หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมซิโม แฮย์แฮจึงเลือกศูนย์เล็งเปิดในสงครามฤดูหนาว

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ปลายปี 1939 แนวป่าคอลลาของฟินแลนด์เต็มไปด้วยหิมะสีขาวและอุณหภูมิราว -20 ถึง -40 องศาเซลเซียส ทหารคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ในหลุมหิมะ เฝ้ารอเป้าหมายจากกองทัพแดงโดยแทบไม่ขยับตัว กลางสภาพแวดล้อมแบบนี้ การยิงพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ตำแหน่งถูกเปิดเผยทันที

ทหารคนนั้นคือ ซิโม แฮย์แฮ พลซุ่มยิงของกองทัพฟินแลนด์ เขาใช้อาวุธหลักเป็นปืน M/28-30 ซึ่งติดเพียงศูนย์เล็งเปิด ไม่มีเลนส์ขยายแบบปืนสไนเปอร์สมัยใหม่ เหตุผลไม่ได้มาจากการขาดแคลนอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเลือกที่เหมาะกับหิมะ ความหนาว และการซ่อนตัวในสนามรบ

สงครามฤดูหนาวเริ่มขึ้นเมื่อสหภาพโซเวียตบุกฟินแลนด์วันที่ 30 พฤศจิกายน 1939 และจบลงในวันที่ 13 มีนาคม 1940 แฮย์แฮประจำอยู่กับกองร้อยที่ 6 ของกรมทหารราบที่ 34 ในสมรภูมิคอลล่า พื้นที่ซึ่งป่าทึบ เนินหิมะ และระยะมองเห็นสั้น กลายเป็นข้อได้เปรียบของคนที่รู้จักภูมิประเทศดีกว่า

ศูนย์เล็งเปิดทำให้เขาโผล่พ้นหิมะน้อยกว่า

กล้องส่องทางไกลบังคับให้ผู้ยิงยกศีรษะสูงขึ้นเพื่อจัดแนวสายตา แฮย์แฮจึงต้องเปิดเผยใบหน้าและหมวกมากกว่าเดิมเพียงไม่กี่เซนติเมตร ซึ่งเพียงพอให้พลซุ่มยิงฝ่ายตรงข้ามมองเห็นได้ อีกปัญหาคือเลนส์อาจเกิดฝ้าจากความเย็น และแสงแดดที่สะท้อนบนกระจกอาจกลายเป็นประกายบอกตำแหน่ง

ศูนย์เล็งเปิดไม่มีชิ้นเลนส์ให้ฝ้าจับหรือสะท้อนแสง ปืน M/28-30 ของเขายังมีศูนย์เล็งที่ปรับปรุงจากปืน Mosin-Nagant รุ่นทั่วไป แฮย์แฮฝึกกับอาวุธชนิดนี้มานานและคุ้นเคยกับระยะยิงของมัน เขาจึงเชื่อมั่นในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มากกว่าการเปลี่ยนไปใช้ปืนติดกล้องที่ไม่คุ้นมือ

การพรางตัวสำคัญกว่าจำนวนอุปกรณ์

แฮย์แฮสวมชุดพรางสีขาวจนกลืนไปกับพื้นหิมะ เขาออกจากที่พักก่อนฟ้าสาง ไปยังหลุมยิงที่เตรียมไว้ และนอนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เช้าจนหมดแสง การขยับตัวโดยไม่จำเป็นอาจทำให้หิมะยุบหรือทำให้เงาร่างผิดไปจากภูมิประเทศ

เขามักอัดหิมะด้านหน้าให้แน่น เพื่อใช้เป็นที่รองปืนและลดแรงกระจายของหิมะจากปากกระบอกปืนหลังยิง กระเป๋าของเขามีน้ำตาลกับขนมปังสำหรับเพิ่มพลังงาน ส่วนรูปร่างที่สูงประมาณ 160 เซนติเมตรช่วยให้ซ่อนตัวในหลุมตื้นได้ง่ายขึ้น

เรื่องที่ถูกเล่าซ้ำมากที่สุดคือการอมก้อนหิมะไว้ในปาก เพื่อลดไอน้ำจากลมหายใจที่อาจลอยขึ้นเหนือจุดซ่อนตัว แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเขาระบุว่าทริกนี้มีการใช้งานจริง แต่รายละเอียดว่าเขาทำทุกครั้งหรือทำตลอดเวลายังไม่มีหลักฐานร่วมสมัยเพียงพอ จึงควรเล่าในฐานะวิธีที่ถูกบันทึกไว้ ไม่ใช่กฎตายตัวของทุกภารกิจ

ตัวเลข 505 คนมีที่มา แต่ไม่ใช่ตัวเลขที่ไร้ข้อโต้แย้ง

ชื่อของแฮย์แฮมักถูกผูกกับยอดยิงทหารโซเวียต 505 คนภายในเวลา 98 วัน บางแหล่งขยับตัวเลขเป็น 542 คน ตัวเลข 98 วันมาจากช่วงเวลาที่เขาปฏิบัติการก่อนถูกยิงเข้าที่ใบหน้าเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1940 ไม่ใช่ระยะเวลาของสงครามฤดูหนาวทั้งหมด

