หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขุมทองในกองขยะ! มือถือเก่า 1 ตัน ซ่อนทองมหาศาล เปิดโลก “เหมืองในเมือง”

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 



เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความเกี่ยวกับแนวคิดที่เรียกว่า “การทำเหมืองในเมือง” หรือ Urban Mining แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงขยะ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือเก่า คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งาน แท้จริงแล้วอาจเป็นแหล่งโลหะมีค่าที่มีความเข้มข้นสูงกว่าสินแร่ธรรมชาติบางชนิดเสียอีก


พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ในอดีตมนุษย์ต้องเข้าไปขุดภูเขา ระเบิดหิน ขนดินและแร่จำนวนมหาศาล ก่อนผ่านกระบวนการแต่งแร่และถลุงเพื่อให้ได้ทองคำออกมา แต่ในเมืองกลับมีโลหะจำนวนหนึ่งถูกนำมาใช้งานอยู่แล้ว เพียงแต่ถูกซ่อนอยู่ในโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แผงวงจร และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ


เมื่ออุปกรณ์เหล่านั้นถูกทิ้ง สิ่งที่หายไปจึงไม่ได้มีเพียงตัวเครื่อง แต่ยังรวมถึงทองคำ เงิน ทองแดง และโลหะอื่น ๆ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้


ตัวเลขเรื่องทองคำที่น่าสนใจ แต่ต้องดูให้ถูกว่า “มือถือ” หมายถึงส่วนไหน
งานวิจัยที่ศึกษาขยะโทรศัพท์มือถือระบุว่า โทรศัพท์มือถือสามารถมีทองคำประมาณ 300-350 กรัมต่อตัน ในบางชุดข้อมูล ขณะที่แร่ทองคำปฐมภูมิที่นำมาเปรียบเทียบอาจอยู่เพียงไม่กี่กรัมต่อตันเท่านั้น


งานวิจัยอีกฉบับระบุว่าโทรศัพท์มือถืออาจมีทองคำสูงถึงประมาณ 350 กรัมต่อตัน และชี้ว่าความเข้มข้นดังกล่าวสูงกว่าแร่ทองคำธรรมชาติทั่วไปอย่างมาก


ดังนั้น หากพูดอย่างระมัดระวังจึงอาจกล่าวได้ว่า ขยะโทรศัพท์มือถือ 1 ตันสามารถมีทองคำในระดับหลายร้อยกรัม และอาจมีความเข้มข้นสูงกว่าแร่ทองคำธรรมชาติหลายสิบเท่า


แต่ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์มือถือทุกตันจะให้ทองคำเท่ากันทั้งหมด เพราะรุ่นโทรศัพท์ อายุของอุปกรณ์ ส่วนประกอบ และวิธีการคัดแยกล้วนมีผลต่อปริมาณโลหะที่นำกลับมาใช้ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ต้องแยกให้ออกระหว่าง “โทรศัพท์มือถือทั้งเครื่อง” กับ “แผงวงจรโทรศัพท์” เพราะแผงวงจรเป็นส่วนที่มีโลหะมีค่าค่อนข้างเข้มข้น

ขณะที่ตัวเครื่องยังประกอบด้วยพลาสติก กระจก แบตเตอรี่ และวัสดุอื่นอีกจำนวนมาก


นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตัวเลขจากแต่ละแหล่งอาจไม่เท่ากัน และไม่ควรนำตัวเลขสูงสุดจากงานวิจัยหนึ่งไปเหมารวมกับโทรศัพท์ทุกเครื่องบนโลก


แล้วทำไมโทรศัพท์มือถือถึงมีทองคำ?
คำถามนี้น่าสนใจ เพราะทองคำไม่ได้ถูกใส่ลงไปในโทรศัพท์เพื่อความหรูหรา แต่ถูกใช้เพราะมีคุณสมบัติที่เหมาะกับงานอิเล็กทรอนิกส์


ทองคำสามารถนำไฟฟ้าได้ดี และที่สำคัญคือมีความต้านทานต่อการกัดกร่อนและไม่เกิดสนิมง่าย จึงเหมาะกับจุดสัมผัสและส่วนเชื่อมต่อขนาดเล็กที่ต้องการความน่าเชื่อถือในระยะยาว


