หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขยะล้นเมือง ยุโรป-ไทยเร่งเปลี่ยน ‘ขยะ’ เป็นพลังงาน

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับแนวทางจัดการขยะของยุโรปแล้วอดนำกลับมาคิดไม่ได้ว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็น “ของเสีย” อาจไม่ได้ไร้ค่าเสมอไป หากมีเทคโนโลยีและระบบจัดการที่เหมาะสม ขยะที่เคยต้องนำไปกองทิ้งหรือฝังดิน อาจถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นทั้งไฟฟ้า ความร้อน และทรัพยากรที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

เรื่องนี้เรียกว่า Waste-to-Energy หรือ WtE หรือพูดง่าย ๆ ว่า “เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน”

และวันนี้แนวคิดดังกล่าวกำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในยุโรปและประเทศไทย

ยุโรปกำลังมอง “ขยะ” ในมุมใหม่

ข้อมูลของ Eurostat ระบุว่า ในปี 2567 สหภาพยุโรปมีขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้นเฉลี่ย 517 กิโลกรัมต่อคน และสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ประมาณ 48% ขณะเดียวกัน ขยะที่ถูกนำไปฝังกลบลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีขยะมูลฝอยชุมชนถูกฝังกลบประมาณ 50 ล้านตัน หรือราว 24% ของขยะที่เกิดขึ้น

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ยุโรปกำลังพยายามลดการพึ่งพาหลุมฝังกลบอย่างจริงจัง และหันไปใช้ทั้งการรีไซเคิล การทำปุ๋ยหรือย่อยสลายอินทรีย์ รวมถึงการเผาขยะที่เหลือและไม่สามารถรีไซเคิลได้เพื่อผลิตพลังงาน

ที่สำคัญ กฎหมายของยุโรปกำหนดเป้าหมายให้ลดการฝังกลบขยะย่อยสลายได้ลงเหลือ 10% ภายในปี 2578

เหตุผลหนึ่งคือ หลุมฝังกลบไม่ได้มีเพียงปัญหาเรื่องพื้นที่ แต่ยังเกี่ยวข้องกับก๊าซมีเทน

เมื่อขยะอินทรีย์ถูกฝังอยู่ในสภาพที่มีออกซิเจนน้อย การย่อยสลายสามารถสร้างก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมาก โดยสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อพิจารณาในช่วงเวลา 20 ปี มีศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูงกว่า CO₂ ประมาณ 80 เท่า

ดังนั้น การจัดการขยะจึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “เก็บให้พ้นบ้าน” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านพลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจก

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวแผน AccelerateEU เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด

ขณะเดียวกัน ในเดือนกรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอให้ค่อย ๆ ขยายระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ EU หรือ EU ETS ไปยังการเผาขยะชุมชนด้วย

จุดนี้น่าสนใจมาก เพราะหมายความว่า “ขยะ” กำลังถูกนำเข้าไปอยู่ในสมการเดียวกับ พลังงาน ต้นทุนคาร์บอน และนโยบายสภาพภูมิอากาศ

ตัวอย่างที่คนทั่วโลกรู้จัก “CopenHill”

หากพูดถึง Waste-to-Energy หลายคนอาจนึกถึงโรงไฟฟ้าขยะในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

ที่นี่คือ Amager Bakke หรือ CopenHill โรงงานที่ทำให้ภาพจำของ “เตาเผาขยะ” เปลี่ยนไปอย่างมาก

เพราะด้านบนของโรงงานไม่ได้เป็นเพียงหลังคาธรรมดา แต่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สันทนาการ มีทั้งลานสกีและพื้นที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นอยู่ภายในโรงงาน

CopenHill นำขยะที่ไม่เหมาะกับการรีไซเคิลมาใช้ผลิตพลังงาน สามารถจ่ายไฟฟ้าคาร์บอนต่ำให้ประชาชนราว 550,000 คน และจ่ายความร้อนผ่านระบบทำความร้อนรวมให้ประมาณ 140,000 ครัวเรือน

มีข้อมูลระบุว่าโรงงานแห่งนี้สามารถลดการปล่อย CO₂ ได้ประมาณ 100,000 ตันต่อปีเมื่อเทียบกับพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ถูกทดแทน และสามารถกู้คืนโลหะจากขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ถึงประมาณ 90%

นี่จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่า โรงกำจัดขยะไม่จำเป็นต้องถูกสร้างขึ้นในลักษณะ “โรงงานหลังบ้าน” ที่ไม่มีใครอยากเห็นเสมอไป

หากออกแบบดี มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวด และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส โรงงานอุตสาหกรรมก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองได้

แล้วประเทศไทยล่ะ?

