ความสุขบนความบอบช้ำ = ชัยชนะจอมปลอม
อักษราลัย
ในชีวิตมนุษย์ สิ่งที่น่าแปลกประหลาดคือ เรามักใช้เวลาอันแสนสั้นและจำกัดบนโลกใบนี้ไปกับการสร้าง "หอคอยแห่งชัยชนะ" ขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง หลายคนปรารถนาที่จะเด่นกว่า ดีกว่า ร่ำรวยกว่า และประสบความสำเร็จมากกว่าคนรอบข้าง ความทะยานอยากที่จะเป็นที่หนึ่งคอยขับเคลื่อนให้เราวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต แต่สิ่งที่น่าเศร้าและน่าหดหู่ใจที่สุดคือ บางครั้งเรากลับเลือกที่จะสร้างตึกของเราให้สูงขึ้น ด้วยการทุบทำลายหรือเหยียบย่ำตึกของคนที่เป็น "พี่น้องร่วมสายเลือด" ของเราเอง
เรามักเห็นภาพสะท้อนอันเจ็บปวดนี้ในวงสนทนาของเครือญาติยามที่มีงานรวมตัว วันที่ควรจะเป็นวันแห่งความอบอุ่นและการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ กลับกลายเป็นสนามรบเงียบ ๆ ที่ไม่มีอาวุธ มีเพียงคำพูดที่คอยทิ่มแทง เมื่อใครบางคนในครอบครัวพยายามป่าวประกาศความมั่งคั่ง ความสำเร็จ หน้าตาทางสังคม หรือความเหนือกว่าของตน พร้อมกับสาดคำพูดทับถม ถ้อยคำเปรียบเปรยที่จงใจทำร้ายจิตใจพี่น้องคนอื่นให้ญาติ ๆ ฟัง เพียงเพื่อจะซื้อเสียงปรบมือ สายตาชื่นชม และการยอมรับชั่วครั้งชั่วคราวจากคนรอบข้าง
ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ไฟแห่งชัยชนะนี้ลุกโชนขึ้น คือภาพของญาติ ๆ ที่หูเบา ฟังความข้างเดียว พากันเพลิดเพลินและเออออไปกับคำตัดสินนั้น ราวกับว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นความจริงแท้แน่นอน โดยไม่ได้หยุดคิดหรือมองเลยว่า ภายใต้คำเหล่านั้น มีความจริงกี่มากน้อยที่ถูกบิดเบือนไป และมีหัวใจของพี่น้องคนไหนบ้างที่กำลังหลั่งน้ำตาอยู่เงียบ ๆ
ภาพลวงตาของชัยชนะบนความบอบช้ำของสายเลือด มนุษย์เรามักเข้าใจผิดว่า การได้อยู่เหนือพี่น้อง การได้เป็นคนที่มีฐานะดีที่สุด เด่นที่สุด หรือได้รับการยกย่องที่สุดในครอบครัวคือชัยชนะที่แท้จริง แต่หากเราลองหยุดนิ่งแล้วพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไป ความสุขที่เกิดจากการข่มคนอื่นนั้นเป็นเพียง "ภาพลวงตา" ที่ไม่มีอยู่จริง มันเหมือนคนที่กำลังกระหายน้ำอย่างรุนแรง แล้วเลือกที่จะตักน้ำเดือดจัดขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย ยิ่งดื่มเข้าไปก็ยิ่งเผาไหม้ปากและลำคอ ยิ่งอวดอ้างก็ยิ่งโดดเดี่ยว เพราะลึก ๆ แล้ว คนที่ชอบพูดทับถมคนอื่นนั้นไม่ได้มีความมั่นใจในตัวเองอย่างที่แสดงออกเลย ตรงกันข้าม เขากำลังวิ่งหนีความกลัวอันมหาศาลอยู่ภายในใจ
ความกลัวนั้นคือ... กลัวที่จะไม่มีใครเห็นคุณค่า กลัวที่จะกลายเป็นคนไม่สำคัญ กลัวว่าถ้าไม่พูดข่มคนอื่นไว้ ตัวเองจะถูกลดทอนคุณค่าลงไป ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องใช้ความผิดพลาด ความล้มเหลว หรือความล่าช้าในชีวิตของพี่น้องมาเป็นฉากหลังอันมืดมน เพื่อขับเน้นให้ตัวเขาเองดูโดดเด่น สว่างไสว และงดงามขึ้นมาในสายตาของญาติพี่น้อง การเอาชนะกันในครอบครัวจึงไม่ใช่เรื่องของความสำเร็จที่แท้จริง แต่เป็นเรื่องของปมในใจที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา
