เปิดกรุความทรงจำยุคไร้สมาร์ทโฟน วันที่ความสุขไม่ได้อยู่ในหน้าจอ 5 นิ้ว
เคยลองนึกเล่นๆ ไหมว่า ถ้าวันนี้จู่ๆ สัญญาณอินเทอร์เน็ตดับหายไปทั้งโลก แล้วสมาร์ทโฟนในมือกลายเป็นแค่ก้อนสี่เหลี่ยมไร้ค่า เราจะทำอะไรกันดี? เด็กยุคนี้อาจจะรู้สึกเหมือนโลกแตก แต่ถ้าลองย้อนเวลากลับไปเมื่อสักยี่สิบสามสิบปีก่อน ในยุคที่คำว่า สมาร์ทโฟน ยังไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรม โลกเราก็ยังหมุนไปได้ แถมผู้คนยุคนั้นกลับมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำกันจนเวลาไม่เคยพอเสียด้วยซ้ำ
จริง ๆ แล้ว วิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้นเต็มไปด้วย เสน่ห์ของการรอคอย และการมีปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้าค่าตา ลองคิดดูว่าช่วงเวลาเลิกเรียนหรือเลิกงานที่ไม่มีฟีดข่าวให้ไถ ไม่มีคลิปสั้นให้ดู คนยุคนั้นเขาเอาเวลาไปไว้ที่ไหนกัน? คำตอบง่ายๆ คือ เขาเอาเวลาไปละลายไว้กับความสัมพันธ์รอบตัวและอดิเรกที่ต้องใช้ร่างกายสัมผัสจริงๆ
อย่างเด็กๆ ยุค 90s พอเลิกเรียนปุ๊บ หน้าที่หลักคือการวิ่งพุ่งตัวออกจากห้องเรียนไป จับกลุ่มเล่นกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งวงเล่นหมากเก็บ ยางลบ ตีกอล์ฟใบบัว หรือตื่นเต้นที่สุดก็คือการนัดเตะฟุตบอลพลาสติกกลางสนามโรงเรียน รอยแผลเป็นที่เข่าในวันนั้น คือเหรียญกล้าหาญที่แสดงถึงความสนุกที่ไร้การปรุงแต่ง ส่วนผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นยุคนั้น ความบันเทิงหลักคงหนีไม่พ้นการนั่งเฝ้าหน้าจอทีวีเพื่อรอชมละครหลังข่าวตามเวลา หรือเปิดวิทยุหมื่นคลื่นเพื่อ โทรไปขอเพลงกับดีเจ ความฟินมันไม่ได้อยู่ที่การได้ฟังเพลงทันทีเหมือนแอพสตรีมมิ่งในปัจจุบัน แต่มันอยู่ที่วินาทีที่เราลุ้นว่าดีเจจะอ่านชื่อเราไหม และเพลงที่เราตั้งใจอัดใส่เทปคาสเซ็ทจะอัดได้ครบเพลงโดยไม่มีเสียงดีเจพูดแทรกหรือเปล่า
เชื่อไหมว่า การติดต่อสื่อสารยุคนั้นคือความคลาสสิกขั้นสุด เวลาจะนัดเจอเพื่อนสักคนตามห้างสรรพสินค้าหรือนัดกินข้าว เราต้องนัดแนะเวลากันแบบ เป๊ะยิ่งกว่านาฬิกาอะตอม เพราะถ้าใครสายไปครึ่งชั่วโมง การตามหาตัวกันคือเรื่องมหาโหด สิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตได้คือการเดินหาตู้โทรศัพท์สาธารณะสีส้มหรือสีเขียว หยอดเหรียญบาทที่เตรียมไว้เต็มกระเป๋า เพื่อโทรเข้าเบอร์บ้านหรือตู้เพจเจอร์ของอีกฝ่าย แล้วไปยืนรอตรงจุดนัดพบเดิม ความคลาดเคลื่อนและความแคลงใจในตอนนั้น กลับกลายเป็นเรื่องเล่าที่เอามาหัวเราะกันได้ในวันนี้
การอ่านก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมฮิตที่ครอบครองพื้นที่ชีวิตผู้คน หนังสือพิมพ์ฉบับเช้า นิตยสารแฟชั่น วารสารรายสัปดาห์ หรือแม้แต่นิยายเล่มหนา มักจะถูกหยิบมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามว่าง คนยุคนั้นฝึก สมาธิและความใจเย็น ผ่านการค่อยๆ เปิดอ่านทีละหน้า โดยไม่มีการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันมาคอยขัดจังหวะความคิด
เอาเข้าจริง การมองย้อนกลับไปในยุคไร้มือถือ ไม่ได้แปลว่าเราต้องปฏิเสธเทคโนโลยีในปัจจุบัน แล้วถอยหลังกลับไปใช้นกพิราบสื่อสาร แต่การได้เห็นภาพสะท้อนในอดีตทำให้เราตระหนักได้ว่า ความสุขที่แท้จริง อาจไม่ได้เชื่อมต่อผ่านสัญญาณ 5G แต่เชื่อมต่อผ่านสายตา บทสนทนาที่ได้ยินเสียงหัวเราะจริง ๆ และความใส่ใจในผู้คนตรงหน้า ซึ่งบางที... สมาร์ทโฟนในมือเราตอนนี้ อาจกำลังแย่งสิ่งเหล่านั้นไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
บทความบทบาทของสื่อและเทคโนโลยีต่อพฤติกรรมมนุษย์ โดย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
BYD จ่อโค่น Toyota ศึกตลาดรถออสเตรเลีย
นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง
Rafflesia ดอกไม้ยักษ์ที่ไม่มีใบและลำต้นแบบพืชทั่วไป
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
ย้อนเวลาไปดูจุดเริ่มต้นของสี โลกที่เราเห็นทุกวันนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง?
ตกนรก 1 วัน เจออะไรบ้าง?
มหัศจรรย์ถังน้ำธรรมชาติ 5 ต้นไม้สุดทึ่งที่สร้างแหล่งน้ำไว้กลางลำต้น
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
ไม่ใช่ 3 จังหวัด! ไทยมีเพียง 2 จังหวัดที่ติดเพื่อนบ้านสองประเทศ
ย้อนเวลาไปดูจุดเริ่มต้นของสี โลกที่เราเห็นทุกวันนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง?
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
กลิ่นกระดาษ หรือ หน้าจอแสงฟ้า? เลือกสไตล์ที่ใช่ในวันที่การอ่านเปลี่ยนไป
เบื้องหลังโมเดลอนิเมะขยับได้ เผยเส้นทางรายได้ของ VTuber ที่มากกว่าแค่เงินโดเนท
จากร้านเน็ตสู่เวทีโลก: ย้อนรอยจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ "เกม" ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระของเด็กไทย
หมดมุกแล้ว Postjung แจ้งยังไงดี? จริง ๆ ต้องแจ้งทีมงานไหม หรือแค่พักได้เลย