หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กาแฟแก้วละ 100 ทุกวัน ทำให้จนลงจริงไหม? มอง Latte Factor แบบไม่ต้องเลิกสุข

เขียนโดย nattawat25800

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

กาแฟเย็นแก้วละ 100 บาทอาจดูเป็นค่าใช้จ่ายเล็กจนนับไม่ถ้วนในเช้าวันทำงาน แต่ถ้าซื้อทุกวันตลอด 365 วัน มันคือเงิน 36,500 บาทต่อปีทันที ตัวเลขนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้รู้สึกผิดตอนถือแก้วกาแฟ แค่ชวนให้เห็นว่าเงินก้อนใหญ่บางทีก็ไม่ได้หายไปกับการช้อปครั้งเดียว แต่ออกไปทีละนิดแบบที่เราแทบไม่ทันสังเกต

แนวคิดนี้เรียกว่า Latte Factor ซึ่งทำให้กาแฟกลายเป็นสัญลักษณ์ของค่าใช้จ่ายประจำเล็ก ๆ ตั้งแต่ขนมมื้อบ่าย ค่าส่งอาหาร ไปจนถึงค่าสมาชิกแอปที่ตัดบัตรอยู่ทุกเดือน ประเด็นไม่ใช่ว่าใครต้องดื่มกาแฟหรือไม่ดื่มกาแฟ แต่คือเรารู้หรือเปล่าว่าอะไรในชีวิตกำลังกินเงินแบบอัตโนมัติ

เงินเล็กเมื่อเกิดซ้ำ ย่อมไม่เล็ก

แนวคิด Latte Factor ถูกทำให้เป็นที่รู้จักโดยนักเขียนการเงิน David Bach เขาใช้ภาพของกาแฟ ลาเต้ และของว่างรายวันเพื่ออธิบายว่า คนที่คิดว่าตัวเองไม่มีเงินเหลือออม อาจมีรายจ่ายบางอย่างที่ปรับได้อยู่แล้ว การคำนวณจึงควรเริ่มจากความจริงง่าย ๆ ว่า ซื้อบ่อยแค่ไหน และใช้เงินจริงเท่าไร ไม่ใช่เดาจากความรู้สึกว่า “แค่แก้วเดียวเอง”

ถ้าดื่มเฉพาะวันทำงานราว 250 วันต่อปี กาแฟแก้วละ 100 บาทก็อยู่ที่ประมาณ 25,000 บาทต่อปี ถ้าดื่มทุกวันจะเป็น 36,500 บาท เงินจำนวนนี้อาจช่วยโปะหนี้ดอกเบี้ยสูง สร้างเงินสำรอง หรือเป็นเงินเริ่มต้นสำหรับเป้าหมายที่จับต้องได้ แต่จะมีพลังจริงก็ต่อเมื่อเงินที่ไม่ได้ซื้อถูกโอนไปเก็บหรือใช้ตามแผน ไม่ใช่หายไปกับรายจ่ายอย่างอื่นแทน

แต่กาแฟไม่ใช่ผู้ร้ายของทุกบัญชี

การเอา Latte Factor ไปใช้แบบสุดโต่งมีปัญหาอยู่เหมือนกัน เพราะคนเราไม่ได้จนเพราะลาเต้แก้วเดียว หากภาระหลักคือค่าเช่า ค่างวด หนี้บัตร หรือรายได้ไม่พอกับค่าครองชีพ การบังคับตัดความสุขเล็ก ๆ อาจแก้ภาพรวมได้น้อยมาก แถมทำให้แผนการเงินอยู่ไม่ไหวในระยะยาว

กาแฟบางแก้วอาจเป็นรางวัลเล็ก ๆ หลังตื่นเช้ามืด เป็นจังหวะพักก่อนเริ่มงาน หรือเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่เผลอสั่งอาหารเดลิเวอรีราคาแพงกว่าเดิมหลายเท่า ความคุ้มไม่ได้วัดจากราคาอย่างเดียว แต่ต้องมองว่าเราได้รับอะไรกลับมา และมีทางเลือกที่พอใจใกล้เคียงกันในราคาต่ำกว่าหรือไม่

ก่อนตัดกาแฟ ลองถามตัวเอง 3 ข้อ

สิ่งนี้ซื้อเพราะชอบจริง หรือซื้อเพราะเคยชิน? ถ้าไม่ได้อยากดื่มทุกแก้ว การลดวันที่ซื้ออาจง่ายกว่าการเลิกขาด

