ต่างชาติแห่เที่ยวไทยทะลุ 21 ล้าน เงินสะพัด 1 ล้านล้าน! เปิด 5 ชาติเที่ยวไทยสูงสุด
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยล่าสุดแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะตัวเลขที่ออกมานั้นสะท้อนภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้หลายมุมกว่าที่เห็นจากพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 5 กันยายน 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศสะสมแล้ว 21,280,409 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 1,040,385 ล้านบาท หรือมากกว่า 1 ล้านล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวถือว่าไม่น้อยเลย เพราะหมายความว่าในช่วงเวลาเพียง 8 เดือนเศษ ประเทศไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาได้มากกว่า 21 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านล้านบาท
แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกชั้น จะพบว่าภาพไม่ได้มีแต่ด้านบวกทั้งหมด เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมดังกล่าว ลดลง 3.12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
นี่จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะคำว่า “นักท่องเที่ยวทะลุ 21 ล้านคน” ฟังดูเป็นข่าวดีอย่างมาก แต่ตัวเลขที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนก็เป็นสัญญาณว่า การท่องเที่ยวไทยยังมีโจทย์ที่ต้องรับมืออีกหลายด้าน
และเมื่อแยกดูเป็นรายประเทศก็ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นว่า ตลาดต่างชาติของไทยในปีนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เปิด 5 ชาติเที่ยวไทยสูงสุด ใครมาไทยมากที่สุด?
ข้อมูลล่าสุดระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 5 กันยายน 2569 พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
อันดับ 1 จีน 3,597,054 คน
จีนยังคงเป็นตลาดต่างชาติที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยสะสมมากที่สุด โดยมีจำนวนเกือบ 3.6 ล้านคน
แม้ในช่วงสัปดาห์ล่าสุดตลาดจีนจะชะลอตัวลง แต่เมื่อมองภาพรวมตั้งแต่ต้นปี จีนยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน
อันดับ 2 มาเลเซีย 2,708,761 คน
ตลาดเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียยังคงมีความสำคัญอย่างมากต่อการท่องเที่ยวไทย ด้วยยอดสะสมกว่า 2.7 ล้านคน
ข้อได้เปรียบสำคัญของตลาดนี้คือระยะทางไม่ไกล และนักท่องเที่ยวมาเลเซียสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ทั้งทางอากาศและทางบก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่มีความเชื่อมโยงด้านการเดินทางและการค้ากับมาเลเซียมาอย่างยาวนาน
อันดับ 3 อินเดีย 1,566,152 คน
ตลาดอินเดียยังคงเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ที่น่าจับตา โดยมียอดสะสมมากกว่า 1.56 ล้านคน
ที่สำคัญ ในสัปดาห์ล่าสุดนักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากสัปดาห์ก่อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงวันหยุด Janmashtami Day หรือวันคล้ายวันประสูติของพระกฤษณะ ทำให้เกิดช่วงวันหยุดต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์
อันดับ 4 รัสเซีย 1,192,571 คน
รัสเซียยังคงติดอยู่ในกลุ่มตลาดหลักของประเทศไทย ด้วยจำนวนสะสมมากกว่า 1.19 ล้านคน
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดระยะไกลยังคงมีบทบาทต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แม้ในช่วงล่าสุดตลาดระยะไกลจะอยู่ในช่วงพักตัวหลังผ่านพ้นฤดูท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของยุโรป
อันดับ 5 เกาหลีใต้ 781,467 คน
เกาหลีใต้เป็นอีกตลาดสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง โดยยอดสะสมอยู่ที่กว่า 781,000 คน
เมื่อรวมตัวเลขทั้ง 5 ประเทศ จะเห็นว่าตลาดเอเชียยังคงมีบทบาทอย่างมากต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะจีน มาเลเซีย และอินเดียที่มียอดรวมสูงกว่าหลายตลาดอย่างชัดเจน
แต่มีเรื่องน่าสนใจกว่านั้น เพราะมาเลเซียแซงจีนขึ้นอันดับ 1
หากมองเฉพาะตัวเลขสะสม จีนยังคงเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ถ้าเปลี่ยนมาดูเฉพาะ สัปดาห์ล่าสุด ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2569 ภาพกลับเปลี่ยนไปทันที