หันกลับมามองบ้านเรา ปัญหาขยะก็ไม่ได้เล็กกว่าประเทศอื่น

กรุงเทพมหานครเองกำลังเดินหน้าแนวทางนำขยะมาผลิตพลังงาน โดยมีโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม

ข้อมูลจากกรุงเทพมหานครระบุว่า โครงการแห่งใหม่ที่หนองแขมมีขนาดรองรับขยะ ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ใช้เตาเผาแบบตะกรับ หรือ Stoker Type ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 850–1,100 องศาเซลเซียส จากนั้นนำความร้อนไปผลิตไอน้ำและขับกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีกำลังผลิตประมาณ 30 เมกะวัตต์

โครงการก่อสร้างเริ่มเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 และตามแผนของ กทม. มีกำหนดสิ้นสุดการก่อสร้างวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569

กรุงเทพมหานครยังระบุด้วยว่า โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าแห่งที่ 2 ที่หนองแขม และแห่งที่ 3 ที่อ่อนนุช มีเป้าหมายเปิดดำเนินการภายในปี 2569 โดยมีระบบจัดการด้านคุณภาพอากาศ เสียง และน้ำเสียตามมาตรฐานที่กำหนด

พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ขยะที่เดิมต้องถูกขนออกไปกำจัดหรือฝังกลบ ก็สามารถนำเข้าสู่กระบวนการผลิตพลังงานได้

แต่ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องด้วยว่า Waste-to-Energy ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เราผลิตขยะเพิ่ม

เพราะหัวใจของการจัดการขยะที่ถูกต้องยังคงต้องเริ่มจาก

ลดการใช้ → ใช้ซ้ำ → คัดแยก → รีไซเคิล → นำส่วนที่เหลือไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน → และจึงกำจัดส่วนที่เหลืออย่างปลอดภัย

ไม่ใช่สร้างโรงไฟฟ้าขยะจำนวนมาก แล้วหวังว่าประชาชนจะผลิตขยะต่อไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

จุดที่ต้องระวัง “โรงไฟฟ้าขยะ” ก็มีด้านที่ต้องคิด

ผู้เขียนมองว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกนำเสนอเพียงด้านเดียวว่า “ขยะคือพลังงานสะอาด”

เพราะการเผาขยะก็ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะเมื่อขยะมีวัสดุที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น พลาสติก

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงว่า “โรงงานเผาได้กี่ตันต่อวัน” แต่คือ เผาอย่างไร ควบคุมมลพิษอย่างไร ตรวจวัดอย่างไร และประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้หรือไม่

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากคือ หากโรงไฟฟ้าต้องการขยะจำนวนมากเพื่อให้คุ้มค่าการลงทุน ก็อาจเกิดคำถามตามมาว่า หากวันหนึ่งประชาชนคัดแยกขยะได้ดีขึ้น ลดขยะลงได้จริง โรงงานจะยังมีขยะเพียงพอสำหรับเดินเครื่องหรือไม่

นี่คือโจทย์ที่นโยบายต้องคิดให้รอบคอบ

เพราะเป้าหมายสูงสุดของประเทศไม่ควรเป็น “ผลิตขยะให้เพียงพอกับโรงไฟฟ้า”

แต่ควรเป็น “ผลิตขยะให้น้อยที่สุด และจัดการขยะที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

 

ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า ประเทศไทยไม่ควรปฏิเสธเทคโนโลยี Waste-to-Energy เพียงเพราะภาพจำของ “เตาเผาขยะ” ในอดีต