เอกสารร่วมสมัยที่ถูกอ้างถึงบ่อยระบุยอดยิงด้วยปืนเล็กยาวไว้ 138 คนในวันที่ 22 ธันวาคม 1939, 199 คนในวันที่ 26 มกราคม 1940, 219 คนในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ และ 259 คนในวันที่ 7 มีนาคม หนึ่งวันหลังจากเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นว่าเขามียอดยิงสูงมากจริง แต่ยังไม่ยืนยันตัวเลข 505 หรือ 542 ได้แบบตรวจสอบครบทุกเป้าหมาย

บันทึกความทรงจำส่วนตัวของแฮย์แฮซึ่งเขียนหลังสงครามระบุว่าเขาประเมินผลงานของตนเองไว้ราว 500 คน ขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ฟินแลนด์ Risto Marjomaa เห็นว่ายอดที่ยืนยันได้อาจอยู่ที่มากกว่า 200 คน เพราะการตรวจสอบผู้เสียชีวิตในแนวรบที่เต็มไปด้วยหิมะทำได้ยาก

ข้อสรุปที่หลักฐานรองรับ

ซิโม แฮย์แฮใช้ศูนย์เล็งเปิดจริง และการตัดสินใจนั้นมีเหตุผลทางยุทธวิธีชัดเจน เขาไม่ต้องยกศีรษะสูงเท่าการใช้กล้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องฝ้า และลดโอกาสถูกแสงสะท้อนจากเลนส์ การพรางตัว ชุดสีขาว ความอดทน และความชำนาญกับปืน M/28-30 ทำให้เขากลายเป็นพลซุ่มยิงที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของศตวรรษที่ 20

ส่วนตัวเลข 505 คนควรเรียกว่าเป็นยอดที่ถูกยอมรับอย่างกว้างขวางในประวัติศาสตร์สมัยนิยม แต่ยังมีข้อถกเถียงจากเอกสารและนักวิชาการ ตัวเลขที่พูดได้อย่างระมัดระวังคือ เขายิงทหารโซเวียตได้มากกว่า 200 คนตามการประเมินแบบเข้มงวด และอาจอยู่ใกล้ 500 คนตามบันทึกของเจ้าตัวกับสถิติที่เล่าต่อกันมา

หลังถูกยิงเข้าที่กรามในเดือนมีนาคม เขาฟื้นขึ้นมาในวันที่สงครามยุติพอดี ใบหน้าทิ้งรอยแผลไปตลอดชีวิต แต่ชื่อของพลซุ่มยิงในชุดขาวยังคงอยู่คู่กับภาพปืนไร้กล้องและผืนหิมะของสมรภูมิคอลล่า

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 52 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันปฏิทินจีนมาแล้ว! เปิดเลขเด็ด 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มเลขสามตัว-สองตัว ส่องสถิติย้อนหลัง 2 งวดเจ๊ฟองเบียร์ 888 เปิดแนวทางเลขเด็ด งวด 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มเลขเด่นและชุดเน้น คอหวยห้ามพลาด!หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนเบตง อำเภอเดียวในไทยที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตนเอง และอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ มากที่สุดควายนำโชค สูตรใหม่มาแล้ว! เปิดโพยเลขเด็ด 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็ม 4 ชุด 2 ตัวเน้น ๆมหาวิทยาลัยไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุดแฟน ๆ แห่ร้องว้าว! "อั้ม พัชราภา" ลองของใหม่ที่จีน! เปิดโหมดช่างภาพแดนมังกร 5 นาทีได้เรื่อง !!เปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569อินฟลูหนุ่มที่ดังจากการซื้อลัมโบร์กินีด้วยเงินสด ขับรถเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กลิ่นตัวธรรมชาติดึงดูดใจได้มากกว่าน้ำหอมจริงไหมเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันเปิด 5 จังหวัดไทยที่มีแรงงานกัมพูชาทำงานมากที่สุด กรุงเทพฯ ครองอันดับหนึ่งคนโสดที่อยู่คนเดียว เมื่อเจ็บป่วยหรือไม่สบาย ใครจะเป็นคนดูแล? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจยังไม่เคยคิดส่องยอดเงินบริจาค “เบลล่า ราณี” ควักกระเป๋าช่วย “มูลนิธิองค์กรทำดี”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชีวิตเกษตรกรสวนกล้วย10ไร่ตั้งแต่เริ่มแรกถึงส่งออกนอกพระที่นั่งวิมานเมฆพระที่นั่งไม้สักทองอันยิ่งใหญ่มรดกสถาปัตยกรรมแห่งรัชกาลที่5ทำไมตุรกียอมเป็น 'ถังขยะของยุโรป' ? ประเทศรวยลดภาระ แทน แต่ชาวบ้านรับกรรมปราสาทบราน ป้อมปราการบนหน้าผาสูง กับตำนานแดร็กคูลาผู้โด่งดังไปทั่วโลก
ตั้งกระทู้ใหม่