หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เหตุใดอังกฤษจึงทาสีเรือรบเป็นลายซิกแซกในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

กลางทะเลที่คลื่นซัดแรง เรือรบลำหนึ่งกลับมองเห็นเด่นชัดด้วยลายสีดำ ขาว และเทาเป็นเหลี่ยมแหลมตัดกันทั่วลำ หลายคนอาจคิดว่านี่คือการพรางตัวที่ผิดวิธี เพราะเรือไม่ได้กลืนไปกับน้ำทะเลเลย กลับสะดุดตาจนคล้ายงานศิลปะสมัยใหม่

ลายดังกล่าวมีชื่อว่า Dazzle Camouflage หรือ Dazzle Painting เกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังเยอรมนีใช้เรือดำน้ำโจมตีเรือพาณิชย์ของฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างหนักตั้งแต่ปี 1917 อังกฤษเคยพยายามทาสีให้เรือกลมกลืนกับทะเลและท้องฟ้า แต่สภาพแสง คลื่น และสภาพอากาศเปลี่ยนตลอดเวลา ทำให้การซ่อนเรือด้วยสีพื้นไม่ใช่ทางออกที่ไว้ใจได้

ทางเลือกของนอร์แมน วิลกินสัน ศิลปินวาดภาพทะเลและนายทหารเรืออังกฤษจึงเปลี่ยนโจทย์จาก “ทำอย่างไรให้ศัตรุมองไม่เห็น” เป็น “ทำอย่างไรให้ศัตรูมองแล้วตีความผิด” เขาเสนอให้ใช้เส้นซิกแซก แถบสีตัดกัน และรูปทรงเรขาคณิตขนาดใหญ่ เพื่อทำลายเส้นขอบของเรือและรบกวนการประเมินทิศทาง ความเร็ว ขนาด และระยะห่าง

แบบจำลองในสตูดิโอถูกมองผ่านกล้องเพอริสโคป

ก่อนนำแบบไปทาสีบนเรือจริง ทีมงานสร้างเรือจำลองขนาดเล็กแล้ววางบนแท่นหมุน นักออกแบบจะสังเกตจากมุมต่าง ๆ ผ่านอุปกรณ์ที่จำลองการมองจากกล้องเพอริสโคปของเรือดำน้ำ หากลายทำให้แยกหัวเรือกับท้ายเรือได้ยาก หรือทำให้ดูเหมือนเรือกำลังแล่นคนละทิศ แบบนั้นจึงมีโอกาสถูกนำไปขยายเป็นแผนผังสำหรับเรือจริง

ลายแต่ละแบบไม่ได้วางตามขอบเรืออย่างเรียบร้อย บางเส้นพาดข้ามตัวเรือ ราวกันตก ปล่องควัน และโครงสร้างด้านบน เพื่อทำให้รูปทรงทั้งลำขาดออกจากกัน สีดำกับสีขาวช่วยเพิ่มความขัดแย้งทางสายตา ส่วนเส้นเฉียงบางชุดทำให้เกิดภาพคล้ายหัวเรือหรือคลื่นปลอม จนผู้สังเกตต้องใช้เวลาตัดสินใจว่าเรือกำลังเคลื่อนที่ไปทางใด

ศิลปินถูกดึงเข้ามาช่วยงานทหาร

เมื่อแนวคิดผ่านการทดลอง อังกฤษเริ่มใช้ Dazzle กับเรือพาณิชย์และเรือของกองทัพ ลวดลายมีลักษณะคล้าย Cubism และศิลปะแนวทดลองที่กำลังได้รับความสนใจในเวลานั้น แต่เป้าหมายหลักไม่ใช่การทำเรือให้สวยหรือทำให้เรือหายไปจากสายตา คนงานในอู่ต่อเรือได้รับแบบที่ออกแบบเฉพาะสำหรับเรือแต่ละลำ แล้วทาสีลงบนตัวเรือจริง

ภายในเดือนพฤศจิกายน 1918 มีเรือมากกว่า 2,300 ลำถูกทาสีด้วยแนวคิดนี้ แบบแผนของเรือแต่ละลำแตกต่างกันเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามจดจำรูปแบบเดียวแล้วใช้คาดเดาเรือลำอื่นได้ทันที อังกฤษยังนำแนวคิดไปใช้กับเรือรบบางส่วน ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ก็พัฒนาโครงการลักษณะใกล้เคียงกัน

เรือไม่ได้หายไปจากกล้องเพอริสโคป

ความเข้าใจที่ว่า Dazzle ทำให้เรือดำน้ำ “มองไม่เห็น” หรือทำให้ตอร์ปิโดพลาดทุกครั้งไม่ตรงกับหลักฐาน เรือยังเห็นได้ชัดจากระยะไกล ลายสีที่โดดเด่นอาจทำให้สังเกตเรือได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ จุดประสงค์อยู่ที่การทำให้ผู้บังคับการเรือดำน้ำคำนวณจุดยิงผิด

การยิงตอร์ปิโดต้องคาดการณ์ตำแหน่งของเรือในเวลาที่ตอร์ปิโดเดินทางไปถึงเป้าหมาย หากอ่านทิศทางเรือผิดเพียงเล็กน้อย จุดตัดระหว่างตอร์ปิโดกับเรือก็จะคลาดออกไป ลายที่ตัดกันบนหัวเรือ ท้ายเรือ และปล่องควันจึงมีหน้าที่ทำให้การตัดสินใจนั้นยากขึ้น ไม่ใช่สร้างเกราะป้องกันการระเบิด

การวิเคราะห์ของกองทัพเรืออังกฤษในปี 1918 ยังสรุปประสิทธิผลของ Dazzle ได้ไม่ชัด เพราะข้อมูลเกี่ยวข้องกับขนาดเรือ สีที่ใช้ ยุทธวิธี และสภาพการรบหลายตัวแปร บทความประวัติศาสตร์ของ TIME จึงประเมินว่าโครงการมีผลเพียงระดับจำกัด แม้กองทัพจะเดินหน้าต่อเพราะต้นทุนการทาสีไม่สูงและช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจ

หลักฐานสมัยใหม่อธิบายได้เพียงบางส่วน

งานวิจัยใน PLOS ONE ปี 2011 ทดลองรูปแบบลายต่าง ๆ กับการรับรู้ความเร็ว พบว่าลายซิกแซกและลายตารางที่มีความคมชัดสูงทำให้ผู้ทดลองประเมินความเร็วช้าลงประมาณ 7% ในเงื่อนไขการทดลองที่วัตถุเคลื่อนที่เร็ว แต่ผู้วิจัยระบุว่า เมื่อเทียบกับระยะการรบทางเรือ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าลายเหล่านี้ทำให้ความเร็วของเรือรบถูกพรางจนผิดพลาดในสนามรบจริง

ดังนั้น Dazzle Camouflage ไม่ใช่เสื้อคลุมล่องหนและไม่ใช่สูตรยิงแล้วพลาดทุกนัด มันเป็นการใช้ศิลปะกับจิตวิทยาการมองเห็น เพื่อบังคับให้ศัตรูต้องเดาทิศทางและตำแหน่งของเป้าหมายภายในเวลาไม่กี่วินาที ความสำเร็จของมันจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้เรือหายไป แต่อยู่ที่การทำให้คนที่กำลังเล็งเรือไม่มั่นใจว่าเห็นสิ่งใดอยู่ตรงหน้า

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 61 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?ทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการกิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทยทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มีเลขจดแจ้งแล้วปลอดภัยจริงไหม? สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อเครื่องสำอางออนไลน์7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
ตั้งกระทู้ใหม่