การจมของ Endurance ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวสิ้นสุดลง ตรงกันข้าม มันเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดครั้งใหญ่

สมาชิกคณะสำรวจทั้ง 28 คน รวมถึงแชกเคิลตัน ต้องใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นน้ำแข็งทะเลที่ลอยไปตามกระแสน้ำเป็นเวลาหลายเดือน พวกเขาต้องลากเรือชูชีพและสัมภาระไปกับตัว ขณะพยายามหาอาหารและหลีกเลี่ยงสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ จนในที่สุดเมื่อน้ำแข็งเริ่มแตกตัว พวกเขาจึงต้องลงเรือชูชีพและเดินทางฝ่าทะเลอันรุนแรงไปยัง Elephant Island ซึ่งเป็นเกาะห่างไกลและไม่มีผู้คนอาศัยอยู่

สำหรับแชกเคิลตัน การไปถึง Elephant Island ยังไม่ใช่จุดจบ เพราะเขารู้ดีว่าการรอคอยความช่วยเหลืออยู่ที่นั่นอาจหมายถึงการเสียชีวิตของทุกคน เขาจึงตัดสินใจเลือกคนจำนวนหนึ่งออกเดินทางด้วยเรือชูชีพ James Caird ข้ามมหาสมุทรระยะทางประมาณ 1,300 กิโลเมตรไปยังเกาะเซาท์จอร์เจีย เพื่อขอความช่วยเหลือจากสถานีล่าวาฬ

การเดินทางครั้งนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ท้ายที่สุดแชกเคิลตันและพวกก็สามารถเดินทางถึงเซาท์จอร์เจีย และเริ่มต้นภารกิจช่วยเหลือสมาชิกที่เหลืออยู่บน Elephant Island หลังจากความพยายามหลายครั้ง ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1916 ลูกเรือของ Endurance ทุกคนได้รับการช่วยเหลือกลับมาอย่างปลอดภัย ไม่มีสมาชิกของคณะสำรวจเสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือ Endurance อับปาง

เวลาผ่านไปนานกว่า 100 ปี แต่ตำแหน่งของ Endurance ยังคงเป็นปริศนา แม้กัปตันเวิร์สลีย์จะบันทึกพิกัดขณะที่เรือกำลังจมเอาไว้ แต่การค้นหาซากเรือในทะเลเวดเดลล์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่ดังกล่าวขึ้นชื่อเรื่องน้ำแข็งทะเลที่เคลื่อนตัวอย่างคาดเดาได้ยากและสภาพอากาศสุดขั้ว ความพยายามครั้งหนึ่งในปี 2019 ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

กระทั่งปี ค.ศ. 2022 ภารกิจ Endurance22 จึงกลับมาอีกครั้ง โดยมีนักสำรวจขั้วโลก จอห์น เชียร์ส (John Shears) เป็นหัวหน้าคณะสำรวจ และมีนักโบราณคดีทางทะเล เมนซุน บาวนด์ (Mensun Bound) รับหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจ ทีมงานใช้เรือตัดน้ำแข็งวิจัยของแอฟริกาใต้ S.A. Agulhas II พร้อมยานสำรวจใต้น้ำอัตโนมัติแบบ Sabertooth เพื่อค้นหาซากเรือที่อยู่ลึกลงไปหลายพันเมตร

และแล้วในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2022 สัญญาณจากโซนาร์ก็นำทีมไปพบวัตถุขนาดใหญ่บนพื้นทะเล เมื่อยานสำรวจเข้าไปตรวจสอบ ภาพที่ปรากฏก็ทำให้ทุกคนแทบไม่อยากเชื่อสายตา เพราะเบื้องหน้าคือเรือ Endurance ที่หายสาบสูญไปนานถึง 106 ปี โดยอยู่ห่างจากตำแหน่งสุดท้ายที่เวิร์สลีย์บันทึกไว้ประมาณ 6 กิโลเมตรเท่านั้น

สิ่งที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดไม่ใช่เพียงการค้นพบ แต่คือ สภาพของซากเรือ

ตัวเรือยังคงตั้งอยู่บนพื้นทะเล ส่วนของดาดฟ้า พังงาเรือ ราวบันได เสากระโดง และรายละเอียดต่าง ๆ ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ที่ท้ายเรือ ตัวอักษรโลหะคำว่า ENDURANCE และสัญลักษณ์ดาวขั้วโลกยังคงติดอยู่กับตัวเรือ เป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันตัวตนของเรือได้อย่างชัดเจน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ซากเรือรักษาสภาพได้ดีเช่นนี้คือสภาพแวดล้อมใต้ทะเลของแอนตาร์กติกา ทั้งอุณหภูมิที่ต่ำมาก ความมืด และระดับออกซิเจนที่ต่ำ ช่วยชะลอกระบวนการย่อยสลายของวัสดุอินทรีย์ โดยเฉพาะไม้ ทำให้ Endurance ยังคงรักษารูปร่างเดิมเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะผ่านเวลามากกว่าหนึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม

