หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Foo Fighters ลูกไฟลึกลับที่บินตามเครื่องบินรบในสงครามโลกครั้งที่ 2

เขียนโดย ยายขี้บ่น

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คืนหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน 1944 เครื่องบิน Bristol Beaufighter ของฝูงบินขับไล่กลางคืนที่ 415 กำลังบินเหนือหุบเขาไรน์ใกล้เมืองสตราสบูร์ก ลูกเรือสามคนเห็นแสงสีส้ม 8–10 ดวงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอยู่ข้างปีก

พวกเขาตรวจเรดาร์บนเครื่องและสอบถามศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน แต่ไม่มีใครพบเป้าหมายอื่นบนท้องฟ้า เมื่อนักบินหันเครื่องเข้าไปหาแสงเหล่านั้น ลูกไฟกลับหายไป ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งในตำแหน่งที่ไกลออกไป หลายรายงานบอกว่ามันบินตามเครื่องบินอยู่หลายนาที แล้วหายวับไปโดยไม่ทิ้งร่องรอย

หลักฐานที่มีอยู่ยืนยันว่าลูกเรือหลายหน่วยรายงานแสงลึกลับจริง แต่ยังไม่มีหลักฐานระบุว่ามันเป็นอาวุธลับ ยานของมนุษย์ต่างดาว หรือวัตถุที่เคลื่อนที่เร็วกว่าแสง สิ่งที่มีอยู่คือคำบอกเล่าจากนักบินในภาวะสงคราม และชื่อเรียกที่ติดอยู่ในประวัติศาสตร์การบินว่า Foo Fighters

รายงานแรกที่ทำให้ชื่อ Foo Fighters ติดปาก

หลังเหตุการณ์แรก รายงานลักษณะใกล้เคียงกันเริ่มเพิ่มขึ้นในฝูงบินเดียวกัน นักบินบางคนเห็นแสงสีแดง บางคนเห็นสีส้ม สีเขียว หรือสีขาว บางครั้งมีเพียงดวงเดียว บางครั้งปรากฏพร้อมกันหลายดวงเป็นกลุ่ม รายงานบางฉบับระบุว่าลูกไฟบินอยู่ข้างเครื่องบินด้วยความเร็วราว 200 ไมล์ต่อชั่วโมง และเปลี่ยนทิศทางฉับพลันจนเครื่องบินไล่ตามไม่ทัน

ชื่อ Foo Fighters เชื่อมโยงกับคำว่า foo จากการ์ตูนอเมริกันเรื่อง Smokey Stover ซึ่งเป็นคำไร้ความหมายที่ตัวละครใช้เล่นคำ เจ้าหน้าที่เรดาร์ Donald J. Meiers แห่งฝูงบินที่ 415 ถูกยกให้เป็นผู้ทำให้ชื่อนี้แพร่หลายในกลุ่มนักบิน ก่อนที่สื่อจะนำไปใช้เรียกลูกไฟปริศนาที่ปรากฏเหนือสมรภูมิยุโรป

วัตถุเหล่านี้ไม่ได้ถูกตรวจพบด้วยเรดาร์ในหลายเหตุการณ์ นักบินจึงไม่แน่ใจว่ากำลังมองวัตถุจริง แสงสะท้อน หรือปรากฏการณ์บางชนิดที่เครื่องมือยุคนั้นตรวจจับไม่ได้

ฝ่ายตรงข้ามก็ระแวงว่าเป็นอาวุธ

นักบินฝ่ายสัมพันธมิตรไม่ได้มองลูกไฟเหล่านี้เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติทันที ความคิดแรกในสนามรบคือเยอรมนีอาจพัฒนาอาวุธลับที่สามารถติดตามเครื่องบินได้โดยไม่ส่งสัญญาณเรดาร์ ฝ่ายเยอรมันเองก็มีบันทึกคำบอกเล่าเกี่ยวกับแสงหรือวัตถุคล้ายกัน และมีรายงานว่าฝ่ายญี่ปุ่นพบสิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าด้วย

หลักฐานที่มีรายละเอียดชัดที่สุดยังมาจากเอกสารและคำให้การของนักบินฝ่ายสัมพันธมิตร ส่วนรายงานจากฝ่ายตรงข้ามมีข้อมูลกระจัดกระจายกว่า ความคล้ายกันของคำบอกเล่าไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกฝ่ายเห็นวัตถุเดียวกัน แต่อธิบายได้ว่าทำไมแต่ละกองทัพจึงสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจกำลังทดลองเทคโนโลยีใหม่