ลองสังเกตดูธรรมชาติของต้นไม้ใหญ่ในป่าลึกเถิด ต้นไม้ที่แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างสง่างาม และมีอายุยืนยาวผ่านร้อนผ่านหนาวได้เป็นร้อย ๆ ปี ไม่ใช่ต้นไม้ที่พยายามแผ่ใบไปบังแสงแดดทั้งหมดเพื่อไม่ให้ต้นไม้รอบข้างได้เติบโต เพราะหากมันทำเช่นนั้น เมื่อพายุใหญ่พัดมา มันจะกลายเป็นต้นไม้โดดเดี่ยวที่ต้องรับแรงลมทั้งหมดจนหักโค่นลงในที่ืสุด แต่ต้นไม้ในป่าที่แท้จริงจะหยั่งรากลึกลงไปในดิน ผสานรากแก้วและรากฝอยเข้ากับต้นข้าง ๆ เกาะเกี่ยวกันไว้ใต้ผืนดิน เพื่อช่วยกันพยุงและค้ำยันในวันที่มรสุมและพายุฝนพัดกระหน่ำเข้าใส่
ชีวิตของมนุษย์เราก็ไม่ต่างกัน วิกฤตและความไม่เที่ยงของชีวิตไม่ได้เลือกว่าจะพัดกระหน่ำใส่บ้านของพี่หรือบ้านของน้อง วันใดที่ความเจ็บป่วยล่วงล้ำเข้ามา วันใดที่ความสูญเสียทางธุรกิจมาเยือน หรือวันใดที่มรสุมชีวิตซัดจนล้มลง คำชื่นชมเยินยอของญาติ ๆ ที่เคยหูเบาในวันนั้น... จะไม่มีความหมายและไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อยในยามยากลำบาก ญาติที่เคยปรบมือให้ในวันที่เราอวดอ้าง อาจเป็นคนแรก ๆ ที่เดินจากไปเมื่อเราหมดผลประโยชน์ และในวันนั้นสิ่งเดียวที่จะโอบอุ้ม ยื่นมือมาฉุดดึง และพร้อมจะแบกรับเราไว้ได้จริง ๆ อาจเป็น "มือของพี่น้อง" คนที่เราเคยพูดจาทับถมและเหยียบย่ำเขาไว้ในวันวาน
ส่วน "ญาติที่หูเบา" คนที่พร้อมจะเชื่อทุกคำบอกเล่าโดยไม่เคยตั้งคำถาม คนที่นิยมชมชอบการฟังเรื่องซุบซิบนินทาและตัดสินคนอื่นผ่านปากของบุคคลที่สาม การเป็นคนหูเบาในครอบครัวเปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านรับลมพิษเข้ามาทำลายความสามัคคี เมื่อญาติคนหนึ่งพูดว่าพี่คนโตแย่ น้องคนเล็กไม่ได้เรื่อง แล้วญาติคนอื่น ๆ พากันพยักหน้าเชื่อทันที สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความเข้าใจผิด แต่มันคือการสร้าง "กำแพงล่องหน" ขึ้นมาคั่นกลางระหว่างสายสัมพันธ์
การฟังความข้างเดียวแล้วรีบตัดสิน ทำให้กลายเป็นเครื่องมือในการทำลายจิตใจของคนดี ๆ บางครั้งพี่น้องคนที่ถูกทับถมอาจจะเป็นคนที่กำลังเสียสละที่สุดในบ้าน เขาอาจจะเป็นคนที่คอยก้มหน้าก้มตาดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วย คอยล้างท่อระบายน้ำ คอยซ่อมแซมบ้านหลังเก่า โดยที่ไม่ได้เอาเรื่องเหล่านี้ไปพูดอวดใคร เพราะเขาคิดว่ามันคือหน้าที่ของความรัก แต่เมื่อญาติพากันเชื่อคำพูดของคนที่เอาแต่อวดดี ความยุติธรรมในครอบครัวก็หมดไป คนที่ทำดีจะรู้สึกท้อแท้ ส่วนคนที่ทำตัวเด่นด้วยคำพูดก็จะยิ่งเหลิงอำนาจ
หัวใจที่เบาบางเหมือนปุยนุ่น ย่อมถูกพัดพาไปตามกระแสปากของคนได้ง่าย การเป็นญาติที่ดีจึงต้องมี "สติและปัญญา" เป็นเครื่องกรองคำพูด เมื่อได้ยินใครลุกขึ้นมาพูดจาเหยียบย่ำพี่น้องของตัวเอง แทนที่จะเออออห่อหมก ควรจะนิ่งเฉย หรือพูดเตือนสติด้วยความหวังดีว่า "ทุกคนต่างก็มีหนทางของตัวเอง ไม่มีใครดีกว่าใครหรอก" การทำเช่นนี้เป็นการดับไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่ให้ความริษยาลุกลามจนกลายเป็นการแตกแยกของตระกูล
คำถามสำคัญที่เราควรควักหัวใจออกมาถามตัวเองในวันนี้ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีเวลาอยู่บนโลกนี้อีกไม่กี่ปี ไม่ใช่คำถามที่ว่า "เราจะทำอย่างไรให้ญาติ ๆ มองว่าเราเก่งที่สุด หรือร่ำรวยที่สุด"
