หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปริศนาโอลเบอร์สอธิบายท้องฟ้ากลางคืนได้อย่างไร

เขียนโดย evileyes

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คืนที่ฟ้าเปิดและไกลจากแสงเมือง เรามองเห็นดาวนับไม่ถ้วนจนรู้สึกว่าอวกาศเต็มไปด้วยแสง แต่ช่องว่างเกือบทั้งหมดกลับดำมืดสนิท ภาพนี้ดูธรรมดาอยู่แล้ว จนกระทั่งตั้งสมมติฐานว่า จักรวาลมีขนาดอนันต์ มีดาวกระจายอยู่ทั่ว และมีอยู่มาเนิ่นนานไร้จุดเริ่มต้น

ถ้าเงื่อนไขนั้นจริง เส้นสายตาทุกทิศควรไปจบที่ผิวของดาวสักดวง แม้ดาวจะไกลมากก็มีดาวที่ไกลกว่าเรียงซ้อนอยู่ด้านหลังต่อไปเรื่อย ๆ ความสว่างจากดาวแต่ละดวงลดลงตามระยะทางก็จริง แต่จำนวนดาวในเปลือกทรงกลมที่ไกลออกไปเพิ่มขึ้นด้วย จึงควรชดเชยกัน ท้องฟ้ายามคืนควรสว่างทั่วทั้งผืน ไม่เหลือพื้นดำให้เห็น

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตาเรา

ข้อขัดแย้งนี้เรียกว่า Olbers’ Paradox หรือปริศนาโอลเบอร์ส NASA อธิบายเงื่อนไขของโจทย์ไว้ชัดเจนว่าเป็นจักรวาลที่สม่ำเสมอ ไม่ขยายตัว และมีขนาดอนันต์ ภายใต้ภาพจำลองนี้ ท้องฟ้าควรเรืองแสงสม่ำเสมอ ไม่ใช่ดำเป็นพื้นหลังแล้วมีดาวแต้มเป็นจุด ๆ

จักรวาลจริงไม่เข้ากับเงื่อนไขนั้น ข้อแรกคือมันมีอายุจำกัด ราว 13.8 พันล้านปี แสงเดินทางด้วยความเร็วจำกัด จึงยังมีแสงจากบริเวณที่ไกลมากจำนวนมากเดินทางมาไม่ถึงเรา และดาวฤกษ์เองก็ไม่ได้ส่องแสงตลอดกาล ดาวเกิดขึ้น มีอายุขัย และดับลง

จุดนี้สำคัญมาก เพราะคำอธิบายว่า “มีฝุ่นในอวกาศบังแสง” แก้โจทย์ไม่ได้ในจักรวาลนิ่งที่เก่าอนันต์ ฝุ่นที่ดูดพลังงานเข้าไปนานพอจะร้อนขึ้นและแผ่พลังงานออกมาเอง ท้องฟ้าจึงยังควรสว่างอยู่ดี สิ่งที่เปลี่ยนผลลัพธ์คือจักรวาลมีประวัติ มีจุดเริ่มต้น และกำลังเปลี่ยนแปลง

แสงไกลมากถูกยืดออก

อีกส่วนหนึ่งของคำตอบคือการขยายตัวของเอกภพ กาแล็กซีที่อยู่ไกลกำลังถอยห่างออกไปพร้อมกับปริภูมิระหว่างเรา เมื่อแสงเดินทางผ่านปริภูมิที่ยืดตัว ความยาวคลื่นของมันก็ยืดตาม ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า redshift หรือการเลื่อนไปทางแดง

แสงที่เดิมอยู่ในช่วงมองเห็นได้จึงเลื่อนไปเป็นอินฟราเรด ไมโครเวฟ หรือช่วงคลื่นยาวกว่านั้น ดวงตาคนมองไม่เห็นพลังงานเหล่านี้ แม้เครื่องมือดาราศาสตร์จะตรวจพบได้ NASA ระบุว่าหากตาเรามองเห็นไมโครเวฟได้ ท้องฟ้าจะสว่างด้วยรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาล ซึ่งเป็นแสงหลงเหลือจากเอกภพยุคแรก

ดังนั้น ประโยคว่า “ท้องฟ้ามืดเพราะจักรวาลขยายตัว” ถูกเพียงบางส่วน การขยายตัวและ redshift ช่วยลดแสงที่เข้าช่วงการมองเห็น แต่รากของคำตอบต้องรวมอายุจำกัดของจักรวาล ความเร็วแสงที่มีขีดจำกัด และการที่ดาวไม่ได้ส่องแสงชั่วนิรันดร์ด้วย

พื้นดำระหว่างดาวจึงไม่ใช่หลักฐานว่าอวกาศว่างเปล่า มันคือภาพที่ตาเราเห็นจากเอกภพซึ่งมีอายุจำกัด กำลังขยายตัว และส่งข้อมูลมาให้เราได้เพียงเท่าที่แสงเดินทางมาถึง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ภัยพิบัติผ่านไปแล้ว ทำไมตึกถล่มและถนนพังยังต้องถูกตรวจสอบ?อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยเลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569มหาทักษา 1 ต.ค. 69 เทียบโพยหวยใน PostJung เลขไหนตรงกันบ้างเฮอริเคน ไต้ฝุ่น และไซโคลนต่างกันตรงไหนAI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัวไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้างทำไมแว่นหลากยี่ห้อจึงพัวพันกับชื่อ EssilorLuxotticaรอยบุ๋มบนลูกกอล์ฟช่วยให้ลูกบินไกลขึ้นได้อย่างไรอำเภอไหนชื่อยาวที่สุดในประเทศไทย ? เปิด 2 อำเภอในไทยที่มีชื่อยาวถึง 8 พยางค์ทำไมแป้นพิมพ์ QWERTY ไม่เรียงตามตัวอักษรไขข้อสงสัย “ขนมแมวเลีย” คืออะไร? ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบกินนักนะ 🐱
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยไทยที่รวยที่สุด มีสินทรัพย์มูลค่าสูงที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
หมาเอียงคอเวลาเราพูดด้วยเพราะอะไรทะเลกับมหาสมุทรต่างกันตรงไหนทำไมยางรถยนต์จึงมีสีดำเป็นหลักสุสานกับป่าช้าต่างกันที่ใด
ตั้งกระทู้ใหม่