หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“สตรอว์เบอร์รี” ที่จริงแล้วไม่ใช่เบอร์รี…และส่วนที่เรากินก็ไม่ใช่ “ผล” ด้วยซ้ำ!

เขียนโดย dukedick

⁉️ “สตรอว์เบอร์รี” ที่จริงแล้วไม่ใช่เบอร์รี…และส่วนที่เรากินก็ไม่ใช่ “ผล” ด้วยซ้ำ! 🍓

สตรอว์เบอร์รีสีแดงสดที่เราคุ้นเคย อาจเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ดูจะไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่ล้างให้สะอาดแล้วกัดกิน เนื้อฉ่ำ ๆ หวานอมเปรี้ยวก็พร้อมจะละลายในปาก แต่ถ้ามองมันด้วยสายตาของนักพฤกษศาสตร์ เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นอย่างน่าประหลาด เพราะสิ่งที่เราเรียกว่า “ผลสตรอว์เบอร์รี” นั้น แท้จริงแล้ว ไม่ใช่ผลไม้ในความหมายของผลเดี่ยวแบบที่หลายคนเข้าใจ และไม่ใช่ “เบอร์รี” ตามนิยามทางพฤกษศาสตร์อีกด้วย

เหตุผลซ่อนอยู่บนผิวสีแดงสดที่เราเห็นนี่เอง

หากลองหยิบสตรอว์เบอร์รีขึ้นมาสักลูกแล้วสังเกตอย่างละเอียด จะพบจุดเล็ก ๆ สีเหลืองหรือน้ำตาลจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วผิว จุดเหล่านี้ไม่ใช่เมล็ดที่ฝังอยู่บนผิวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่แต่ละจุดคือ ผลแห้งขนาดเล็กที่เรียกว่า “อะคีน” (achene) และภายในอะคีนแต่ละผลจะมีเมล็ดอยู่หนึ่งเมล็ด

พูดง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่เรามองว่าเป็น “เมล็ดสตรอว์เบอร์รี” จริง ๆ แล้วเป็น ผลขนาดจิ๋ว ส่วนเมล็ดที่แท้จริงถูกบรรจุอยู่ภายในผลเล็ก ๆ เหล่านั้น

แล้วเนื้อสีแดงฉ่ำ ๆ ที่เราใช้เรียกว่า “ผลสตรอว์เบอร์รี” ล่ะ?

ตรงนี้เองที่เรื่องราวน่าสนใจขึ้นไปอีก เพราะส่วนที่เรากินไม่ได้เกิดจากรังไข่ของดอกโดยตรง แต่เป็นส่วนของ ฐานรองดอก (receptacle) ที่ขยายตัวและกลายเป็นเนื้อฉ่ำสีแดงที่เรารับประทาน

ด้วยเหตุนี้ สตรอว์เบอร์รีจึงถูกจัดเป็น ผลเทียม หรือผลประกอบ (accessory fruit) เพราะส่วนที่มีเนื้อและพัฒนาเป็นโครงสร้างหลักที่เราเห็นนั้นไม่ได้มาจากรังไข่เพียงอย่างเดียว แต่มีเนื้อเยื่อส่วนอื่นของดอกเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

ขณะเดียวกัน เนื่องจากภายในดอกเดียวมีรังไข่หลายอัน และแต่ละรังไข่พัฒนาไปเป็นอะคีนขนาดเล็กจำนวนมาก สตรอว์เบอร์รีจึงมีลักษณะเป็น ผลกลุ่ม (aggregate fruit) เช่นเดียวกับผลไม้บางชนิดในวงศ์กุหลาบ หรือ Rosaceae

ดังนั้น สตรอว์เบอร์รีหนึ่งลูกจึงเป็นเหมือน “ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่รวมผลเล็ก ๆ จำนวนมากเอาไว้บนพื้นผิว”

ยิ่งมองใกล้ก็ยิ่งน่าทึ่ง เพราะสิ่งที่ดูเหมือนเมล็ดนับร้อยบนสตรอว์เบอร์รีหนึ่งลูก แท้จริงแล้วคืออะคีนจำนวนมากที่เรียงตัวอยู่บนฐานรองดอกที่ขยายใหญ่ขึ้น และแต่ละอะคีนก็มีเมล็ดของตัวเองอยู่ภายใน

แต่เรื่องที่ทำให้หลายคนสับสนยิ่งกว่าคือคำว่า “เบอร์รี”

แม้ชื่อภาษาอังกฤษของสตรอว์เบอร์รีจะลงท้ายด้วยคำว่า berry แต่ในทางพฤกษศาสตร์มันกลับไม่ใช่ “เบอร์รีแท้” เพราะคำว่า berry ในทางพฤกษศาสตร์มีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าการเรียกผลไม้ลูกเล็ก ๆ ที่มีรสหวานหรือเปรี้ยว

เบอร์รีแท้เป็นผลเดี่ยวที่พัฒนามาจากรังไข่ของดอก โดยทั่วไปมีเนื้ออ่อนหรือฉ่ำน้ำและมีเมล็ดอยู่ภายใน ตัวอย่างที่ดูเหมือนจะขัดกับความเข้าใจทั่วไป ได้แก่ กล้วย มะเขือเทศ องุ่น และบลูเบอร์รี ซึ่งสามารถจัดอยู่ในกลุ่มเบอร์รีตามนิยามทางพฤกษศาสตร์ได้

