“ผีตายหวาก” ขนมชื่อชวนขนลุก แต่รสชาติหวานเย็น! เปิดตำนาน “บี้ถ่ายบัก” ของดีใต้ที่กำลังจะเลือนหาย
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับขนมพื้นถิ่นชนิดหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษ เพราะเพียงได้ยินชื่อก็ชวนให้สงสัยทันทีว่า “ผีตายหวาก” คืออะไร และเหตุใดขนมหวานชนิดนี้จึงมีชื่อแปลกถึงเพียงนั้น
แท้จริงแล้ว “ผีตายหวาก” หรือที่มีชื่อเรียกว่า “บี้ถ่ายบัก” เป็นขนมพื้นถิ่นที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอาหารของชุมชนจีน-เปอรานากันในภาคใต้ โดยพบข้อมูลเกี่ยวกับขนมชนิดนี้ทั้งในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดระนอง ขณะที่อาหารลักษณะใกล้เคียงกันก็พบในชุมชนเปอรานากันของมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วย
จุดที่น่าสนใจคือ “บี้ถ่ายบัก” ไม่ได้เป็นเพียงขนมหวานธรรมดา แต่สะท้อนให้เห็นการเดินทางของวัฒนธรรมอาหารระหว่างผู้คนหลายเชื้อสาย ซึ่งนำมาปรับให้เข้ากับวัตถุดิบ วิถีชีวิต และรสนิยมของแต่ละท้องถิ่น
แล้วหน้าตาของขนมเป็นอย่างไร?
ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเจ้า นำมาขึ้นรูปเป็นเส้นสั้น ๆ ลักษณะคล้ายเส้นลอดช่องหรือเส้นขนมจีน แต่มีเอกลักษณ์ด้านเนื้อสัมผัสที่นุ่มและหนึบ โดยข้อมูลจากคู่มือการเรียนรู้ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองภูเก็ต ระบุว่า ขนมบี้ถ่ายบักมีเส้นสั้นคล้ายลอดช่อง เนื้อค่อนข้างแน่นหนึบ และมักพบทั้งสีขาวและสีแดง ก่อนนำมาเสิร์ฟแบบเย็นกับน้ำเชื่อมและน้ำแข็ง
บางสูตรมีลูกแมงลักเป็นส่วนประกอบ ขณะที่น้ำเชื่อมอาจแต่งกลิ่นด้วยใบเตยหรือใช้รูปแบบตามสูตรของแต่ละชุมชน ทำให้ขนมหนึ่งถ้วยมีทั้งความหวาน ความเย็น และสัมผัสของเส้นแป้งที่แตกต่างจากขนมไทยทั่วไป
ที่สำคัญ ไม่ควรเหมารวมว่า “บี้ถ่ายบัก” เป็นขนมชนิดเดียวกับ “ลอดช่องสิงคโปร์” ทุกประการ แม้รูปลักษณ์จะใกล้เคียงกันก็ตาม เพราะแต่ละพื้นที่มีสูตร วิธีทำ และชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป
จากขนมพื้นบ้าน สู่ภูมิปัญญาที่กำลังถูกฟื้นฟู
เรื่องที่น่าเป็นห่วงกว่าความแปลกของชื่อ คือขนมชนิดนี้กำลังเผชิญปัญหาเรื่องผู้สืบทอดภูมิปัญญา
ข้อมูลจากหลักสูตรการทำขนมพื้นถิ่นโบราณจังซีลอนของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองภูเก็ต ระบุถึงความกังวลว่าองค์ความรู้ดั้งเดิมเกี่ยวกับการทำบี้ถ่ายบักกำลังลดน้อยลง เพราะผู้รู้และผู้ทำขนมแบบดั้งเดิมมีอายุมากขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้และฝึกฝนน้อยลง จึงมีการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเพื่อถ่ายทอดวิธีทำให้คนรุ่นใหม่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานว่าขนมบี้ถ่ายบักถูกนำเสนอในกิจกรรมด้านอาหารและวัฒนธรรมของจังหวัดระนองด้วย โดยจังหวัดระนองเคยนำ “บี้ถ่ายบัก” เข้าร่วมการคัดเลือกเมนูอาหารถิ่นภายใต้โครงการ “๑ จังหวัด ๑ เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ประจำปี 2567 ซึ่งมีประชาชนร่วมโหวตเมนูท้องถิ่นจากทั้งหมด 8 รายการ
ดังนั้น หากพบข้อมูลที่ระบุว่า “บี้ถ่ายบักได้อันดับ 1 ของเมนูถิ่นปีนี้” ควรระบุปีและเวทีให้ชัดเจนก่อนนำไปเผยแพร่ เพราะจากแหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้ ผู้เขียนพบหลักฐานยืนยันว่าเมนูนี้ เข้าร่วมการคัดเลือกและเปิดให้ประชาชนโหวตในจังหวัดระนองเมื่อปี 2567 แต่ยังไม่พบหลักฐานทางการเพียงพอที่จะยืนยันข้อความว่าเป็น “อันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 2569” จึงไม่ควรเขียนฟันธงเช่นนั้น
