หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กลิ่นขี้ในแม่น้ำเทมส์สะเทือนรัฐสภา

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

กลิ่นขี้ในแม่น้ำเทมส์สะเทือนรัฐสภา

ฤดูร้อนปี 1858 ลอนดอนไม่ได้มีปัญหาแค่แดดร้อนหรืออากาศอบอ้าว แต่ทั้งเมืองกำลังถูกกลิ่นเหม็นจากแม่น้ำเทมส์บุกเข้าจู่โจม กลิ่นนั้นรุนแรงจนผู้คนปิดหน้าต่าง รีบเดินผ่านริมแม่น้ำ และพยายามเอาผ้ามาปิดจมูกตลอดเวลา

เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเรียกว่า The Great Stink หรือ “มหากลิ่นเหม็น” แม้จะฟังเหมือนเรื่องตลก แต่เบื้องหลังคือวิกฤตสุขาภิบาลครั้งใหญ่ของกรุงลอนดอน และเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้เมืองต้องสร้างระบบท่อระบายน้ำสมัยใหม่ขึ้นมา

แม่น้ำที่กลายเป็นท่อระบายน้ำของเมือง

ตลอดหลายสิบปีก่อนหน้านั้น ลอนดอนขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประชากรเพิ่มขึ้น บ้านเรือนหนาแน่นขึ้น และห้องน้ำแบบชักโครกเริ่มถูกใช้งานมากขึ้น แต่ระบบระบายน้ำของเมืองยังล้าหลัง ท่อจำนวนมากสร้างขึ้นเฉพาะจุดและไม่ได้เชื่อมต่อกันเป็นระบบเดียว

ของเสียจากบ้านเรือน ส้วมหลุม โรงงาน โรงฆ่าสัตว์ และกิจการต่าง ๆ จึงไหลลงสู่แม่น้ำเทมส์โดยตรง แม่น้ำสายสำคัญที่ควรเป็นแหล่งน้ำและเส้นทางคมนาคม ค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพเป็นแหล่งรวมสิ่งปฏิกูลของมหานคร

ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปี 1858 นักวิทยาศาสตร์และนักเขียนหลายคนเคยเตือนถึงสภาพน้ำที่ขุ่นดำและมีกลิ่นผิดปกติมานานแล้ว แต่คำเตือนจำนวนมากยังไม่เพียงพอที่จะทำให้รัฐบาลยอมทุ่มเงินก้อนใหญ่แก้ไขปัญหา

เมื่อความร้อนทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง

ในช่วงฤดูร้อนปีนั้น อากาศร้อนและแห้งกว่าปกติ ระดับน้ำในแม่น้ำลดลง ทำให้ตะกอนและคราบสกปรกที่สะสมตามริมฝั่งโผล่ขึ้นมารับความร้อน ของเสียที่เคยถูกน้ำเจือจางเริ่มเน่าและส่งกลิ่นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

กลิ่นเหม็นไม่ได้ลอยอยู่เฉพาะในย่านชุมชนริมแม่น้ำ แต่พัดเข้าสู่ใจกลางอำนาจของประเทศด้วย พระราชวังเวสต์มินสเตอร์และอาคารรัฐสภาตั้งอยู่ติดแม่น้ำ สมาชิกสภาจึงต้องทำงานท่ามกลางอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นจากเทมส์

มีการนำม่านและผ้าม่านบริเวณหน้าต่างไปชุบด้วย คลอไรด์ออฟไลม์ หรือสารฟอกขาวชนิดหนึ่ง หวังว่าจะช่วยลดกลิ่นจากภายนอก แต่ผลลัพธ์แทบไม่ช่วยอะไร กลิ่นของสารเคมีกลับผสมกับกลิ่นแม่น้ำจนบรรยากาศในอาคารยิ่งชวนคลื่นไส้

การประชุมรัฐสภาได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน มีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการย้ายสถานที่ทำงานของรัฐบาลออกจากเวสต์มินสเตอร์ไปยังเมืองอื่น บางบันทึกใช้ถ้อยคำว่ารัฐสภาเกือบต้องระงับการประชุม ไม่ใช่เพราะสงครามหรือการกบฏ แต่เพราะไม่มีใครทนกลิ่นจากแม่น้ำได้

กลิ่นเหม็นบีบให้รัฐบาลลงมือ

ก่อนหน้านี้รัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญถกเถียงกันมานานว่าจะจัดการน้ำเสียอย่างไร ฝ่ายหนึ่งเสนอให้ปรับปรุงท่อเดิม อีกฝ่ายเห็นว่าต้องสร้างเครือข่ายใหม่ทั้งหมด และพาของเสียออกจากใจกลางเมืองไปปล่อยในพื้นที่ปลายน้ำ

