หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดวงจันทร์มี “แผลใหม่” กว้าง 222 เมตร — ภาพก่อนและหลังเผยหลุมที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้น

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ภาพจำลองเชิงอธิบายการเปรียบเทียบพื้นผิวก่อนและหลังเกิดหลุม ไม่ใช่ภาพถ่าย NASA ต้นฉบับ

ถ้าเรามองดวงจันทร์จากโลก พื้นผิวที่เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตอาจทำให้รู้สึกว่า ทุกอย่างตรงนั้นเกิดขึ้นมานานจนแทบไม่เปลี่ยนแล้ว

แต่ข้อมูลจากยานสำรวจของ NASA กำลังบอกอีกอย่าง

มีพื้นที่แห่งหนึ่งบนดวงจันทร์ที่นักวิทยาศาสตร์มีภาพยืนยันได้ว่า ครั้งหนึ่งตรงนั้นยังไม่มีหลุมนี้อยู่

แล้วเมื่อยานกลับมาถ่ายพื้นที่เดิมในภายหลัง ก็ปรากฏหลุมจากการพุ่งชนขนาดใหญ่กว้างถึง 222 เมตร

หลุมนี้มีชื่อว่า McGetchin และการเปรียบเทียบข้อมูลช่วยจำกัดช่วงเวลาการเกิดได้ว่า การพุ่งชนน่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 11 เมษายนถึง 22 พฤษภาคม 2024

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ “ดวงจันทร์มีหลุมใหม่”

แต่คือ เรากำลังได้เห็นผลของการพุ่งชนครั้งใหญ่ในช่วงเวลาที่มนุษย์มีเครื่องมือเฝ้ามองพื้นผิวดวงจันทร์อยู่แล้ว และผลของการชนครั้งนี้ ไม่ได้หยุดอยู่ตรงขอบหลุม

ทุกอย่างเริ่มจากงานตรวจข้อมูลตามปกติ

วันที่ 24 ตุลาคม 2025 Robert Wagner นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับข้อมูลจาก Lunar Reconnaissance Orbiter Camera หรือ LROC กำลังตรวจคุณภาพข้อมูลตามปกติ

วิธีหนึ่งที่ทีมใช้ค้นหาความเปลี่ยนแปลงบนดวงจันทร์ คือการนำภาพพื้นที่เดียวกันจากคนละช่วงเวลามาเปรียบเทียบกัน

กล้อง Wide Angle Camera บน Lunar Reconnaissance Orbiter ถ่ายภาพครอบคลุมดวงจันทร์ซ้ำอย่างต่อเนื่อง นักวิจัยจึงสามารถนำข้อมูลต่างช่วงเวลามาซ้อนกันเพื่อมองหาสิ่งที่เปลี่ยนไป

พื้นที่ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนจะดูใกล้เคียงเดิม แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้น เช่น การพุ่งชนหรือการเคลื่อนตัวของพื้นผิว มันสามารถปรากฏเป็นบริเวณสว่างหรือมืดผิดปกติในภาพเปรียบเทียบได้

วันนั้น Wagner เห็นรอยสว่างขนาดใหญ่ที่มีวงมืดล้อมอยู่

และมันเด่นกว่าสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ทีมพบตามปกติอย่างชัดเจน

เมื่อตรวจภาพเก่าย้อนกลับไป สิ่งหนึ่งก็ชัดขึ้นมา

ตรงตำแหน่งนั้นเคยไม่มีหลุม McGetchin อยู่

หลุมกว้าง 222 เมตร ลึกประมาณ 43 เมตร

หลังจากรู้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเปลี่ยนไป ทีมงานใช้กล้อง Narrow Angle Camera ซึ่งให้รายละเอียดสูงกว่า กลับไปถ่ายบริเวณนั้นเพิ่มเติม

ผลการวัดพบว่า McGetchin มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยประมาณ 222 เมตร และลึกประมาณ 43 เมตร

ขอบหลุมสูงกว่าพื้นเดิมเฉลี่ยราว 8 เมตร ส่วนผนังมีความลาดชันเฉลี่ยประมาณ 24 องศา

งานวิจัยใน Science Advances ระบุว่า นี่คือหลุมจากการพุ่งชนร่วมสมัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งค้นพบในระบบสุริยะจนถึงขณะนี้

คำว่า “ใหญ่ที่สุด” ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า McGetchin ใหญ่กว่าหลุมอุกกาบาตโบราณทั้งหมดบนดวงจันทร์หรือดาวดวงอื่น

แต่หมายถึง ในกลุ่มหลุมที่เราทราบว่า เพิ่งก่อตัวขึ้นในยุคการสังเกตการณ์สมัยใหม่ นี่คือหลุมที่ใหญ่ที่สุดที่พบจนถึงตอนนี้

แบบจำลองอัตราการชนในปัจจุบันประเมินว่า เหตุการณ์ระดับนี้อาจเกิดบนดวงจันทร์ประมาณ หนึ่งครั้งใน 132 ปี

