ดวงจันทร์ไม่ได้เปลี่ยนสี แล้วทำไมควันไฟไกล ๆ ถึงทำให้มันดูแดงขึ้นได้?
ดวงจันทร์ไม่ได้เปลี่ยนสี แล้วทำไมควันไฟไกล ๆ ถึงทำให้มันดูแดงขึ้นได้?
ภาพประกอบแนวคิด: สีของดวงจันทร์ที่เราเห็นอาจเปลี่ยนไปตามสภาพของบรรยากาศ ฝุ่น ควัน หรือหมอกที่แสงต้องเดินทางผ่าน
เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 คนในภาคใต้บางพื้นที่เห็นดวงจันทร์ออกเป็น สีน้ำตาลหม่นอมแดง จนหลายคนอาจนึกว่าเกี่ยวข้องกับจันทรุปราคา
แต่สมาคมดาราศาสตร์ไทยชี้แจงว่า จันทรุปราคาบางส่วนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ไม่สามารถสังเกตได้จากประเทศไทย และสีที่คนบางพื้นที่เห็นในช่วงกลางคืนเกี่ยวข้องกับควันจากไฟป่าอินโดนีเซียที่อยู่ในบรรยากาศ
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ
ถ้าดวงจันทร์ไม่ได้เปลี่ยนสีเอง แล้วทำไมสิ่งที่อยู่ในอากาศระหว่างเรากับดวงจันทร์ถึงทำให้มันดูแดงขึ้นได้?
คำตอบอยู่ที่สิ่งที่แสงต้องเดินทางผ่านก่อนจะมาถึงตาเรา
ดวงจันทร์ไม่ได้มีแสงของตัวเอง
สิ่งที่เราเห็นจากดวงจันทร์คือแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบพื้นผิวดวงจันทร์แล้วสะท้อนกลับมายังโลก
แต่ก่อนแสงนั้นจะเข้าตาเรา มันยังต้องเดินทางผ่าน บรรยากาศของโลก
ดังนั้นสีที่เราเห็นจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงจันทร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่า ระหว่างดวงจันทร์กับสายตาของเรามีอากาศ ฝุ่น ควัน หรืออนุภาคแบบใดอยู่บ้าง
พูดง่าย ๆ คือ
ดวงจันทร์เป็นแหล่งแสงสะท้อนที่เราเห็น ส่วนบรรยากาศเป็นตัวกลางที่สามารถเปลี่ยนสัดส่วนของแสงแต่ละสีระหว่างทางได้
ทำไมดวงจันทร์ใกล้ขอบฟ้าถึงมักดูเหลืองหรือแดงกว่าเดิม?
เวลาวัตถุท้องฟ้าอยู่สูงเหนือศีรษะ แสงเดินทางผ่านบรรยากาศเป็นระยะทางสั้นกว่า
แต่เมื่อดวงจันทร์อยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้า แสงต้องเดินทางผ่านบรรยากาศในแนวเฉียงเป็นระยะทางยาวขึ้น
NASA/JPL อธิบายว่า แสงที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่า โดยเฉพาะโทนน้ำเงิน ถูกกระเจิงได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อแสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศเป็นระยะทางยาว แสงช่วงสั้นบางส่วนจึงถูกกระเจิงออกจากแนวสายตามากกว่า ทำให้ สัดส่วนของแสงโทนอุ่นที่เดินทางมาถึงตาเราเด่นขึ้น
นี่เป็นหลักเดียวกับที่ทำให้ดวงอาทิตย์ตอนเช้าหรือตอนเย็นดูแดงกว่าตอนอยู่สูงกลางฟ้า
แล้วควันไฟเข้ามาเปลี่ยนภาพอย่างไร?
