หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มอญร้องไห้ : งานศพที่คนร้องไห้มาเป็นเพลง

เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

ประวัติศาสตร์ มอญร้องไห้: จากศรัทธาพุทธกาล สู่กลอุบายสงคราม และจารีตราชสำนัก

        เสียงโหยหวนอันเยือกเย็นที่ลอยแว่วมาตามลม เคล้าคลอไปกับท่วงทำนองเนิบนาบของวงปี่พาทย์มอญในงานอวมงคล คือเอกลักษณ์ของพิธีกรรมโบราณที่รู้จักกันในนาม "มอญร้องไห้" ซึ่งเบื้องหลังเสียงคร่ำครวญสะกดอารมณ์นี้ มิได้มีเพียงมิติของความโศกเศร้าอาลัยรักเท่านั้น หากแต่ยังแฝงไปด้วยรากเหง้าทางคติชนวิทยา ยุทธศาสตร์การทหารอันแยบยล ตลอดจนประวัติศาสตร์การเมืองและจารีตประเพณีที่ผันผ่านตามกาลเวลา

กำเนิดจากศรัทธาและคติชนวิทยา

        ในเชิงคติชนวิทยา ประเพณีมอญร้องไห้มีรากฐานสืบสาวไปไกลถึงสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระองค์ได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้พระบาททั้งสองข้างยื่นทะลุพ้นออกมานอกหีบทอง เพื่อให้พระมหากัสสปะได้กราบถวายบังคมเป็นครั้งสุดท้าย ในครานั้น เหล่าพุทธบริษัทรวมถึงทวยเทพที่ยังไม่บรรลุอรหัตผล ต่างพากันทรุดกายร่ำไห้คร่ำครวญรอบพระบรมศพด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ชาวมอญซึ่งมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงได้รับเอาคตินี้มาปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาและความเคารพสูงสุดต่อผู้ล่วงลับ โดยผู้ร้องจะใช้ปฏิภาณกวีด้นกลอนสดพรรณนาคุณงามความดีด้วยน้ำเสียงสะอื้นฮักเสมือนจะขาดใจ แต่ปราศจากน้ำตาจริง เป็นทักษะชั้นสูงที่ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างประณีต

กลศึกสงครามในราชาธิราช       

        นอกจากมิติทางศาสนาแล้ว ประเพณีมอญร้องไห้ยังเคยถูกใช้เป็นอาวุธทางจิตวิทยาและกลอุบายเพื่อเอาชีวิตรอดในประวัติศาสตร์ ดังปรากฏในพงศาวดารเรื่องราชาธิราช เมื่อคราวทัพพม่าปิดล้อมกรุงหงสาวดีอย่างแน่นหนาจนตัดขาดการส่งข่าว พระยาเกียรติจึงอาศัยแผนของนายทหารผู้กล้านามว่า สมิงอายมณทายา ทำทีแกล้งตายบนแพหยวกกล้วย นำน้ำผึ้งทาตัวล่อฝูงแมลงวัน และวางปลาเน่าส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เพื่อตบตาว่าเป็นศพตายด้วยโรคไข้ทรพิษ จากนั้นจึงเกณฑ์หญิงมอญโกนศีรษะเดินตามตลิ่งร่ำไห้คร่ำครวญอย่างเวทนา ทหารพม่าหลงเชื่อสนิทใจและเกรงกลัวโรคระบาด จึงใช้ไม้ถ่อดันแพศพให้ลอยพ้นค่ายไป ส่งผลให้สมิงอายมณทายารอดชีวิตและนำสารลับไปแจ้งแก่พระเจ้าราชาธิราช นำมาซึ่งชัยชนะครั้งสำคัญในศึกสงคราม

การปรับเปลี่ยนสู่นางร้องไห้ในราชสำนัก

        อิทธิพลของมอญร้องไห้ได้หลอมรวมเข้าสู่วิถีราชสำนักสยามตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย และพัฒนาเป็นธรรมเนียม "นางร้องไห้" ในงานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และเจ้านายชั้นสูง บริบทของประเพณีได้เปลี่ยนผ่านจากความรู้สึกส่วนบุคคลของญาติมิตร ไปสู่ "การแสดงตามจารีต" เพื่อเชิดชูพระเกียรติยศ มีการจัดนางสนมกำนัลนับร้อยชีวิตเป็นต้นเสียงและลูกคู่ ร้องขับขานสดุดีความจงรักภักดีตามกำหนดเวลาประโคมย่ำยามอย่างเป็นแบบแผน