แต่ 132 ปีเป็นค่าประเมินทางสถิติ ไม่ใช่รอบเวลาตายตัวที่เหตุการณ์ต้องเกิดตรงเวลา

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวหลุม อยู่รอบ ๆ หลุม

ถ้าเรื่องจบตรงนี้ McGetchin ก็น่าสนใจมากพอแล้ว

แต่การศึกษาฉบับที่สองใน Science Advances นำข้อมูลจากเครื่องมือ Diviner Lunar Radiometer ซึ่งใช้ศึกษาพฤติกรรมทางความร้อนของพื้นผิวดวงจันทร์ มาตรวจพื้นที่เดียวกัน

สิ่งที่พบคือ รอบ McGetchin มีบริเวณผิดปกติกว้างประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งในเวลากลางคืนมีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่รอบข้างด้วยผลต่างประมาณ 8–9 องศาเซลเซียส

นักวิจัยเรียกลักษณะนี้ว่า cold spot

ชื่ออาจทำให้นึกถึงพื้นที่ที่มีน้ำแข็ง แต่ในกรณีนี้ cold spot ไม่ได้หมายความว่าพบน้ำแข็ง

คำอธิบายที่ข้อมูลสนับสนุนคือ แรงกระแทกจากการชนไม่ได้สร้างเพียงหลุมตรงจุดศูนย์กลาง แต่ยังรบกวนชั้น regolith หรือชั้นฝุ่น เศษหิน และวัสดุร่วนบริเวณโดยรอบ

แรงกระแทกทำให้วัสดุชั้นบนคลายตัวหรือมีความหนาแน่นลดลง ตั้งแต่ระดับไม่กี่เซนติเมตรไปจนถึงหลายสิบเซนติเมตร

เมื่อวัสดุหลวมขึ้น คุณสมบัติด้านการเก็บและถ่ายเทความร้อนก็เปลี่ยนไป

กลางคืนพื้นที่เหล่านั้นจึงสูญเสียความร้อนได้เร็วกว่า และปรากฏเป็น cold spot ในข้อมูลของ Diviner

พูดง่าย ๆ คือ หลุมมีขนาดกว้างเพียง 222 เมตร แต่ผลจากการพุ่งชนสามารถเปลี่ยนสภาพพื้นผิวในพื้นที่ที่กว้างกว่าตัวหลุมหลายสิบเท่า

งานศึกษาหลุม McGetchin ยังตรวจพบร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวบางชนิดออกไปไกลกว่า 100 กิโลเมตร จากตัวหลุมด้วย

McGetchin ยังช่วยให้เราเข้าใจหลุมใหม่ดวงอื่นด้วย

ทีมที่ศึกษาข้อมูลอุณหภูมิไม่ได้ตรวจเฉพาะ McGetchin

พวกเขาย้อนดูหลุมอุกกาบาตที่ทราบว่าเกิดขึ้นใหม่ทั้งหมดซึ่งมีขนาดมากกว่า 20 เมตร และพบว่า หลุมใหม่ทุกหลุมที่ใหญ่กว่าประมาณ 30 เมตรมี cold spot ที่ตรวจจับได้

ยิ่งหลุมมีขนาดใหญ่ ความผิดปกติด้านอุณหภูมิก็ยิ่งเด่นขึ้น

นั่นหมายความว่า McGetchin ไม่ได้เป็นเพียงหลุมแปลก ๆ เพียงหลุมเดียว แต่เป็นตัวอย่างขนาดใหญ่ที่ช่วยให้เห็นว่า การพุ่งชนสามารถเปลี่ยนชั้น regolith รอบหลุมได้อย่างไร

ผลของการชนจึงไม่ได้มีแค่การขุดวัสดุขึ้นมาเป็นหลุม

มันยังเปลี่ยนโครงสร้างของชั้นดินร่วนรอบ ๆ และกระบวนการแบบนี้อาจสะสมเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการพื้นผิวดวงจันทร์ในระยะยาว

ดวงจันทร์จึงไม่ได้หยุดนิ่งอย่างที่ตาเราเห็น

จากโลก ดวงจันทร์ดูแทบเหมือนเดิมทุกคืน

ไม่มีฝน ไม่มีแม่น้ำ และไม่มีลมแบบโลกที่จะกัดเซาะภูมิประเทศอย่างรวดเร็ว

แต่คำว่า “เปลี่ยนช้า” ไม่ได้แปลว่า “ไม่เปลี่ยน”

วัตถุอวกาศยังพุ่งเข้าชน หลุมใหม่ยังเกิดขึ้น ฝุ่นและหินยังถูกเหวี่ยงออกไป และแรงกระแทกยังสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติของพื้นผิวออกไปไกลจากตำแหน่งชนได้มากกว่าที่รูปร่างของตัวหลุมทำให้เราคิด