สัปดาห์ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยทั้งหมด 472,898 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 18,558 คน หรือคิดเป็น 3.78% เฉลี่ยประมาณ 67,557 คนต่อวัน
ในจำนวนนี้ ตลาดระยะใกล้มีนักท่องเที่ยว 331,038 คน ลดลง 6.12% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตลาดระยะไกลมี 141,860 คน เพิ่มขึ้น 2.18%
และเมื่อแยกเป็นรายประเทศ พบว่า มาเลเซียขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของสัปดาห์
ตัวเลข 5 อันดับแรก ได้แก่
มาเลเซีย 74,452 คน ลดลง 0.22% จากสัปดาห์ก่อน
จีน 72,983 คน ลดลง 13.85%
อินเดีย 39,122 คน เพิ่มขึ้น 18.45%
ญี่ปุ่น 18,710 คน ลดลง 12.24%
และ สิงคโปร์ 18,027 คน เพิ่มขึ้น 23.69%
จุดนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะจีนยังครองอันดับหนึ่งในภาพรวมสะสมทั้งปี แต่เมื่อดูเฉพาะสัปดาห์ล่าสุด มาเลเซียกลับสามารถแซงหน้าจีนขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้
พูดง่าย ๆ คือ หากถามว่า “ชาติไหนมาเที่ยวไทยมากที่สุดตั้งแต่ต้นปี” คำตอบคือ จีน
แต่ถ้าถามว่า “ชาติไหนเดินทางเข้าไทยมากที่สุดในสัปดาห์ล่าสุด” คำตอบคือ มาเลเซีย
ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่กำลังบอกเราว่า จังหวะการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศแตกต่างกัน และได้รับอิทธิพลจากวันหยุด ฤดูกาล และปฏิทินการศึกษาในแต่ละประเทศอย่างชัดเจน
วันหยุดมาเลเซีย ดันยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทยต่อเนื่อง
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลาดมาเลเซียขึ้นมาโดดเด่นในสัปดาห์ล่าสุด มาจากช่วงวันหยุดต่อเนื่องของมาเลเซีย
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ช่วงดังกล่าวมีวันหยุดสำคัญหลายวัน ได้แก่ Melaka Governor’s Birthday, Maulidur Rasul และวันชาติมาเลเซีย
ผลที่เกิดขึ้นคือ นักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ทำให้มาเลเซียขยับขึ้นมาเป็นตลาดอันดับหนึ่งของสัปดาห์ จากเดิมที่อยู่ในอันดับสอง
เรื่องนี้ทำให้เห็นอย่างหนึ่งว่า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำตลาดของประเทศปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปฏิทินวันหยุดของประเทศต้นทางด้วย
เมื่อมีวันหยุดติดต่อกัน ประชาชนก็มีโอกาสเดินทางมากขึ้น และประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้มาเลเซียก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับประโยชน์โดยตรง
อินเดียก็มาแรง ตัวเลขเพิ่มเกือบ 20%
อีกประเทศที่น่าจับตาในสัปดาห์ล่าสุดคืออินเดีย
นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยจำนวน 39,122 คน เพิ่มขึ้นถึง 18.45% จากสัปดาห์ก่อน
สาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับวันหยุด Janmashtami Day ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของชาวฮินดู ทำให้เกิดวันหยุดต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์
นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่า ตลาดอินเดียมีศักยภาพไม่น้อย และการเดินทางของนักท่องเที่ยวอินเดียก็มีความสัมพันธ์กับเทศกาลและวันหยุดภายในประเทศเช่นเดียวกับตลาดอื่น ๆ
หากประเทศไทยสามารถเข้าใจพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่ละตลาดได้ละเอียดขึ้น ก็ย่อมมีโอกาสวางแผนประชาสัมพันธ์และทำตลาดให้ตรงกับช่วงเวลาที่คนแต่ละประเทศมีแนวโน้มเดินทางมากที่สุด
สิงคโปร์พุ่งจากอันดับ 11 ขึ้นอันดับ 5
อีกตัวเลขที่เห็นแล้วสะดุดตาคือ ตลาดสิงคโปร์
ในสัปดาห์ล่าสุด นักท่องเที่ยวสิงคโปร์เดินทางเข้าไทย 18,027 คน เพิ่มขึ้นถึง 23.69% จากสัปดาห์ก่อน
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวทำให้สิงคโปร์ขยับจากอันดับ 11 ในสัปดาห์ก่อนขึ้นมาเป็น อันดับ 5
ปัจจัยสำคัญมาจากช่วงปิดภาคเรียนระหว่างปีของสิงคโปร์
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างรวดเร็วตามช่วงวันหยุดและปฏิทินการศึกษา
สำหรับประเทศไทย นี่ถือเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เพราะการเดินทางจากสิงคโปร์มายังประเทศไทยใช้เวลาไม่มาก และมีเที่ยวบินเชื่อมโยงหลายเส้นทาง
ตลาดจีนชะลอตัว เพราะหมดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน
ในทางกลับกัน ตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทยในภาพรวม กลับมีจำนวนลดลงในสัปดาห์ล่าสุด
นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย 72,983 คน ลดลง 13.85% จากสัปดาห์ก่อน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการสิ้นสุดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน หรือ Summer Holiday ของจีนและไต้หวัน
เมื่อช่วงวันหยุดยาวผ่านพ้นไป จำนวนการเดินทางท่องเที่ยวก็มีแนวโน้มลดลงตามธรรมชาติ
ดังนั้น การที่ตัวเลขจีนลดลงในสัปดาห์หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าตลาดจีนหมดความสนใจประเทศไทย แต่ต้องพิจารณาประกอบกับฤดูกาลและปฏิทินวันหยุดด้วย
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหากดูตัวเลขเพียงสัปดาห์เดียวแล้วสรุปว่าตลาดใดตลาดหนึ่ง “ตก” หรือ “หายไป” ก็อาจทำให้เข้าใจสถานการณ์ผิดได้
ภาพรวมต่างชาติยังชะลอตัว
แม้ยอดนักท่องเที่ยวสะสมจะทะลุ 21 ล้านคนแล้ว แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่า ภาพรวมในช่วงสัปดาห์ล่าสุดมีแนวโน้มชะลอตัว
สาเหตุสำคัญมาจากการสิ้นสุดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของจีนและไต้หวัน รวมถึงการผ่านพ้นช่วง Summer Holiday ของตลาดยุโรป
ตลาดระยะไกลมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และยังอยู่ในช่วงพักตัวหลังสิ้นสุดฤดูท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน
ขณะที่ตลาดระยะใกล้ได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดวันหยุดของหลายประเทศเช่นกัน
ดังนั้น หากในช่วงต้นเดือนกันยายนตัวเลขไม่ได้พุ่งแรงอย่างที่หลายคนคาด ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจตามฤดูกาล ไม่ควรนำตัวเลขเพียงสัปดาห์เดียวไปตีความเกินจริง
แล้วสัปดาห์ต่อไปจะเป็นอย่างไร?
สำหรับสัปดาห์ถัดไป กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสัปดาห์ล่าสุด
เหตุผลสำคัญคือ ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ส่วนตลาดมาเลเซียมีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดต่อเนื่องเนื่องในวันชาติมาเลเซีย
กล่าวได้ว่า ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงที่ตลาดท่องเที่ยวไทยกำลัง “พักตัว” ก่อนเข้าสู่ช่วงที่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ
และนั่นทำให้ช่วงปลายปีเป็นอีกช่วงเวลาที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ
21 ล้านคน ไม่ได้แปลว่าการท่องเที่ยวไทยหมดโจทย์
สำหรับผู้เขียน ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 21,280,409 คน เป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจ เพราะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน รายได้ 1,040,385 ล้านบาท ก็สะท้อนว่าการท่องเที่ยวยังคงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย
เงินจำนวนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะโรงแรมหรือสายการบินเท่านั้น แต่เชื่อมโยงไปถึงร้านอาหาร ร้านขายของฝาก รถรับจ้าง บริษัทนำเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท้องถิ่น และแรงงานจำนวนมากที่อยู่ในห่วงโซ่การท่องเที่ยว
เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น ธุรกิจเหล่านี้ก็มีโอกาสได้รับรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสมที่ลดลง 3.12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะตัวเลขนี้กำลังบอกว่า แม้ประเทศไทยยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังคงรุนแรง
นักท่องเที่ยวในปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น ประเทศต่าง ๆ ล้วนพยายามดึงดูดนักเดินทางด้วยราคา โปรโมชั่น ประสบการณ์ใหม่ ๆ และบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น
ประเทศไทยจึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงชื่อเสียงเดิม ๆ ได้ตลอดไป
สิ่งที่ควรดูต่อไปอาจไม่ใช่แค่ “จำนวนคน”
ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวอย่างเดียว คือ คุณภาพของการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวจำนวนมากย่อมเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ นักท่องเที่ยวเหล่านั้นพักอยู่ในประเทศไทยนานแค่ไหน ใช้จ่ายมากน้อยเพียงใด เดินทางไปยังเมืองรองหรือไม่ และเงินที่ใช้จ่ายกระจายไปถึงผู้ประกอบการรายเล็กมากเพียงใด