แต่ก็ไม่ควรเชื่อว่าโรงไฟฟ้าขยะคือคำตอบของทุกอย่างเช่นกัน

สิ่งที่ประเทศไทยควรทำควบคู่กันคือ คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดขยะที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมการรีไซเคิล และนำเฉพาะขยะตกค้างที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นแล้วเข้าสู่กระบวนการผลิตพลังงาน

พร้อมกับต้องมีระบบตรวจวัดมลพิษที่เข้มงวด เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเห็น และมีบทลงโทษจริงหากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

เพราะหากทำได้เช่นนี้ เราอาจได้ประโยชน์ถึงสองต่อ

ขยะลดลงจากหลุมฝังกลบ และขยะที่เหลือสามารถนำมาผลิตพลังงานได้

ในวันที่โลกกำลังเผชิญทั้งปัญหาขยะล้นเมือง ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวคิด “Waste-to-Energy” จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง

แต่คำตอบที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง “รีไซเคิล” กับ “เผาขยะ”

หากเป็นการทำให้ทั้งสองอย่างเดินไปด้วยกัน

ลดขยะให้ได้มากที่สุด รีไซเคิลให้ได้มากที่สุด และนำขยะที่เหลือไปผลิตพลังงานอย่างสะอาดและตรวจสอบได้

ถ้าทำได้จริง สิ่งที่คนไทยเคยมองว่าเป็น “ภาระ” อย่างขยะ อาจกลายเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่ช่วยขับเคลื่อนเมืองในอนาคตได้

จาก “ขยะล้นเมือง” อาจกลายเป็น “พลังงานจากของเหลือทิ้ง”

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าให้คำว่า “พลังงานสะอาด” กลายเป็นข้ออ้างในการสร้างขยะเพิ่ม

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ขยะที่ดีที่สุด คือขยะที่ไม่ถูกสร้างขึ้นมาแต่แรก


แหล่งที่มาของข้อมูล :

  1. European Commission – AccelerateEU Energy Union และนโยบายด้านความมั่นคงทางพลังงานและพลังงานสะอาด
  2. European Commission – EU Emissions Trading System (EU ETS) และข้อเสนอขยายระบบซื้อขายคาร์บอนไปยังการเผาขยะชุมชน
  3. Eurostat – สถิติขยะมูลฝอยชุมชนของสหภาพยุโรป ปี 2567 และข้อมูลการรีไซเคิล/กำจัดขยะ
  4. U.S. Environmental Protection Agency (EPA) – ข้อมูลศักยภาพของก๊าซมีเทนในการทำให้โลกร้อน
  5. World Economic Forum – ข้อมูลกรณีศึกษา CopenHill หรือ Amager Bakke ประเทศเดนมาร์ก
  6. State of Green Denmark – ข้อมูลระบบ Waste-to-Energy ของ CopenHill และการผลิตไฟฟ้า/ความร้อน
  7. กรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม – ข้อมูลโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และกำลังผลิตประมาณ 30 เมกะวัตต์
  8. กรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม – ข้อมูลโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าแห่งที่ 2 หนองแขม และแห่งที่ 3 อ่อนนุช
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 บัตรสวัสดิการและ "สิทธิประกันสังคม" สุดพีค ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่เคยดึงมาใช้เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผมไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทมาแล้ว! แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขเด็ด “ปิ่นแก้ว” งวด 1/9/69 จับปิงปองให้เห็นกันชัด ๆ 7-3-9 แฟนหวยแห่สาธุ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำไม 3 คำนี้ถึงเกี่ยวกับชีวิตของเราทุกวันดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผมไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
คนไทยไม่เหมือนฝรั่ง พบ ‘ยีนมะเร็ง’ ต่างกัน อาจตรวจพลาดจากเพื่อนรักสู่ศึก 20 ล้าน “ต้า–ยัต เฟ็ดเฟ่” แตกหักถึงศาล5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัว“มนุษย์เดินชน” ปะทะ “มนุษย์สายล่อฟ้า” ศึกเงียบญี่ปุ่น–นักท่องเที่ยว
ตั้งกระทู้ใหม่