หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ศิลปะแห่งการปล่อยวาง

เขียนโดย อักษราลัย

"ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากสิ่งนั้นจากไป แต่เกิดจากเราพยายามจับสายลมไว้ในกำมือ"

ชวนคุณมาฝึกฝน "ศิลปะแห่งการปล่อยวาง" เปลี่ยนความกลัวต่อการจากลา ให้กลายเป็นการเห็นคุณค่าของ 'ปัจจุบันขณะ' เพื่อที่จะได้รักให้เต็มที่ ดูแลให้เต็มที่ และวางลงได้อย่างเป็นสุขในวันที่สายลมแห่งความไม่เที่ยงพัดมาถึง

ศิลปะแห่งการปล่อยวาง
----------------------------------

ในชีวิตของมนุษย์เรา สิ่งหนึ่งที่ติดตามเรามาตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต คือสิ่งที่เรียกว่า "การจากลา" ไม่ว่าเราจะปรารถนาหรือไม่ ไม่ว่าเราจะรักและหวงแหนมันมากเพียงใด ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเราล้วนต้องเดินทางไปสู่จุดจบที่เรียกว่าความเสื่อมสลาย ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ยศถาบรรดาศักดิ์ คนที่เรารัก หรือแม้กระทั่งร่างกายที่เราทะนุถนอมไว้อย่างดีที่สุด

เรามักจะเข้าใจผิดว่า ความทุกข์เกิดจากการจากลา แต่หากพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไป ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากการที่สิ่งนั้นจากไป แต่มันเกิดจาก "การที่เราไม่ยอมรับความจริงว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง"

เรามักจะพยายามเกาะกุมสิ่งที่ไม่อาจเกาะกุมได้ เหมือนคนที่พยายามจับสายลมไว้ในกำมือ ยิ่งเราบีบแน่นเท่าไหร่ ลมก็ยิ่งหลุดลอยผ่านง่ามนิ้วไปเท่านั้น และในขณะที่มันหลุดลอยไป เรากลับรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสีย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว สิ่งนั้นไม่เคยเป็นของเราอย่างแท้จริงเลย

ลองสังเกตดูธรรมชาติรอบตัวเราเถิด ใบไม้ที่ผลิบานในฤดูฝน สุดท้ายต้องเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นในฤดูหนาว ก้อนเมฆที่รวมตัวกันเป็นรูปร่างสวยงามบนท้องฟ้า สุดท้ายก็ต้องสลายตัวไปตามกระแสลม ความไม่เที่ยงแท้เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อลงโทษมนุษย์ แต่เกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่ "สอน" มนุษย์ว่า ทุกสรรพสิ่งล้วนมี "กำหนดเวลา" ของมัน

การจากลาจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติของชีวิต แต่มันคือ "กฎเกณฑ์" อันสมบูรณ์แบบที่สุดของธรรมชาติ หากไม่มีการจากลา ก็จะไม่มีการเริ่มต้นใหม่ หากไม่มีความเสื่อม ก็จะไม่มีความเจริญงอกงาม

คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าเราจะป้องกันการจากลาได้อย่างไร เพราะนั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่คำถามคือ "เราจะใช้เวลาที่ยังอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณค่าที่สุดได้อย่างไร"

เมื่อเราตระหนักว่าทุกอย่างในโลกนี้ยืมเขามา ไม่ว่าจะเป็นคนรัก ลูกหลาน เพื่อนฝูง หรือแม้แต่ร่างกายนี้ เราจะเปลี่ยนท่าทีในการใช้ชีวิตทันที เราจะเลิกใช้เวลาไปกับการทะเลาะเบาะแว้ง เลิกใช้เวลาไปกับการยึดมั่นเอาชนะ หรือการถือทิฐิมานะ เพราะเราจะรู้ว่า สิ่งเหล่านี้ไม่มีความหมายใด ๆ ในวันที่สายลมแห่งความไม่เที่ยงพัดผ่านเข้ามา

