อธิบายดีๆ หาว่าเถียง! เส้นกั้นบางๆ ระหว่าง "การชี้แจง" กับ "การเอาชนะ"
เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมครับ? เวลาที่เราพยายามอธิบายเหตุผลหรือเล่าข้อเท็จจริงในมุมของเราให้อีกฝ่ายฟัง ไม่ว่าจะกับผู้ใหญ่ ที่ทำงาน หรือคนรัก แต่อีกฝ่ายกลับสวนกลับมาทันควันว่า "อย่ามาเถียง!" จนเราได้แต่ยืนอึ้งแล้วคิดในใจว่า นี่เราแค่เล่าความจริงเองนะ แบบไหนกันแน่ที่เรียกว่าเถียง แล้วแบบไหนที่เรียกว่าอธิบาย?
เอาเข้าจริง เส้นแบ่งระหว่าง "การอธิบาย" กับ "การเถียง" มันไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาหรือข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันขึ้นอยู่กับ เจตนา น้ำเสียง และบริบททางอารมณ์ ในขณะนั้นเป็นหลักเลย
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพูดด้วยเป้าหมายที่อยากจะ "เอาชนะ" ให้ได้ อยากให้อีกฝ่ายยอมรับว่าเขาผิดและเราถูก โดยเริ่มมีอารมณ์กรุ่นๆ เข้ามาผสม ใช้คำประชดประชัน หรือใช้น้ำเสียงแข็งกระด้าง นั่นแหละครับคือจุดที่การสนทนาได้เปลี่ยนเป็นการเถียงไปเรียบร้อยแล้ว ในทางจิตวิทยา เมื่ออีกฝ่ายรับรู้ได้ถึงอารมณ์เชิงลบ สมองของเขาจะเข้าสู่สภาวะป้องกันตัวทันที ต่อให้สิ่งที่เราพูดจะเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะรู้สึกว่าเรากำลังชนและเถียงอยู่นั่นเอง
ในทางกลับกัน การอธิบายหรือชี้แจงที่แท้จริง มักเกิดขึ้นเมื่อเป้าหมายคือ "สร้างความเข้าใจร่วมกัน" ไม่ใช่การเอาชนะ เราพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ รับฟังความรู้สึกของอีกฝ่ายก่อน แล้วค่อยๆ นำเสนอข้อเท็จจริงในมุมของเราอย่างเปิดกว้าง พร้อมที่จะฟังเหตุผลของเขาตอบกลับมาด้วย
เชื่อไหมว่า อีกปัจจัยสำคัญในวัฒนธรรมไทยคือเรื่องของ ลำดับขั้นและช่วงวัย หลายครั้งผู้ใหญ่หรือหัวหน้างานอาจมองว่าการที่ผู้น้อยพูดสวนทันทีในขณะที่เขากำลังตักเตือน คือพฤติกรรมที่ไม่กาลเทศะ แม้สิ่งที่เราพูดจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม เพราะในมุมของเขา การฟังให้จบก่อนแล้วค่อยหาจังหวะอธิบายอย่างสุภาพคือการให้เกียรติ
ถ้าอยากเปลี่ยนจากการถูกมองว่า "ชอบเถียง" มาเป็น "คนพูดจามีเหตุผล" ลองใช้วิธีหยุดฟังให้อีกฝ่ายพูดจบก่อนครับ แสดงความเข้าใจในอารมณ์ของเขาสักนิด เช่น "เข้าใจครับว่าพี่กำลังกังวลเรื่องนี้" แล้วค่อยขออนุญาตเล่าข้อมูลในส่วนของเราด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ท้ายที่สุดแล้ว การสื่อสารไม่ได้วัดกันที่ว่าใครชนะหรือใครแพ้ แต่คือการทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน ถ้าปรับเจตนาและน้ำเสียงได้ ต่อให้เป็นเรื่องที่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน การพูดคุยกันก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนที่สร้างสรรค์ มากกว่าการเถียงกันให้เสียความสัมพันธ์ครับ!
Psychology Today: The Crucial Difference Between Arguing and Explaining
Verywell Mind: How to Communicate Effectively in Difficult Conversations
สาดของเหลวใส่ “ศิลาพระบาท” ที่นารา หญิงไต้หวันถูกปรับ 500,000 เยน
ย้อนตำนานไอ้มดแดง จากตั๊กแตนกลายมาเป็นมดแดงมดดำได้ไง
4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง
ทำไมแก้วบางใบต้องมี “ฐานหนา” กว่าส่วนที่ใส่น้ำ? ไม่ได้ทำไว้แค่ให้ดูแพง
รางวัลที่ 1 เลขซ้ำ 5 หลัก เกิดยากแค่ไหนในทางสถิติ
ทำไม "เสียงยุงบินข้างหู" ตอนกำลังจะนอน ถึงน่ารำคาญกว่าเสียงดังอื่นๆ?
8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงิน
สุดยอด5ชนิดผักที่คนเกลียดแต่เป็นยอดอาหารบำรุงไต
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน
โลกยังมี 65 ประเทศที่กฎหมายเอาผิดความสัมพันธ์เพศเดียวกัน
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ
เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?
ย้อนตำนานไอ้มดแดง จากตั๊กแตนกลายมาเป็นมดแดงมดดำได้ไง
สุดยอด5ชนิดผักที่คนเกลียดแต่เป็นยอดอาหารบำรุงไต
ทำไม "เสียงยุงบินข้างหู" ตอนกำลังจะนอน ถึงน่ารำคาญกว่าเสียงดังอื่นๆ?
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ
โลกยังมี 65 ประเทศที่กฎหมายเอาผิดความสัมพันธ์เพศเดียวกัน
ไขปริศนาบรรยากาศชวนเคลิ้ม! ทำไมเสียงฝนตกถึงเป็นยานอนหลับชั้นดีจากธรรมชาติ
เคยไหม? ล้มตัวลงนอนทีไร สมองชอบขุดเรื่องอัปยศเมื่อสิบปีก่อนมารีเพลย์ซ้ำ
ไขความเชื่อ “เดนผี” ทำไมคนโบราณห้ามกิน-ห้ามห่ออาหารงานศพกลับไปกินที่บ้าน
8 สกิลนอกตำรา ที่โรงเรียนอาจไม่ได้สอนละเอียด แต่ชีวิตจริงต้องใช้ทุกวัน