ในบรรยากาศไม่ได้มีแค่โมเลกุลของอากาศ
ยังมีอนุภาคเล็ก ๆ ที่เรียกว่า aerosols ซึ่งอาจมาจากฝุ่น มลพิษ เกลือทะเล เถ้าภูเขาไฟ หรือควันไฟ
อนุภาคเหล่านี้สามารถกระเจิงและดูดกลืนแสงได้ และผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนกันทุกชนิด เพราะขึ้นกับทั้ง ขนาด องค์ประกอบ และปริมาณของอนุภาค
ควันหรือ aerosol บางสภาพสามารถทำให้สัดส่วนของแสงโทนแดงและส้มที่มาถึงตาเราเด่นขึ้น ขณะที่ฝุ่นหรือมลพิษบางรูปแบบอาจทำให้ดวงจันทร์ดูหม่นมากกว่าจะเป็นสีแดงสด
ภาพอธิบายแนวคิด: แสงจากดวงจันทร์ต้องเดินทางผ่านบรรยากาศก่อนเข้าตาเรา หากมีฝุ่น ควัน หรือ aerosol อยู่ในเส้นทาง การกระเจิงและการส่งผ่านของแสงสามารถเปลี่ยนสัดส่วนของสีที่เราเห็นได้
ดังนั้นการบอกว่า
“ควันทำให้ดวงจันทร์เป็นสีแดง”
ถ้าพูดแบบสั้น ๆ ก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้าจะให้แม่นกว่า ควรพูดว่า
ควันและ aerosol ในบรรยากาศสามารถเปลี่ยนการกระเจิงและการส่งผ่านของแสง จนทำให้ดวงจันทร์ที่เรามองผ่านชั้นอากาศนั้นดูออกโทนส้ม แดง หรือน้ำตาลมากขึ้น
ไม่ใช่ว่าควันทุกแบบจะทำให้แดงเหมือนกัน
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะสีที่เราเห็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า “มีควัน” อย่างเดียว
แต่ยังขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น
- ขนาดของอนุภาค
- ปริมาณของฝุ่นหรือควัน
- องค์ประกอบของ aerosol
- ตำแหน่งของชั้นควันในบรรยากาศ
- ระยะทางที่แสงเดินทางผ่านชั้นอากาศ
- ความสูงของดวงจันทร์จากขอบฟ้า
- เมฆ ความชื้น หรืออนุภาคชนิดอื่นที่อยู่ร่วมกัน
เพราะฉะนั้นเราไม่ควรใช้สูตรว่า
เห็นดวงจันทร์แดง = ต้องมีไฟป่า
ดวงจันทร์สามารถดูเหลือง ส้ม แดง หรือน้ำตาลได้จากหลายสภาพของบรรยากาศ
เหตุคืนวันที่ 28 สิงหาคมเป็นกรณีที่สมาคมดาราศาสตร์ไทยเชื่อมโยงสีที่คนภาคใต้บางพื้นที่เห็นกับ ควันจากไฟป่าอินโดนีเซีย ไม่ใช่กฎทั่วไปของดวงจันทร์สีแดงทุกคืน
แล้วมันต่างจาก “พระจันทร์สีแดงตอนจันทรุปราคา” อย่างไร?