วิศวกรคนสำคัญของโครงการคือโจเซฟ บาซัลเจตต์ เขาเสนอระบบท่อขนาดใหญ่ที่ใช้ความลาดเอียงของพื้นที่ช่วยลำเลียงน้ำเสียออกจากใจกลางลอนดอน พร้อมสร้างเขื่อนกั้นริมแม่น้ำและสถานีสูบน้ำในจุดสำคัญ

เมื่อกลิ่นเหม็นลอยเข้าไปถึงห้องประชุมของผู้มีอำนาจ ปัญหาที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนจนหรือชุมชนริมแม่น้ำก็กลายเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ร่างกฎหมายเพื่อจัดการระบบระบายน้ำจึงถูกผลักดันอย่างเร่งด่วน และผ่านเป็นกฎหมายภายในเวลาเพียงประมาณ 18 วัน

นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า บางครั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไม่ได้เกิดจากรายงานวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเมื่อปัญหาเดินทางไปถึงโต๊ะทำงานของคนที่มีอำนาจตัดสินใจด้วยตัวเอง

ใต้ถนนลอนดอนคือผลงานมหึมา

หลังได้รับอนุมัติ โครงการก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี 1859 คนงานต้องขุดถนน เปิดพื้นที่ใต้เมือง สร้างอุโมงค์ด้วยอิฐจำนวนมหาศาล และวางท่อขนาดใหญ่ท่ามกลางบ้านเรือน ถนน คลอง และทางรถไฟที่มีอยู่แล้ว

งานก่อสร้างกินเวลาหลายปีและเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งฝนตกหนัก ดินทรุด การจราจรที่ต้องเบี่ยงทาง และอุบัติเหตุในพื้นที่ขุดเจาะ แต่เครือข่ายท่อใหม่ค่อย ๆ เชื่อมโยงพื้นที่ต่าง ๆ ของลอนดอนเข้าด้วยกัน

ระบบดังกล่าวไม่ได้ทำให้แม่น้ำเทมส์สะอาดในทันที และยังมีปัญหาการปล่อยน้ำเสียในช่วงแรก แต่ช่วยย้ายจุดระบายของเสียออกจากใจกลางเมือง ลดการสะสมของสิ่งปฏิกูลริมฝั่ง และวางรากฐานให้ลอนดอนกลายเป็นเมืองสมัยใหม่มากขึ้น

บทเรียนจากวันที่คนทั้งเมืองทนกลิ่นไม่ไหว

The Great Stink ไม่ใช่เรื่องของกลิ่นเหม็นเพียงอย่างเดียว แต่มันคือภาพของเมืองที่เติบโตเร็วกว่าระบบรองรับ ผู้คนสร้างบ้าน สร้างโรงงาน และใช้ชีวิตหนาแน่นขึ้น แต่กลับไม่มีใครลงทุนกับสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างท่อระบายน้ำมากพอ

ในเวลานั้น ผู้คนจำนวนมากยังเชื่อว่าโรคติดต่อเกิดจากอากาศเสียและกลิ่นเหม็นโดยตรง ความเข้าใจเรื่องการแพร่โรคยังไม่สมบูรณ์ แต่ความพยายามแก้ปัญหาน้ำเสียกลับช่วยลดความเสี่ยงด้านสาธารณสุขได้จริงในระยะยาว

เรื่องนี้จึงมีความย้อนแย้งอยู่ไม่น้อย รัฐบาลไม่ได้รีบสร้างระบบใหม่เพราะประชาชนริมแม่น้ำเดือดร้อนมานานหลายปี แต่เริ่มลงมืออย่างจริงจังเมื่อกลิ่นเดียวกันลอยเข้าไปถึงรัฐสภา

บางครั้ง เมืองไม่ได้เปลี่ยนเพราะทุกคนเห็นปัญหา แต่เปลี่ยนเมื่อคนที่มีอำนาจไม่สามารถหลบหนีปัญหานั้นได้อีกต่อไป

 

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เนื้อหาโดย: ตัวซีเคร็ท
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัวเที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทป้ายใหม่ รพ.สุรินทร์ไม่มีภาษาเขมร จุดกระแสวิจารณ์สองฝั่ง5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?หมอเถื่อนกับอัณฑะแพะที่ขายความหนุ่ม10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569คอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัวคอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไรขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยหมอเถื่อนกับอัณฑะแพะที่ขายความหนุ่ม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัวคอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไรขาหนีบดำ เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัย
ตั้งกระทู้ใหม่