McGetchin จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะแทนที่จะมองหลุมโบราณแล้วพยายามย้อนรอยเหตุการณ์เมื่อหลายล้านหรือหลายพันล้านปีก่อน เรามีข้อมูลพื้นที่เดียวกันจากทั้งก่อนและหลังการชน

เราจึงเห็นได้ว่า

ก่อนหน้านั้นมันยังไม่มี

แล้วหลังจากนั้น มันก็อยู่ตรงนั้นแล้ว

และเรื่องนี้ยังสำคัญกับมนุษย์ที่กำลังกลับไปทำงานบนดวงจันทร์

ถ้าแรงกระแทกสามารถเปลี่ยนความแน่นและคุณสมบัติของ regolith ออกไปไกลจากตัวหลุม ข้อมูลแบบนี้ก็มีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจพื้นผิวที่ล้อรถ ยานสำรวจ หรือโครงสร้างในอนาคตอาจต้องสัมผัส

ขณะเดียวกัน ร่องรอยของวัสดุที่ถูกเหวี่ยงออกไปไกลจากจุดชนก็ช่วยเตือนว่า ความเสี่ยงจากเหตุพุ่งชนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ตรงกลางหลุมเท่านั้น

ดังนั้น “แผลใหม่” กว้าง 222 เมตรนี้ไม่ได้บอกเราเพียงว่า มีวัตถุอวกาศก้อนหนึ่งตกลงตรงไหน

มันทำให้เราเห็นกระบวนการที่ปกติต้องอาศัยหลุมเก่า ๆ เพื่อย้อนกลับไปหาอดีต

แต่คราวนี้เรามีทั้ง ข้อมูลก่อนเกิดเหตุ ข้อมูลหลังเกิดเหตุ รูปร่างของหลุม และร่องรอยทางความร้อนที่กระจายออกไปจากมัน

ดวงจันทร์ที่ดูเหมือนหยุดนิ่งบนท้องฟ้า จึงยังมีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นอยู่

เพียงแต่มันเกิดช้าและไกลเกินกว่าที่ตาเราจะทันสังเกต

จนกระทั่งเรานำข้อมูลจากสองช่วงเวลามาวางเทียบกัน

แล้วพบว่า พื้นผิวชิ้นหนึ่งของโลกอีกใบ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

แหล่งที่มา: Science Advances — A new 222-m diameter lunar crater

อ้างอิง: https://doi.org/10.1126/sciadv.aeh7812

แหล่งที่มา: Science Advances — New lunar crater reveals extensive distal regolith modification

อ้างอิง: https://doi.org/10.1126/sciadv.aeh9568

แหล่งที่มา: NASA Science — NASA’s Moon Orbiter Spots New, ‘Once-in-Century’ Moon Crater

อ้างอิง: https://science.nasa.gov/solar-system/moon/nasas-moon-orbiter-spots-new-once-in-century-moon-crater/

แหล่งที่มา: Lunar Reconnaissance Orbiter Camera — Spectacular McGetchin Crater

อ้างอิง: https://lroc.im-ldi.com/images/1501
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด10 ล้านล้านพารามิเตอร์ยังไม่ใช่ทั้งหมด — เบื้องหลังแผน AI ครั้งใหญ่ของ Alibabaประวัติศาสตร์เบอร์เบินวิสกี้: สุราสร้างชาติกับเส้นทางจากเครื่องดื่มชายขอบสู่มรดกอเมริกันAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิมอยู่คนเดียวตอนอายุมากขึ้น…ทำไมบางวันถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาลอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรชนิดข้าวที่คนไทยนิยมบริโภคมากที่สุดนัปเปปโป ผีก้อนเนื้อในตำนานญี่ปุ่นมีที่มาอย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วิทยาลัยที่รับเฉพาะผู้หญิง? เปิดข้อเท็จจริงมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย พร้อมหลักฐานจากแหล่งทางการอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย10 ล้านล้านพารามิเตอร์ยังไม่ใช่ทั้งหมด — เบื้องหลังแผน AI ครั้งใหญ่ของ Alibabaรีวิวหนังดัง THE X FILESอยู่คนเดียวตอนอายุมากขึ้น…ทำไมบางวันถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินรู้จัก “บลู พงศ์ทิวัตถ์” นักแสดงหนุ่มที่กำลังถูกจับตาหลังมีภาพร่วมกับ LISA ที่ลอนดอน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โลมาชื่อ Bubbles มีวิธีหาอาหารแปลกมาก — ไล่ปลาจนสำรอก แล้วค่อยมากินเปิด 5 สถานที่ในตำนานของไทย ที่เห็นแล้วต้องนึกถึงวันวานเปิด 5 มหาวิทยาลัยเด่นของภาคอีสาน พร้อมข้อมูลอันดับระดับโลกชนิดข้าวที่คนไทยนิยมบริโภคมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่