นี่เป็นส่วนที่คนสับสนได้ง่ายที่สุด เพราะทั้งสองกรณีสามารถทำให้ดวงจันทร์ดูแดงได้เหมือนกัน
แต่กลไกและเส้นทางของแสงต่างกัน
กรณีหมอกควันหรือฝุ่นในอากาศ
เราอยู่บนพื้นโลก แล้วมองดวงจันทร์ผ่านชั้นบรรยากาศที่มี aerosol อยู่
ดวงจันทร์ → บรรยากาศ/ควันใกล้โลก → ตาเรา
สีที่เราเห็นเปลี่ยนไประหว่างที่แสงจากดวงจันทร์เดินทางผ่านบรรยากาศเข้าสู่สายตาของผู้สังเกต
กรณีจันทรุปราคา
โลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์
ดวงจันทร์เข้าไปในเงาของโลก แต่แสงอาทิตย์บางส่วนยังสามารถเดินทางผ่านบรรยากาศบริเวณขอบโลก ถูกหักเหและกระเจิง แล้วไปตกบนดวงจันทร์
แสงที่ผ่านบรรยากาศโลกในลักษณะนี้สามารถทำให้ส่วนของดวงจันทร์ที่อยู่ในเงามีโทนส้มแดงได้
ดวงอาทิตย์ → บรรยากาศโลก → ดวงจันทร์ → ตาเรา
ดังนั้น
ดวงจันทร์แดงจากบรรยากาศตรงหน้าเรา ≠ ดวงจันทร์แดงจากจันทรุปราคา
แม้ปลายทางคือเราเห็นสีแดงเหมือนกัน แต่ตำแหน่งและเส้นทางที่บรรยากาศเข้าไปมีผลกับแสงแตกต่างกัน
แล้วคืนวันที่ 28 สิงหาคมเกิดจันทรุปราคาจริงหรือไม่?
เกิดจริงครับ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยมองเห็นในเวลานั้น
สมาคมดาราศาสตร์ไทยระบุว่า วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิด จันทรุปราคาบางส่วน โดยดวงจันทร์เข้าเงามืดของโลกลึกประมาณ 93% ของเส้นผ่านศูนย์กลาง แต่ช่วงปรากฏการณ์เกิดตั้งแต่ประมาณ 08:23 ถึง 14:02 น. ตามเวลาประเทศไทย และ ไม่สามารถสังเกตปรากฏการณ์นี้จากประเทศไทยได้
ตรงนี้ช่วยแยกสองเหตุการณ์ออกจากกันได้ชัด
มีจันทรุปราคาเกิดขึ้นจริงในวันเดียวกัน
แต่ดวงจันทร์สีน้ำตาลหม่นอมแดงที่คนบางพื้นที่ภาคใต้เห็นในช่วงกลางคืน ไม่ใช่ภาพของจันทรุปราคาครั้งนั้น
ทำไมเรื่องนี้น่าสนใจกว่าคำว่า “พระจันทร์แดง”?
เพราะมันเตือนเราว่า เวลามองท้องฟ้า เราไม่ได้มองวัตถุอวกาศแบบไม่มีอะไรกั้น
เรามองมันผ่านชั้นอากาศของโลกตลอดเวลา
และชั้นอากาศนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่สามารถเปลี่ยนภาพที่ตาเราเห็นได้
ฝุ่น
ควัน
ละอองลอย
ความชื้น
เมฆ
และระยะทางที่แสงเดินทางผ่านบรรยากาศ
บางครั้งสิ่งที่เราเห็นบนดวงจันทร์ จึงกำลังบอกเราเกี่ยวกับ บรรยากาศของโลก มากพอ ๆ กับที่กำลังบอกเราเกี่ยวกับดวงจันทร์
จำง่าย ๆ ว่า
ดวงจันทร์สะท้อนแสงอาทิตย์
↓
แสงเดินทางมายังโลก
↓
ต้องผ่านบรรยากาศก่อนเข้าตาเรา
↓
ฝุ่น ควัน และ aerosol เปลี่ยนการกระเจิง/ส่งผ่านของแสง
↓
สีที่เห็นอาจออกเหลือง ส้ม แดง หรือน้ำตาล
เพราะฉะนั้น ถ้าครั้งหน้ามองขึ้นไปแล้วเห็นดวงจันทร์ออกสีแดงผิดปกติ อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นจันทรุปราคา
บางทีสิ่งที่เปลี่ยนไปอาจไม่ได้อยู่บนดวงจันทร์เลย
แต่อยู่ใน อากาศที่เรากำลังมองผ่าน ต่างหาก
แหล่งข้อมูล