มันเบียดเป้าหมายสำคัญหรือเปล่า? ถ้ามีหนี้ค้าง ไม่มีเงินฉุกเฉิน หรือเงินไม่พอถึงสิ้นเดือน รายจ่ายนี้ควรถูกตรวจละเอียดขึ้น

ลดแบบไหนที่ยังมีความสุข? อาจซื้อร้านโปรดสัปดาห์ละ 2 วัน แล้วชงเองในวันอื่น แทนการห้ามตัวเองทุกวัน

วิธีที่ใช้งานได้จริงกว่าคือกำหนด งบความสุข ไว้ชัดเจน เช่น กันเงินจำนวนหนึ่งต่อเดือนสำหรับกาแฟ ของหวาน หรือกิจกรรมพักใจ เมื่ออยู่ในงบก็ซื้อได้อย่างสบายใจ แต่หากเริ่มเกิน ให้เลือกตัดความถี่ เปลี่ยนร้าน หรือสลับทำเอง ไม่จำเป็นต้องตีตราว่าตัวเองวินัยแย่เพียงเพราะอยากดื่มลาเต้

อีกวิธีคือทดลองบันทึกรายจ่ายนี้ 30 วัน แล้วตั้งระบบโอนเงินส่วนต่างทันที เช่น วันที่ชงกาแฟเอง ให้โอนเงินบางส่วนเข้าบัญชีเป้าหมาย วิธีนี้ทำให้เห็นผลของการลดรายจ่ายเป็นยอดเงินจริง และไม่ปล่อยให้เงินที่ประหยัดได้ละลายหายไปโดยไม่รู้ตัว

ท้ายที่สุด กาแฟแก้วละ 100 บาทไม่ได้ทำให้ใครจนโดยลำพัง และการอดทุกอย่างก็ไม่ได้ทำให้ใครมั่งคั่งโดยอัตโนมัติ Latte Factor มีประโยชน์เมื่อใช้เป็นไฟฉายส่องพฤติกรรม ไม่ใช่เป็นค้อนทุบความสุข เป้าหมายที่ดีจึงไม่ใช่ชีวิตที่ห้ามซื้อกาแฟ แต่เป็นชีวิตที่รู้ว่าแก้วนี้อยู่ในแผนของเรา และยังเหลือพื้นที่ให้อนาคตที่อยากไปถึง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 20 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้านหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้งต้อนรับ “การ์กี” อย่างยิ่งใหญ่ ลูกสาวคนแรกในครอบครัวรอบ 200 ปี8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินอี มินโฮ ลุคใหม่ในงาน “The Assassin(s)” แฟน ๆ นึกถึงคิมทันเปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทยฟ้าบันดาลทรัพย์ 16/9/69 เลข 7 เด่นมาแต่ไกล งวดนี้มีชุดไหนน่าส่องบ้างฟลัชชิ่ง ช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้นจริงหรือ? รู้ก่อนเสียเงินทำเปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อย"มด" สื่อสารกันได้ไง? ทำไมเดินเรียงแถวตรงเป๊ะ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินอี มินโฮ ลุคใหม่ในงาน “The Assassin(s)” แฟน ๆ นึกถึงคิมทันฟ้าบันดาลทรัพย์ 16/9/69 เลข 7 เด่นมาแต่ไกล งวดนี้มีชุดไหนน่าส่องบ้าง"มด" สื่อสารกันได้ไง? ทำไมเดินเรียงแถวตรงเป๊ะ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เคล็ดไม่ลับ ดูแลผิวหน้า กู้หน้าพังด้วยสมุนไพรไทยรวยหลอก ๆ ในโซเชียล เมื่อยอดไลก์กำลังพาเงินเดือนเราไปผ่อนร้องไห้ไม่ใช่อ่อนแอ แต่ก็ไม่ใช่ “ดีท็อกซ์สมอง” อย่างที่เล่าต่อกันเหล็กกล้าคาร์บอนสูงเจอน้ำทะเลก็เกิดสนิม! แล้วทำไม USS Abraham Lincoln ถึงเลือก “ไทย” เป็นจุดพักใหญ่?
ตั้งกระทู้ใหม่