เพราะถ้ามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่รายได้กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่หรือบางธุรกิจ ผลประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปได้รับก็อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
ในทางกลับกัน หากประเทศไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีระยะเวลาพำนักนานขึ้น มีการใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น และกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น แม้จำนวนคนจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ผลต่อเศรษฐกิจอาจมีความหมายมากกว่า
แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางที่หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากขึ้น คือการมองจาก “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณค่า” ของนักท่องเที่ยว
จีนยังสำคัญ แต่มาเลเซียและอินเดียก็ห้ามมองข้าม
อีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นจากตัวเลขชุดนี้คือ ประเทศไทยไม่ควรพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากจนเกินไป
จีนยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดด้วยยอดสะสมกว่า 3.59 ล้านคน แต่ตลาดมาเลเซียตามมาอย่างใกล้ชิดที่กว่า 2.70 ล้านคน
ขณะที่อินเดียมีมากกว่า 1.56 ล้านคน และรัสเซียมากกว่า 1.19 ล้านคน
นั่นหมายความว่า โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยกำลังมีความหลากหลายมากขึ้น
การรักษาตลาดเดิมจึงต้องทำควบคู่กับการสร้างตลาดใหม่
โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างอินเดีย ซึ่งตัวเลขในสัปดาห์ล่าสุดเพิ่มขึ้นเกือบ 20% รวมถึงตลาดอาเซียนอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ที่สามารถเดินทางมาไทยได้สะดวกและตอบสนองต่อช่วงวันหยุดได้รวดเร็ว
นักท่องเที่ยว 21 ล้านคน จึงมีทั้ง “ข่าวดี” และ “สัญญาณเตือน”
หากถามว่าตัวเลขล่าสุดเป็นข่าวดีหรือไม่ ผู้เขียนมองว่า เป็นข่าวดีอย่างแน่นอน
เพราะประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 21 ล้านคน และสร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านบาท
แต่หากถามว่าตัวเลขนี้หมายความว่าการท่องเที่ยวไทยกลับมาแข็งแกร่งเต็มที่แล้วหรือไม่ ผู้เขียนคิดว่ายังไม่ควรรีบด่วนสรุป
เหตุผลคือ จำนวนสะสมยังลดลง 3.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในช่วงล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์ก็มีแนวโน้มชะลอตัว
ดังนั้น ภาพที่ถูกต้องที่สุดอาจไม่ใช่ “นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่กลับมาไทยจนทะลุ 21 ล้านคน” เพียงอย่างเดียว แต่ควรมองว่า
ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลก แต่กำลังอยู่ท่ามกลางการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
มองไปข้างหน้า ไทยจะรักษาความนิยมนี้ได้นานแค่ไหน?
เมื่อเข้าสู่ช่วงต่อจากนี้ สิ่งที่ต้องติดตามไม่ใช่เพียงว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีกกี่ล้านคน แต่คือประเทศไทยจะสามารถรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและสร้างประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขาอยากกลับมาอีกได้หรือไม่
เพราะนักท่องเที่ยวหนึ่งคนที่กลับมาเที่ยวประเทศไทยซ้ำ อาจมีคุณค่ามากกว่าการหานักท่องเที่ยวใหม่เข้ามาเพียงครั้งเดียว
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยเองก็ต้องปรับตัวให้ทันกับนักท่องเที่ยวแต่ละชาติที่มีพฤติกรรมแตกต่างกัน
คนจีนอาจมีความต้องการแบบหนึ่ง คนมาเลเซียอีกแบบหนึ่ง นักท่องเที่ยวอินเดียก็มีความสนใจและรูปแบบการใช้จ่ายอีกแบบ ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรป รัสเซีย ญี่ปุ่น หรือเกาหลีก็มีความคาดหวังที่แตกต่างกัน
การทำตลาดแบบเดียวแล้วหวังว่าจะใช้ได้กับทุกคนจึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ประเทศไทยจำเป็นต้องรู้จักนักท่องเที่ยวให้ลึกกว่าเดิม และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ที่ใช้ได้จริง
สรุปตัวเลขสำคัญที่ควรรู้
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 กันยายน 2569 มีประเด็นสำคัญดังนี้
นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม: 21,280,409 คน
รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ: 1,040,385 ล้านบาท
การเปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน: ลดลง 3.12%
นักท่องเที่ยวต่างชาติในสัปดาห์ 30 ส.ค.–5 ก.ย.: 472,898 คน
เฉลี่ยต่อวัน: 67,557 คน
5 ชาติยอดสะสมสูงสุด: จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้
อันดับ 1 รายสัปดาห์ล่าสุด: มาเลเซีย 74,452 คน
อันดับ 2 รายสัปดาห์ล่าสุด: จีน 72,983 คน
อันดับ 3 รายสัปดาห์ล่าสุด: อินเดีย 39,122 คน
อันดับ 4 รายสัปดาห์ล่าสุด: ญี่ปุ่น 18,710 คน
อันดับ 5 รายสัปดาห์ล่าสุด: สิงคโปร์ 18,027 คน
ตัวเลขทั้งหมดนี้ทำให้เห็นภาพชัดว่า การท่องเที่ยวไทยยังมีแรงส่งอยู่ แต่ไม่ได้เดินหน้าเป็นเส้นตรง ตลาดหนึ่งอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกตลาดลดลง และปัจจัยอย่างวันหยุด ปิดภาคเรียน และฤดูกาลมีผลต่อจำนวนผู้เดินทางอย่างมาก
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า
ตัวเลข 21 ล้านคนควรเป็น “กำลังใจ” มากกว่าเป็นเหตุผลให้ประเทศไทยหยุดพัฒนา
ประเทศไทยยังมีจุดแข็งจำนวนมาก ทั้งอาหาร วัฒนธรรม ธรรมชาติ การบริการ ความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว และความคุ้มค่าในการเดินทาง แต่โลกการท่องเที่ยวในวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก
ประเทศคู่แข่งก็พยายามพัฒนาตัวเองเช่นกัน
ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรทำต่อไปคือรักษาจุดแข็งเดิม พร้อมยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสะดวกในการเดินทาง คุณภาพบริการ ราคาที่สมเหตุสมผล และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตัวเลขนักท่องเที่ยว 21 ล้านคนจะมีความหมายมากที่สุดก็ต่อเมื่อเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ของผู้ประกอบการไทย เป็นงานของคนไทย และเป็นกำลังซื้อที่หมุนเวียนกลับเข้าสู่เศรษฐกิจในวงกว้าง
การท่องเที่ยวจึงไม่ควรวัดกันเพียงว่า “มีคนเข้าประเทศกี่คน”
แต่ควรถามต่อว่า “คนที่เข้ามาแล้วสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยได้มากเพียงใด”
และนี่อาจเป็นคำถามสำคัญกว่าการลุ้นว่าในปี 2569 ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติครบกี่สิบล้านคนเสียอีก
แหล่งที่มาของข้อมูล :
-
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา — ข้อมูลสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม–5 กันยายน 2569 ซึ่งระบุยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–5 กันยายน 2569 จำนวน 21,280,409 คน และรายได้ 1,040,385 ล้านบาท รวมถึงอันดับประเทศที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด
-
Thailand Plus — รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวล่าสุด โดยระบุรายละเอียดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,597,054 คน มาเลเซีย 2,708,761 คน อินเดีย 1,566,152 คน รัสเซีย 1,192,571 คน และเกาหลีใต้ 781,467 คน รวมถึงข้อมูลรายสัปดาห์ 30 สิงหาคม–5 กันยายน 2569
-
ฐานเศรษฐกิจ — รายงานสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 โดยสรุปยอดนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 21.28 ล้านคน รายได้กว่า 1.04 ล้านล้านบาท และระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมลดลง 3.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
ตำบลไหนเสี่ยงดินโคลนถล่มสูงที่สุดในไทย
ตำบลไหนมีโรงงานน้ำดื่มและน้ำแข็งมากที่สุด
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
หอไอเฟลเลื่อนเปิด หลังพนักงานประท้วงปมย้ายผู้หญิงออกจากจุดงาน
จังหวัดไหนมีสตรีทฟู้ดหนาแน่นที่สุด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีวิทยาเขตมากที่สุด
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
เปิดจังหวัด OTOP ขึ้นทะเบียนมากที่สุด จากภูมิปัญญาชุมชน สู่ของดีสร้างรายได้
เปิด 10 คณะ "ไม่ตกงาน" แม้ในยุค AI ตลาดยังต้องการตัว
ตำบลไหนมีโรงงานน้ำดื่มและน้ำแข็งมากที่สุด
ตำบลไหนเสี่ยงดินโคลนถล่มสูงที่สุดในไทย
ถอดรหัสปริศนา "นครวัด": เหตุใดมหานครเกือบเจ็ดแสนชีวิต... ถึงถูกทิ้งร้างกลายเป็นเมืองป่า?
หนุ่มแกร็บขับกลับกว่า 30 กม. คืนกระเป๋าทหารสหรัฐฯ ที่แหลมฉบัง
"หุบเขาสายรุ้ง” บนเอเวอเรสต์ ความงดงามที่เกิดขึ้นในเขตมรณะ..จริงหรือ?
ต้นอ่อนทานตะวัน ดีแค่ไหน เปิดจุดเด่นสารอาหารก่อนยกให้เป็นสุดยอดอาหาร