ในทางกลับกัน ผลไม้ที่คนทั่วไปเรียกว่าเบอร์รีหลายชนิดกลับไม่ใช่เบอร์รีแท้ เช่น สตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแบล็กเบอร์รี เพราะโครงสร้างการเกิดผลของพวกมันแตกต่างออกไป

นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า “ชื่อสามัญ” กับ “ชื่อทางวิทยาศาสตร์” อาจไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป

คำว่า strawberry เป็นชื่อที่มนุษย์ใช้เรียกผลไม้ชนิดนี้มานานแล้ว และไม่ได้ถูกตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์การจำแนกผลทางพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ ดังนั้นการที่มีคำว่า berry อยู่ในชื่อจึงไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเป็นเบอร์รีตามนิยามทางวิทยาศาสตร์

เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกอย่างว่า ธรรมชาติไม่ได้จำเป็นต้องสร้างสิ่งต่าง ๆ ตามหมวดหมู่ที่มนุษย์ตั้งชื่อให้

สิ่งที่เราเรียกว่า “ผลสตรอว์เบอร์รี” จึงไม่ใช่เพียงผลไม้สีแดงธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ที่เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของดอกทำงานร่วมกัน ฐานรองดอกขยายใหญ่จนกลายเป็นเนื้อสีแดง ขณะที่รังไข่จำนวนมากพัฒนาเป็นอะคีนเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นผิว

และครั้งต่อไปที่คุณหยิบสตรอว์เบอร์รีขึ้นมากิน ลองมองจุดเล็ก ๆ ที่อยู่บนผิวของมันสักครู่

เพราะสิ่งที่คุณเคยคิดว่าเป็นเพียง “เมล็ดเล็ก ๆ” อาจเป็นผลไม้จิ๋วนับสิบ นับร้อยที่กำลังเกาะอยู่บนผลเทียมสีแดงสดตรงหน้าคุณ

สตรอว์เบอร์รีจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสุดคลาสสิกที่พิสูจน์ว่า สิ่งที่เราเรียกมันว่า อาจไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นในทางวิทยาศาสตร์เสมอไป 🍓🔬

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องเลข ผู้ว่า ระยอง งวด 1 ก.ย. 69"อนุทิน" ลงนามใช้อำนาจสั่ง"เนรเทศต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย" มีผล 28 ส.ค. 2569แม่ค้าลอตเตอรี่ดวงเฮง! หวยขายไม่ออกกลับให้โชค 2 แสน ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ลุ้นงวดใหม่เปิดรายได้ธุรกิจ “ยัต กิตติศักดิ์” หนึ่งในแก๊ง FEDFE แม้สายฮา แต่ธุรกิจไม่ธรรมดารวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/9/697 อุปกรณ์เครื่องเขียนยี่ห้อดังในตำนาน ที่ไม่มีผลิตอีกแล้วและราคาสูงเลือกตั้งซ่อมอุดรธานี เขต 3 วันที่ 30 ส.ค. 69: 5 เรื่องที่ต้องเช็กก่อนออกจากบ้านส่อง 5 โรงเรียนน่าเรียนในไทย พื้นที่กว้าง บรรยากาศเหมือนเรียนเมืองนอกช้อนในแก้วน้ำไม่ได้หัก แต่ทำไมตาเราถึงเห็นเหมือนมีรอยพับ?เลขเด่นงวด 1 ก.ย. 69 รวม 3 สำนัก เทียบชัด ๆ เลขไหนชนกันน่าจับตา!สถิติหวยลาววันศุกร์ งวด 28 ส.ค. 69 เลขที่เคยออกซ้ำบ่อย“โทโยนิ” หัวใจสีมรกตที่ซ่อนอยู่กลางป่าฮอกไกโด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ช้อนในแก้วน้ำไม่ได้หัก แต่ทำไมตาเราถึงเห็นเหมือนมีรอยพับ?"อนุทิน" ลงนามใช้อำนาจสั่ง"เนรเทศต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย" มีผล 28 ส.ค. 2569แม่ค้าลอตเตอรี่ดวงเฮง! หวยขายไม่ออกกลับให้โชค 2 แสน ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ลุ้นงวดใหม่จัดอันดับ 5 จุดรั่วไหลของเงินในบ้านคนไทย ที่ทำให้ค่าน้ำ-ค่าไฟพุ่งแบบหาสาเหตุไม่เจอเปิดรายได้ธุรกิจ “ยัต กิตติศักดิ์” หนึ่งในแก๊ง FEDFE แม้สายฮา แต่ธุรกิจไม่ธรรมดา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ช้อนโลหะกับช้อนไม้อยู่ห้องเดียวกัน ทำไมมือเรารู้สึกว่าอันหนึ่งเย็นกว่า?ช้อนในแก้วน้ำไม่ได้หัก แต่ทำไมตาเราถึงเห็นเหมือนมีรอยพับ?10 มุมถ่ายรูปนครสวรรค์ที่สายคอนเทนต์ควรรู้จัดอันดับ 5 จุดรั่วไหลของเงินในบ้านคนไทย ที่ทำให้ค่าน้ำ-ค่าไฟพุ่งแบบหาสาเหตุไม่เจอ
ตั้งกระทู้ใหม่