ชื่อ “ผีตายหวาก” ยิ่งทำให้คนอยากรู้จัก
สำหรับผู้เขียนแล้ว เสน่ห์อย่างหนึ่งของขนมชนิดนี้อยู่ที่ชื่อเรียก เพราะคำว่า “ผีตายหวาก” ฟังครั้งแรกอาจทำให้คนที่ไม่รู้จักถึงกับสะดุดหู แต่เมื่อค้นลึกลงไปกลับพบว่าเบื้องหลังชื่อแปลก ๆ นี้คือเรื่องราวของผู้คน การอพยพ การค้าขาย และการผสมผสานทางวัฒนธรรมอาหารในพื้นที่ภาคใต้
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ขนมชนิดนี้ไม่ได้มีเพียงมิติด้านรสชาติ แต่ยังเชื่อมโยงกับความทรงจำของชุมชนและภูมิปัญญาการทำอาหารที่สืบทอดกันมา
ในยุคที่อาหารพื้นถิ่นหลายชนิดกำลังหายไป การทำให้คนรุ่นใหม่รู้จัก “ผีตายหวาก” จึงอาจมีความหมายมากกว่าการตามหาเมนูแปลกเพื่อรับประทาน เพราะทุกครั้งที่มีคนถามว่า “มันคืออะไร” ก็เท่ากับเปิดประตูให้เรื่องราวของชุมชนได้ถูกเล่าต่ออีกครั้ง
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า “ผีตายหวาก” เป็นตัวอย่างที่ดีของอาหารพื้นถิ่นซึ่งไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นขนมหายาก หากแต่ควรมองว่าเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่กินได้ เพราะในเส้นแป้งสั้น ๆ หนึ่งถ้วย มีทั้งภูมิปัญญาการทำอาหาร อัตลักษณ์ของท้องถิ่น และเรื่องราวของผู้คนหลายรุ่นซ่อนอยู่
สิ่งที่น่าเสียดายคือ หากวันหนึ่งไม่มีใครทำเป็น ไม่มีใครรู้สูตร และไม่มีใครจำได้ว่าขนมชนิดนี้เคยมีอยู่ เราอาจไม่ได้สูญเสียเพียง “ขนมหวานหนึ่งชนิด” แต่กำลังสูญเสียส่วนหนึ่งของความทรงจำทางวัฒนธรรมไปพร้อมกัน
ดังนั้น หากมีโอกาสเดินทางไปยังภาคใต้และพบร้านหรือชุมชนที่ยังทำ “บี้ถ่ายบัก” แบบดั้งเดิม ผู้เขียนมองว่าน่าลองชิมสักครั้ง ไม่ใช่เพียงเพื่อพิสูจน์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร แต่เพื่อทำความรู้จักกับเรื่องราวของขนมพื้นถิ่นที่กำลังพยายามยืนหยัดอยู่ท่ามกลางโลกอาหารยุคใหม่
เพราะบางครั้ง ของอร่อยที่มีคุณค่าที่สุด อาจไม่ใช่ของที่หากินได้ง่ายที่สุด แต่เป็นของที่ยังมีคนพยายามรักษาไว้ไม่ให้หายไปจากแผ่นดิน
แหล่งที่มาของข้อมูล:
-
จังหวัดระนอง ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการคัดเลือกเมนูอาหารถิ่น “รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste” และการเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตเมนูประจำถิ่น ปี 2567
-
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองภูเก็ต คู่มือและผลงานหลักสูตร “วิชาการทำขนมพื้นถิ่นโบราณจังซีลอน : ขนมบี้ถ่ายบัก” ซึ่งกล่าวถึงที่มา ลักษณะขนม และการอนุรักษ์องค์ความรู้
-
สำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ข้อมูลกิจกรรมด้านอาหารพื้นถิ่นจังหวัดระนอง ซึ่งมีการนำ “บีถ่ายบั๊ก” มาจัดแสดงในงานวัฒนธรรมอาหาร
-
ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและชื่อเรียก “ผีตายหวาก/บี้ถ่ายบาก/บี้ถ่ายบั๊ก” และบริบทอาหารเปอรานากัน
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
สรุปแนวทางเลขเด็ดงวดวันที่ 1 กันยายน 2569 จากตาราง "แม่ทำเนียนล็อตเตอรี่"
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ป้าแต๋น-ลุงพล เผชิญมรสุมครอบครัว?
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ทำไม “มะขามหวาน” ต้องเป็นเพชรบูรณ์? ไขความลับธรรมชาติที่ปลูกที่อื่นก็ไม่ได้รสนี้
เลขเด็ด "ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 1 กันยายน 69 วิ่งมาให้โชคแล้ว..ส่องด่วน!
สงสัยไหม? "ตาราง 9 ช่องหวยไทยรัฐ" ที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก แท้จริงแล้วคืออะไร ทำไมคนไทยถึงฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง
