หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จามที่หายไปกลางคัน ลมหายใจและน้ำมูกหายไปไหนกันแน่?

เขียนโดย ยายขี้บ่น

จามที่หายไปกลางคัน ลมหายใจและน้ำมูกหายไปไหนกันแน่?

เวลาคันจมูกขึ้นมาแล้วรู้ตัวว่ากำลังจะจาม ร่างกายมักเดินหน้าเข้าสู่โหมดอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว จมูกเริ่มไวต่อสิ่งกระตุ้น สูดลมหายใจเข้า กล้ามเนื้อหน้าอกกับหน้าท้องเกร็ง กล่องเสียงปิดชั่วขณะเพื่อสะสมแรงดัน แล้วจึงเปิดทางให้อากาศพุ่งออกทางจมูกและปากพร้อมละอองน้ำมูก ฝุ่น หรือสิ่งระคายเคือง

แต่ถ้าช่วงนั้นรีบหนีบจมูก เม้มปาก กลั้นลมหายใจ หรือเกร็งคอเต็มกำลัง จังหวะระเบิดก็อาจถูกตัดตอน จู่ ๆ ความรู้สึกอยากจามหายไป จนเกิดคำถามว่าแรงลมที่กำลังจะพุ่งออกมา รวมถึงน้ำมูกที่เหมือนเตรียมทะยานออกจากจมูก ถูกม้วนกลับไปเก็บไว้ตรงไหนของร่างกาย

ไม่มีช่องลับสำหรับเก็บแรงจาม และไม่มีถุงพักน้ำมูกซ่อนอยู่หลังโพรงจมูก อากาศไม่ได้กลายเป็นก้อนแรงดันแล้วหายเข้าไปอยู่ในอวัยวะใด ส่วนของเหลวก็ไม่ได้ถูกส่งย้อนกลับไปกองอยู่ในปอดแบบเป็นก้อนเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นใกล้เคียงกว่าคือ วงจรการจามถูกหยุดหรือเปลี่ยนทิศทาง แรงดันค่อย ๆ คลายตัว และน้ำมูกบางส่วนยังอยู่บนเยื่อบุจมูกหรือไหลย้อนลงคอ

การจามเริ่มต้นจากสัญญาณเล็ก ๆ ในจมูก

ด้านในโพรงจมูกมีเยื่อบุที่ไวต่อฝุ่น เกสรดอกไม้ ควัน กลิ่นฉุน อากาศแห้ง เชื้อโรค และหยดน้ำมูกที่ค้างอยู่ เมื่อปลายประสาทรับความรู้สึกบริเวณนั้นพบสิ่งระคายเคือง จะส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไตรเจมินัลไปยังวงจรควบคุมการจามในก้านสมอง จากนั้นกล้ามเนื้อหลายชุดทำงานต่อกันเป็นทอด ๆ

ช่วงแรกกะบังลมและกล้ามเนื้อระหว่างซี่โครงช่วยสูดอากาศเข้า ปอดจึงมีอากาศเพิ่มขึ้น ต่อมากล้ามเนื้อหน้าอก หน้าท้อง และคอเกร็งพร้อมกับการปิดกล่องเสียงชั่วครู่ แรงดันในทรวงอกและทางเดินหายใจจึงสูงขึ้น พอกล่องเสียงเปิด อากาศก็พุ่งออกอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลที่การจามมักให้ความรู้สึกเหมือนมีแรงอัดสะสมแล้วปล่อยออกในเสี้ยววินาที

น้ำมูกที่พุ่งออกมากับการจามก็ไม่ได้เป็นของเหลวทั้งหมดจากไซนัสเสมอไป ส่วนใหญ่เป็นละอองและสารคัดหลั่งบนเยื่อบุจมูก รวมถึงอนุภาคเล็ก ๆ ที่ติดอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น ร่างกายใช้การจามเป็นหนึ่งในวิธีกวาดสิ่งแปลกปลอมออกจากบริเวณนี้

ถ้ากลั้นไว้ แรงระเบิดไม่ได้หายไปทั้งก้อน

การกลั้นจามมีหลายแบบ และแต่ละแบบให้ผลไม่เหมือนกัน หากแค่เม้มปากแต่ยังมีช่องให้อากาศเล็ดลอด แรงดันอาจเปลี่ยนทางออกไปทางจมูกบางส่วนหรือกระจายผ่านคอ หากกลั้นลมหายใจแล้วค่อย ๆ ผ่อนออก อากาศส่วนหนึ่งก็กลับไปอยู่ในปอดชั่วคราวก่อนถูกระบายออกตามการหายใจปกติ หากวงจรประสาทหยุดตั้งแต่ต้น กล้ามเนื้ออาจคลายก่อนสร้างแรงดันสูง ความรู้สึกอยากจามจึงดับลงโดยแทบไม่มีอะไรให้ระบาย

อากาศเป็นก๊าซที่ขยายและเคลื่อนที่ได้ ไม่ได้มีรูปร่างเป็นลูกบอลแรงดัน เมื่อช่องทางเปิด ความดันก็ลดลงตามธรรมชาติ อากาศบางส่วนออกทางจมูกหรือปาก บางส่วนผสมกับอากาศในปอดแล้วถูกหายใจออกภายหลัง ส่วนที่เหลือในทางเดินหายใจก็มีปริมาณเล็กน้อยและไม่ได้ค้างอยู่เป็นแรงจามอีกต่อไป

ความรู้สึกว่าแรงระเบิดหายวับจึงเกิดจากสองอย่างประกอบกัน หนึ่งคือสมองหยุดคำสั่งมอเตอร์ของการจามก่อนถึงขั้นปล่อยลมเต็มกำลัง สองคือแรงดันที่สร้างขึ้นเริ่มสลายตัวทันทีเมื่อกล้ามเนื้อคลายหรือมีทางรั่วเล็ก ๆ ให้ลมเคลื่อนผ่าน ไม่ใช่การที่ร่างกายเก็บพลังงานของการจามไว้รอปล่อยในภายหลัง

แล้วน้ำมูกที่เกือบพุ่งออกไปล่ะ?

น้ำมูกไม่ได้เดินทางเป็นก้อนเดียวกลับไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หลังกลั้นจาม น้ำมูกบางส่วนยังเกาะอยู่บนผนังโพรงจมูก บางส่วนอาจถูกแรงดันผลักไปทางด้านหลังของจมูกเข้าสู่บริเวณคอหอย แล้วถูกกลืนลงไปโดยไม่รู้ตัว อีกส่วนหนึ่งอาจถูกขนกวัดที่เรียงอยู่บนเยื่อบุจมูกค่อย ๆ พัดไปทางด้านหลัง ขนกวัดเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนสายพานจิ๋ว คอยพาสารคัดหลั่ง ฝุ่น และอนุภาคที่ติดอยู่ให้ไหลลงคอ

เมื่อกลืนลงไป น้ำมูกจะผสมกับน้ำลายแล้วผ่านหลอดอาหารเข้าสู่กระเพาะ ไม่ได้ไหลเข้าปอดตามปกติ ส่วนสิ่งระคายเคืองที่ยังค้างอยู่ อาจทำให้ต้องสูดจมูก ไอเบา ๆ หรือจามซ้ำในอีกไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาทีถัดมา หากต้นเหตุยังอยู่ เช่น ฝุ่นยังลอยอยู่ กลิ่นยังฉุน หรือเยื่อบุจมูกยังอักเสบ วงจรจามก็อาจเริ่มใหม่ได้

บางครั้งความรู้สึกคันจมูกหายไปทั้งที่ยังมีน้ำมูกอยู่ นั่นเพราะตัวรับความรู้สึกไม่ได้ส่งสัญญาณแรงพอให้สมองเปิดวงจรจามต่อ ร่างกายจึงหันไปใช้วิธีที่นุ่มนวลกว่า เช่น ปล่อยให้น้ำมูกไหล สูดกลับ กลืน หรือขับออกด้วยการสั่งน้ำมูกภายหลัง

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่น้ำมูกย้อนกลับ แต่คือแรงดัน

การจามตามธรรมชาติเปิดทางให้ความดันระบายออก การหนีบจมูกพร้อมปิดปากแน่นจึงทำให้แรงดันในจมูก คอ และทางเดินหายใจส่วนต้นสูงขึ้นกว่าปกติ แรงดันอาจส่งไปยังท่อยูสเตเชียนที่เชื่อมบริเวณหลังจมูกกับหูชั้นกลาง จึงเกิดอาการหูอื้อ เจ็บหู หรือรู้สึกเหมือนหูถูกดันได้ ในกรณีที่รุนแรงและพบไม่บ่อย อาจเกิดการบาดเจ็บของแก้วหูหรือเนื้อเยื่อบริเวณคอได้

แรงดันยังอาจทำให้ปวดบริเวณใบหน้าและไซนัส โดยเฉพาะช่วงที่จมูกบวมจากหวัดหรือภูมิแพ้ ช่องทางระบายตามธรรมชาติแคบลงอยู่แล้วจึงรู้สึกแน่นได้ง่าย คำเตือนเรื่องกลั้นจามจึงไม่ได้หมายความว่าน้ำมูกจะเน่าอยู่ในร่างกายทุกครั้ง แต่หมายถึงการบังคับปิดทางออกทั้งสองด้านอาจสร้างแรงดันโดยไม่จำเป็น

การกลั้นครั้งเดียวในคนสุขภาพดีมักไม่ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง และอาการจามที่หายไปไม่ได้แปลว่ามีของเหลวหลุดเข้าไปในปอดหรือสมอง หากหลังจากนั้นหายใจได้ปกติ ไม่มีอาการเจ็บผิดปกติ ก็ไม่ต้องพยายามไล่หาแรงจามที่หายไป เพราะมันไม่ได้ถูกเก็บค้างไว้ในร่างกาย

ถ้าจำเป็นต้องจามในที่สาธารณะ ควรทำอย่างไร

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือหันหน้าออกจากคนรอบข้าง แล้วจามใส่กระดาษทิชชูหรือข้อพับแขน โดยเปิดปากและปล่อยให้อากาศมีทางออก ไม่ควรหนีบจมูกกับเม้มปากปิดสนิทพร้อมกัน หากมีทิชชูใช้แล้ว ควรทิ้งและล้างมือ เพราะละอองจากการจามอาจพาสารคัดหลั่งและเชื้อโรคออกไปได้

ถ้าต้องกดอาการจริง ๆ การผ่อนลมหายใจออกอย่างนุ่มนวลและคลายกล้ามเนื้อคอจะดีกว่าการบีบทางเดินหายใจจนแน่น แต่ไม่มีวิธีใดรับประกันว่าจะหยุดวงจรจามได้ทุกครั้ง และไม่ควรฝืนกลั้นด้วยกำลังเต็มที่เป็นนิสัย

หลังกลั้นจาม หากมีอาการเจ็บคอหรือคอด้านหน้าแบบฉับพลัน เสียงเปลี่ยน กลืนลำบาก หายใจติดขัด หูตึงทันที มีเลือดออกจากหูหรือจมูก หรือปวดใบหน้าและศีรษะรุนแรง ควรไปพบแพทย์ เพราะอาการเหล่านี้ไม่ใช่ผลธรรมดาของการจามที่หายไปเฉย ๆ

ดังนั้นสิ่งที่หายไปไม่ใช่ก้อนลมที่ถูกส่งไปเก็บ และไม่ใช่น้ำมูกที่หายเข้าไปในอวัยวะลึกลับ แรงดันค่อย ๆ คลาย อากาศถูกระบายหรือผสมกลับกับลมหายใจ ส่วนน้ำมูกยังอยู่บนเยื่อบุจมูก ไหลลงคอ ถูกกลืน หรือถูกขับออกในเวลาต่อมา ร่างกายเพียงเปลี่ยนจากการขับออกแบบระเบิดมาเป็นการกำจัดแบบเงียบ ๆ เท่านั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 48 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 ลงทะเบียนวันไหน ? รัฐช่วยสูงสุด 3,500 บาท เช็กสิทธิที่นี่พม. CARE เปิดสิทธิช่วยคนเดือดร้อน! สูงสุด 3,000 บาท เช็ก 6 กลุ่ม ใครยื่นได้บ้าง?ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกสวดมนต์ก่อนนอนดีจริง หรือแค่ความเชื่อ? เปิดบทไหว้พระ–ศีล 5–แผ่เมตตาAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยเจาะคัมภีร์ดวงดาว "แนวทางเลขเด่นประจำงวด 1/9/2569"! ถอดรหัสค่ายกลทองคำ 351974 ฟันราชาเลข 3 ชูชุดเด็ด 394 - 319 - 39 - 37เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนเจาะสูตรเลขหลุด "ลับจากพี่สาว"! งวด 16 กันยายน 2569 ย้ำตารางค่ายกล 4 ชุดเด็ด 15 - 16 - 25 - 26 การันตีผลงานงวดก่อน 04 เข้าเต็มๆนักกีฬาจากเกาหลีเหนือเดินทางถึงญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์แล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
😃 ชวนลองเข้ามาดูคนที่โชคดีราวกับถูกธรรมชาติมอบของขวัญที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ ให้ 😁เปิด 5 วิชาที่นักเรียนไทยไม่อยากเรียนที่สุด อันดับ 1 คะแนนโหวตทิ้งห่าง!ทำไมคนสูบบุหรี่จึงมักมีปัญหาช่องปากมากกว่าที่เห็นในกระจกกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 11-13 ก.ย. 69 กทม.ปริมณฑล-ภาคใต้เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เช็กจังหวัดและวิธีรับมือทรัมป์ประกาศว่าดวงจันทร์เป็นอเมริกาไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 ลงทะเบียนวันไหน ? รัฐช่วยสูงสุด 3,500 บาท เช็กสิทธิที่นี่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
กินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?เห็น “ฝ้าขึ้นรา” แล้วเช็ดออกอาจยังไม่จบ เพราะสิ่งที่ต้องหาให้เจอจริง ๆ คือ “น้ำมาจากไหน?”ความต้องการทางเพศสูงผิดปกติไหมสิวหัวช้างควรจัดการอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่