บทอวสานแห่งจารีตโบราณ

        จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อเสียงนางร้องไห้เริ่มประโคมในเวลาเดียวกับที่พระสงฆ์กำลังสวดพระอภิธรรม ส่งผลให้เกิดความสับสนอลหม่าน อีกทั้งผู้ร้องบางส่วนยังใช้ช่วงเวลาดังกล่าวพูดคุยกันจนขาดความเคารพในกาลเทศะ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงทรงมีพระราชดำริว่าธรรมเนียมนี้ก่อให้เกิดความรำคาญ ไม่สมเกียรติต่อหน้านานาอารยประเทศ และทรงระบุในพระราชพินัยกรรมอย่างชัดเจนว่า "ถ้าผู้ใดรักใคร่ข้าพเจ้า ปรารถนาจะร้องไห้ ก็ร้องไห้จริงๆ เถิด อย่าร้องเล่นอย่างละครเลย" นับเป็นการปิดฉากธรรมเนียมนางร้องไห้ในราชสำนักนับแต่นั้นเป็นต้นมา

        ประวัติศาสตร์และคติชนวิทยาของมอญร้องไห้จึงมิใช่เพียงเรื่องราวของความโศกเศร้า หากแต่เป็นกระจกสะท้อนภูมิปัญญา ความศรัทธา ยุทธศาสตร์การเอาชีวิตรอด ตลอดจนพลวัตทางสังคมและการเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย การทำความเข้าใจเสียงคร่ำครวญนี้จึงทำให้มองเห็นคุณค่าเชิงมนุษยศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่หลังม่านแห่งหยาดน้ำตาได้อย่างลึกซึ้ง

 

แหล่งที่มาข้อมูล : 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 23 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: goldfish13, famai, projor007, Freya Rune, kyogisa, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกพายุโซนร้อน “นาร์รา” อัปเดตล่าสุดวันนี้ 24 ส.ค. 69 ไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ดึงมรสุม ฝนหนัก–คลื่นแรง กระทบพื้นที่ไหนบ้าง?5 สาวไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติฐานะร่ำรวยระดับโลกหนีปารีสเที่ยว Étretat สัมผัสหาดหินกรวด ผาหินปูน และวิวหลักล้านริมฝั่งนอร์มังดีแมลงไม่ได้บินเข้าหาไฟอย่างที่เห็น: มันกำลังหัน “ด้านหลัง” เข้าหาแสงต่างหากAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 2 ตัว หวยออกวันอังคาร โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี..งวด 1 กันยายน 69 นี้ หวยออกเลขอะไร ?แนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้ามแดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69กรุงเทพฯ นำยอดสมรสไทย–ต่างชาติ แต่ทำไมคนมักนึกถึงสาวอีสาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 สาวไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติฐานะร่ำรวยระดับโลกนักการทูตระดับสูงของโอมาน จะเยือนอิหร่านเพื่อหารือเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซแมลงไม่ได้บินเข้าหาไฟอย่างที่เห็น: มันกำลังหัน “ด้านหลัง” เข้าหาแสงต่างหากพายุโซนร้อน “นาร์รา” อัปเดตล่าสุดวันนี้ 24 ส.ค. 69 ไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ดึงมรสุม ฝนหนัก–คลื่นแรง กระทบพื้นที่ไหนบ้าง?รวม 5 บุคคลที่มีชื่อเสียง ที่ไม่มีอยู่จริงแนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69
เกาะลึกลับกลางแม่น้ำยักษ์ ที่กำลังหายไปจากโลกทำไมคนทั้งโลกถึงใช้ตัวเลขอินเดีย? ถอดรหัสวิธีคิดที่เปลี่ยนโลกคณิตศาสตร์ไปตลอดกาลน้ำยาบ้วนปาก Listerine เคยใช้ถูพื้น? และเคยถูกขายเป็นยารักษาโรคหนองในมาก่อน"ฮัวคาชินา" โอเอซิสสุดลึกลับ สวยที่สุดในอเมริกาใต้
ตั้งกระทู้ใหม่