แต่คำถามที่แท้จริงคือ "เราจะใช้เวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ร่วมกันในฐานะพี่น้อง ให้มีความหมาย มีความอบอุ่น และปลอดภัยที่สุดได้อย่างไร"
ลาภ ยศ สรรเสริญ เงินทอง และคำป้อยอสรรเสริญจากญาติพี่น้องที่หูเบา เปรียบเหมือนเศษใบไม้แห้งที่ลอยมาตามกระแสลมในฤดูใบไม้ร่วง มันดูตื่นตาตื่นใจชั่วขณะที่มันปลิวว่อนอยู่บนอากาศ แต่สุดท้ายไม่นานมันก็ต้องตกสู่พื้นดิน กลายเป็นผงธุลีดินที่จะถูกพัดหายไปตามกาลเวลา แต่สายสัมพันธ์ ความรักอันบริสุทธิ์ และความจริงใจระหว่างพี่น้องต่างหากที่เป็นเนื้อแท้และแก่นสารที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์
ชีวิตที่งดงามและเปี่ยมสุขที่สุด ไม่ใช่ชีวิตที่ญาติทุกคนต้องกราบไหว้ชื่นชม ยอมสยบ หรือยกย่องว่าเราเก่งกาจเหนือใคร แต่คือชีวิตที่เรียบง่าย ทว่ามั่นคง ชีวิตที่เมื่อเราหันหลังกลับไปในวันที่มีปัญหาวิกฤต วันที่เราล้มหมอนนอนเสื่อ หรือวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้เรา แล้วเรายังคงเห็นพี่น้องเดินเข้ามาสวมกอดเรา นั่งลงข้างเตียง และพร้อมจะจับมือเราไว้ด้วยความรักที่ปราศจากคำริษยา ปราศจากเงื่อนไขทางเงินทอง หรือทิฐิมานะใด ๆ
จงใช้ช่วงเวลาในปัจจุบันนี้ ช่วงเวลาที่ทุกคนยังมีลมหายใจเข้าออก มีโอกาสที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด เลิกเอาชนะกันด้วยคำพูดที่เฉือดเฉือน เลิกตัดสินคนอื่นด้วยหูที่เบาบางและขาดสติ เปลี่ยนวงสนทนาที่เคยเป็นการทับถมอวดอ้าง ให้กลายเป็นการแสดงความห่วงใยและเกื้อกูลกัน รักกันให้เต็มที่ ดูแลกันให้เต็มที่ในวันที่ทำได้ ทำหน้าที่ของพี่น้องและญาติสนิทให้ดีที่สุด เพื่อให้คำว่า "ครอบครัว" ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำเรียกนามสกุลเดียวกัน แต่เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย ร่มเย็น และเป็นที่พักพิงใจสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ก่อนที่วันหนึ่ง... สายลมแห่งการจากลาจะพัดมาถึง แล้วเราจะไม่เหลือสิ่งใดให้ต้องนึกเสียดายหรือค้างคาใจต่อกันอีกเลย
เขียนโดย อักษราลัย
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
อาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
ดาหลา ดอกไม้กินได้ สู่พืชเศรษฐกิจ เปิดเบื้องหลังพันธุ์ใหม่ เจาะตลาดไม้ตัดดอก–ส่งออก
ถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัด
8 ท่อไอเสียรถแต่งแบรนด์ดังยุคก่อน ที่มือสองยังมีคนตามหา ราคาพุ่งกว่าของใหม่บางรุ่น
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
“เจอด่าน จบที่จับ” ตำรวจ-ฝ่ายปกครองอ่าวลึก กวาดล้างยาเสพติด รวบ 2 ราย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมฝนจึงอยู่กับระนองยาวนานกว่าหลายจังหวัดในไทย
ร่างกายมนุษย์มหัศจรรย์จริง แต่ 10 เรื่องดังนี้ไม่ได้จริงทั้งหมด
เปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!
ถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัด
“เจอด่าน จบที่จับ” ตำรวจ-ฝ่ายปกครองอ่าวลึก กวาดล้างยาเสพติด รวบ 2 ราย
เหตุใดเมืองตากจึงร้อนจัดจนแตะ 44.6 องศา
ฟันไม่ได้มีแค่ขาวกับเหลือง สีธรรมชาติซับซ้อนกว่าที่คิด