ทีมสำรวจยังไม่ได้ขึ้นไปนำซากเรือกลับมา เพราะ Endurance ได้รับการคุ้มครองในฐานะ Historic Site and Monument ภายใต้ระบบสนธิสัญญาแอนตาร์กติก การสำรวจจึงมุ่งเน้นไปที่การบันทึกข้อมูลโดยไม่สัมผัสหรือรบกวนซากเรือ

เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้ทีมสามารถสร้างบันทึกของเรือได้ละเอียดกว่าการสำรวจซากเรือแบบดั้งเดิม ยานสำรวจสามารถเก็บภาพความละเอียดสูง รวมถึงข้อมูลจากโซนาร์และเครื่องสแกนเลเซอร์ ก่อนนำข้อมูลจำนวนมหาศาลมาประมวลผลเป็นแบบจำลองสามมิติ โดยมีภาพถ่ายความละเอียด 4K ประมาณ 25,000 ภาพ ถูกนำมาใช้สร้างภาพโมเสกดิจิทัลของเรือทั้งลำ และสามารถสร้างแบบจำลองที่มีรายละเอียดสูงมากสำหรับการศึกษาทางโบราณคดีในอนาคต

วันนี้ Endurance จึงไม่ได้เป็นเพียงซากเรือที่จมอยู่ใต้ทะเลอีกต่อไป แต่กลายเป็นเหมือน แคปซูลเวลาของยุคแห่งการสำรวจขั้วโลก ทุกเสา ทุกเชือก ทุกบานประตู และทุกชิ้นส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ล้วนเป็นหลักฐานที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนซึ่งเคยออกเดินทางเข้าสู่ดินแดนที่โหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


 

 

 

 

กว่า 100 ปีหลังจากที่น้ำแข็งบดขยี้เรือจนจมหายไปในความมืด Endurance ได้กลับมาปรากฏต่อสายตาของมนุษย์อีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะเรือที่กำลังแล่นฝ่าทะเลน้ำแข็งเหมือนในภาพถ่ายของยุคแชกเคิลตัน แต่ในฐานะอนุสรณ์เงียบงันที่นอนอยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทร และกำลังบอกเราว่า บางครั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่รอวันที่เทคโนโลยีและความพยายามของมนุษย์จะพามันกลับขึ้นมาสู่แสงสว่างอีกครั้ง

ภาพประกอบสำหรับบทความ: ภาพซาก Endurance ใต้ทะเล ภาพท้ายเรือที่ยังเห็นคำว่า “ENDURANCE” ภาพพังงาเรือ และภาพประวัติศาสตร์ของเรือก่อนจม สามารถใช้ประกอบบทความได้อย่างดี โดยเฉพาะภาพจาก Falklands Maritime Heritage Trust / Endurance22 ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งภาพสำคัญของภารกิจค้นพบซากเรือครั้งนี้

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 96 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหนือคลองกวาดล้างยาเสพติด! รวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 76 เม็ด พร้อมเงินสด 1,760 บาทเปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูสภ.อ่าวลึกกวาดจับ 3 ผู้ต้องหา คดีลักทรัพย์-ยาเสพติด ยึดยาบ้า 422 เม็ด พร้อมไอซ์“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์ตำรวจทรายขาวบุกจับหนุ่มวัย 26 ปี คาห้องเช่าคลองพน ยึดยาบ้า 88 เม็ด แจ้งข้อหามีไว้เพื่อจำหน่ายย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นเปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?ตำรวจเกาะพีพีบุกค้นห้องพักโรงแรม รวบหนุ่มนครศรีฯ ยึดยาบ้า 152 เม็ด พบพฤติการณ์มีไว้เพื่อจำหน่ายชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50ตำรวจเกาะพีพีรวบหนุ่มวัย 44 ปี ค้ายาบ้า ยึดของกลาง 56 เม็ด แจ้ง 2 ข้อหา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีอำเภอติดทะเล เพียงอำเภอเดียว ภูมิศาสตร์ไทยที่หลายคนไม่รู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ยอดพระธาตุพนมถูกต่อเพิ่ม 10 เมตร ก่อนล้มทั้งองค์ในปี 2518บูรพาวิถี สะพานเดียว 55 กิโลเมตร สร้างจากก้อนคอนกรีตโดยไม่มีปูนเชื่อมรอยต่อ23 ตุลาคม วันปิยมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนสวดมนต์บาลีทั้งที่ไม่รู้คำแปล ทำไมยังใช้กันอยู่?
ตั้งกระทู้ใหม่