การปล่อยวาง ไม่ได้หมายความว่าเราต้องกลายเป็นคนเฉยเมย หรือไร้ความรู้สึกต่อโลก การปล่อยวางคือ "การรู้จักถนอม"
เราถนอมทุกความรู้สึกในขณะที่ยังอยู่ด้วยกัน เราดูแลในขณะที่ยังทำได้ แต่ขณะเดียวกัน เราก็เตรียมใจไว้ล่วงหน้าเสมอว่า วันหนึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องเปลี่ยนแปลงไป

การเตรียมใจเช่นนี้ ไม่ใช่การแช่งชวนหรือมองโลกในแง่ร้าย แต่คือการสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ให้แก่จิตใจ เพื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องสูญเสีย เราจะได้ไม่แตกสลายไปกับสิ่งนั้น

ในวันที่เราต้องเผชิญกับความพลัดพราก ไม่ว่าจะเป็นการจากเป็นหรือจากตาย ขอให้ท่านจงน้อมนำความจริงข้อหนึ่งมาไว้ในใจเสมอว่า "ทุกอย่างในโลกนี้มีสถานะเป็นเพียงแขกผู้มาเยือน"

เมื่อเขามาถึง เราก็ทำหน้าที่ต้อนรับเขาอย่างดีที่สุด ให้ความรัก ให้ความเมตตา ให้ความเข้าใจ เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องจากไป เราก็เพียงแค่เปิดประตูหัวใจให้เขาได้เดินทางต่อไปตามทางของเขา การไม่ยื้อยุดด้วยความอาลัยอาวรณ์ที่เกินควร คือการแสดงความเคารพต่อกฎแห่งธรรมชาติอย่างสูงสุด

ชีวิตที่งดงามที่สุด ไม่ใช่ชีวิตที่ได้ครอบครองทุกอย่างไว้ในกำมือ แต่คือชีวิตที่สามารถก้าวผ่านทุกการสูญเสียไปได้ด้วยความสงบ การมีหัวใจที่ยืดหยุ่น ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที คือความมั่งคั่งที่ประเสริฐที่สุด

ขอให้ทุกท่านได้ตระหนักว่า... ลมหายใจที่ท่านกำลังหายใจอยู่นี้ ก็เป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้เช่นกัน สิ่งที่ผ่านไปแล้วเรียก...อดีต สิ่งที่ยังมาไม่ถึงเรียก... อนาคต สิ่งเดียวที่เป็นความจริงคือ "ขณะนี้"

จงใช้ขณะนี้ให้คุ้มค่าที่สุด รักให้เต็มที่ ดูแลให้เต็มที่ ทำหน้าที่ให้เต็มที่ เมื่อถึงเวลาต้องจากลา ท่านจะได้จากไปอย่างไม่มีสิ่งที่ค้างคาในใจ และสามารถวางทุกอย่างลงได้ด้วยความยิ้มแย้มและเบิกบาน

ขอให้ทุกท่านจงมีสติ รู้เท่าทันความไม่เที่ยง และมีความสุขอยู่กับการปล่อยวางอย่างเป็นสุขทุกเมื่อ เทอญฯ

เนื้อหาโดย: อักษราลัย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อักษราลัย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 33 ครั้ง
เขียนโดย อักษราลัย
อักษราลัย - ไม่ใช่เพียงนักเขียนนิยายหรือนักเขียนเรื่องสั้น แต่เป็นนักเล่าเรื่องที่ใช้ภาษาเพื่อสร้างชีวิต และใช้เรื่องราวเพื่อทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้กับคนอ่าน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตาเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุจังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยเที่ยว Nara Park ญี่ปุ่น ชมธรรมชาติและสถาปัตยกรรมสวยๆจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมตั้งใจซื้อแค่ชิ้นเดียวทำไมถึงได้ของกลับบ้านเต็มถุง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนจังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยเที่ยว Nara Park ญี่ปุ่น ชมธรรมชาติและสถาปัตยกรรมสวยๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุตั้งใจซื้อแค่ชิ้นเดียวทำไมถึงได้ของกลับบ้านเต็มถุงอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
ตั้งกระทู้ใหม่