สิ่งหนึ่งที่พบซ้ำในรายงานคือ ลูกไฟไม่ได้เปิดฉากโจมตี ไม่ได้ยิงกระสุน และไม่ทำให้เครื่องบินเสียหาย นักบินบางคนพยายามไล่ตามหรือยิงใส่ แต่แสงเหล่านั้นกลับเปลี่ยนทิศทางหรือหายไป ความคิดเรื่องอาวุธลับจึงเกิดจากความไม่รู้ มากกว่าหลักฐานว่ามีการโจมตีจริง

ทฤษฎีไฟฟ้ามีจุดที่เข้ากันไม่ได้

หนึ่งในคำอธิบายที่ถูกเสนอคือ St. Elmo’s fire ซึ่งเป็นการคายประจุไฟฟ้าจนเกิดแสงพลาสมาเกาะตามปลายปีก ใบพัด หรือส่วนแหลมของเครื่องบินเมื่ออยู่ในสนามไฟฟ้าของบรรยากาศ ภาพลักษณะนี้อธิบายแสงเรืองบนตัวเครื่องบินได้ แต่ไม่ตรงกับคำบอกเล่าที่ว่ามีลูกไฟแยกออกไปบินข้างเครื่อง หักเลี้ยว และปรากฏขึ้นใหม่ในระยะไกล

Ball lightning ก็ถูกนำมาเปรียบเทียบเช่นกัน เพราะเป็นแสงทรงกลมที่พบได้ยากและยังอธิบายได้ไม่ครบทุกกรณี ทว่าไม่มีหลักฐานจากเหตุการณ์ Foo Fighters ที่ยืนยันว่าเป็นฟ้าผ่าลูกบอล หรือเป็น St. Elmo’s fire โดยตรง

คำบรรยายว่าลูกไฟเคลื่อนที่เร็วผิดมนุษย์หรือหักเลี้ยวเหมือนฝ่าฝืนกฎฟิสิกส์เป็นการประเมินจากสายตานักบิน ไม่มีการวัดความเร็วที่แม่นยำ และไม่มีข้อมูลใดพิสูจน์ว่ามันเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง ดังนั้นจึงควรใช้คำว่าเคลื่อนที่เร็วและเปลี่ยนทิศกะทันหันตามรายงาน มากกว่าจะยืนยันว่าเป็นการเดินทางเหนือแสง

สิ่งที่บันทึกได้ และสิ่งที่ยังหายไป

หลังสงครามมีการรวบรวมข้อมูลและสอบถามผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาวุธลับของเยอรมนี แต่ไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงลูกไฟกับโครงการอาวุธใดโดยตรง ต่อมาในปี 1953 คณะนักวิทยาศาสตร์ที่ CIA ตั้งขึ้นเพื่อประเมินปรากฏการณ์ทางอากาศก็ไม่ได้ออกข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่ามันคืออะไร

ข้อสรุปที่ตรงกับหลักฐานที่สุดคือ Foo Fighters เป็นชื่อเรียกกลุ่มรายงานแสงลึกลับจากนักบินในสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ใช่ชื่อยานที่ได้รับการยืนยัน รายงานเหล่านั้นมีจำนวนมากพอให้กองทัพต้องสนใจ แต่ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับระบุว่าเป็นอาวุธของฝ่ายใด ปรากฏการณ์ไฟฟ้า ลูกบอลสายฟ้า ภาพลวงตา หรือสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก

สิ่งที่ยังเหลืออยู่จึงไม่ใช่หลักฐานว่ามนุษย์ต่างดาวเคยเข้าร่วมสงคราม แต่เป็นบันทึกจากคืนมืดหลายคืนที่นักบินฝึกฝนมาอย่างดีมองเห็นแสงบางอย่างจริง และไม่มีใครในเวลานั้นหาคำอธิบายที่ปิดเรื่องได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนเสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลักเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนหนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับจังหวัดไหนพึ่งรถสองแถวมากที่สุด? เปิดข้อมูลจริง ก่อนสรุปว่าใครคืออันดับ 1เจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การลอบสังหารฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์เริ่มจากรถเลี้ยวผิดจริงหรือไม่นาซีเคลื่อนย้ายร่างฮินเดนบูร์กหนีแนวรบโซเวียตได้อย่างไรสตาลินในนาม Koba เกี่ยวข้องกับคดีปล้นรถม้าธนาคารทบิลิซีอย่างไรศึกคารานเซเบสเกิดอะไรขึ้นในคืนที่กองทัพออสเตรียแตกตื่น
ตั้งกระทู้ใหม่