1. สมาคมดาราศาสตร์ไทย — สุริยุปราคาและจันทรุปราคาในปี 2569
ใช้ยืนยันว่าจันทรุปราคาบางส่วนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดขึ้นจริง แต่ไม่สามารถสังเกตได้จากประเทศไทย รวมถึงเวลาของปรากฏการณ์
2. สมาคมดาราศาสตร์ไทย / มติชน — ชี้แจงดวงจันทร์สีน้ำตาลหม่นอมแดงที่คนภาคใต้บางพื้นที่เห็น
ใช้ประกอบข้อมูลว่าเหตุการณ์ที่เห็นในช่วงกลางคืนไม่ใช่จันทรุปราคา และเชื่อมโยงกับควันจากไฟป่าอินโดนีเซีย
3. NASA Jet Propulsion Laboratory (JPL) — Red, Red Moon and Other Lunar Eclipse Phenomena
ใช้อธิบายการกระเจิงของแสง การเดินทางของแสงผ่านบรรยากาศ และผลของ aerosol ต่อสีที่ผู้สังเกตมองเห็น
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
สรุปเลขขายดีและสำนักดัง งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
น้าแอ๊ดมอบ 1 ล้านบาท ให้น้องเนเน่ไว้เป็นค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการไปคว้าชัยกลับมาให้คนไทย
ส่อง 5 โรงเรียนน่าเรียนในไทย พื้นที่กว้าง บรรยากาศเหมือนเรียนเมืองนอก
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
ปักหมุด 6 หนังใหม่เข้าฉาย 3 ก.ย. 69! ตารางแน่นจนตั๋วในมือสั่น จะแนวไหนสไตล์ไหนก็มีให้เลือกครบ
10 ขนมยอดฮิตหน้าโรงเรียนในยุค 90
TH-AI Passport คืออะไร? ทำไมคนไทยกว่า 1.3 ล้านคนแห่ลงทะเบียน ก่อนเปิดใช้ 31 ส.ค.นี้
“เช่าสินสอด” จ่ายเท่าไร ได้อะไรบ้างก่อนใช้ในพิธีแต่งงาน
ส่องให้ครบ! เลข 9 สำนัก งวด 1 กันยายน 2569
เปิดสถิติหวยออก 1 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขมงคลโผล่เพียบ! คอหวยส่องเลขดัง เคยออกซ้ำมาแล้วหลายงวด ลุ้นงวดนี้ 1/9/69
เปิดตารางทักษา “อ.ออร่า มหารานี” งวด 1 ก.ย. 69 คัด 6 เลขเด่น จับคู่เลขท้ายให้แล้ว ใครชอบแนวนี้ลองส่อง
มานี มานะ หนังสือเรียนภาษาไทยในตำนาน ยังอ่านออนไลน์ได้ไหม? รวมประวัติและแหล่งอ่าน
ต้มไข่ด้วยน้ำเดือดแล้วแกะง่ายขึ้นจริงแค่ไหนเมื่อทำเองที่บ้าน
มานี มานะ หนังสือเรียนภาษาไทยในตำนาน ยังอ่านออนไลน์ได้ไหม? รวมประวัติและแหล่งอ่าน
มาแล้ว เลขเด็ด “บ่าวสุพรรณ” งวด 1 ก.ย. 2569 เน้น 6-7 มาแรง
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/9/69
พิธีกรเกาหลีใต้ โค้งขอโทษทั้งลำ ปมลูกร้องไห้ ขึ้น-ไม่ขึ้นเครื่อง จนทำให้ไฟลต์ล่าช้า 1 ชั่วโมง
งาน รปภ. ไม่ใช่แค่ยืนเฝ้า แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน
มานี มานะ หนังสือเรียนภาษาไทยในตำนาน ยังอ่านออนไลน์ได้ไหม? รวมประวัติและแหล่งอ่าน
ทำไมคำว่า “คนอีสาน” บางครั้งจึงกลายเป็นคำที่ฟังเหมือนการแซะ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงการเรียกผู้คนจากภูมิภาคหนึ่ง
10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เนเธอร์แลนด์