ปริมาณทองคำในโทรศัพท์หนึ่งเครื่องอาจมีไม่มากจนเจ้าของเครื่องสังเกตเห็น แต่เมื่อรวมโทรศัพท์นับแสนหรือนับล้านเครื่อง ปริมาณเล็ก ๆ เหล่านั้นกลับกลายเป็นทรัพยากรจำนวนมหาศาล


และทองคำไม่ใช่โลหะชนิดเดียวที่ซ่อนอยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์
ยังมีทองแดง เงิน พาลาเดียม รวมถึงโลหะอื่น ๆ ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้


บริษัทรีไซเคิลโลหะอย่าง Umicore ระบุว่าโรงงานของบริษัทสามารถกู้คืนโลหะมีค่าได้หลายชนิดจากวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ และมีตัวอย่างข้อมูลจากบริษัทว่าโทรศัพท์มือถือใช้แล้วประมาณ 6 ตัน สามารถให้ทองคำ

สำหรับผลิตทองคำแท่ง 1 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับแร่ธรรมชาติที่บริษัทระบุว่าต้องใช้ประมาณ 200 ตัน เพื่อให้ได้ทองคำในปริมาณเดียวกัน


ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์ 6 ตันทุกกองในโลกจะให้ทองคำ 1 กิโลกรัมเสมอไป แต่เป็นตัวเลขจากกระบวนการและวัตถุดิบที่บริษัทนำมาใช้เป็นตัวอย่างในการอธิบายศักยภาพของการรีไซเคิล


จาก “ขยะ” กลายเป็น “เหมือง”
แนวคิดนี้เรียกว่า Urban Mining หรือ “การทำเหมืองในเมือง”


แนวคิดไม่ได้เกิดขึ้นใหม่ในยุคสมาร์ตโฟนเสียทีเดียว นักคิดด้านเมืองอย่าง Jane Jacobs กล่าวถึงแนวคิดที่ว่า เมืองในอนาคตสามารถกลายเป็นแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ไว้ตั้งแต่หนังสือ The Economy of Cities ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1969


ต่อมาในปี 1988 นักวิจัยชาวญี่ปุ่น Randolph Nanjo ได้พัฒนาแนวคิดเรื่อง “Urban Mine” โดยมองว่าโลหะที่มนุษย์นำมาใช้และสะสมอยู่บนพื้นผิวโลกอาจมีความเข้มข้นสูงกว่าแหล่งแร่ธรรมชาติบางประเภท


เมื่อมองจากวันนี้ แนวคิดดังกล่าวยิ่งมีความหมายมากขึ้น เพราะโลกไม่ได้มีเพียงเหมืองแร่ใต้พื้นดิน แต่ยังมี “เหมือง” ที่อยู่ในบ้าน โรงงาน

สำนักงาน และกองขยะทั่วเมือง
โทรศัพท์เครื่องเก่าที่เก็บอยู่ในลิ้นชักจึงอาจเป็นเหมืองขนาดจิ๋ว
คอมพิวเตอร์เก่าที่ถูกทิ้งอาจเป็นแหล่งโลหะ


และกองขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลก็อาจกลายเป็นแหล่งวัตถุดิบของอุตสาหกรรมในอนาคต


ญี่ปุ่นเคยเปลี่ยนมือถือเก่าให้กลายเป็นเหรียญโอลิมปิก
ตัวอย่างที่น่าสนใจที่สุดกรณีหนึ่งเกิดขึ้นในญี่ปุ่นก่อนการแข่งขันโตเกียว 2020


ญี่ปุ่นเปิดโครงการ Tokyo 2020 Medal Project เชิญชวนประชาชนบริจาคโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำโลหะกลับมาใช้ผลิตเหรียญรางวัล


โครงการนี้ตั้งจุดรับบริจาคทั่วประเทศมากกว่า 18,000 แห่ง และมีเทศบาลเข้าร่วมถึง 1,618 แห่ง หรือประมาณ 90% ของเทศบาลทั้งหมดในขณะนั้น

ท้ายที่สุด ทองคำ เงิน และทองแดงที่กู้คืนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถูกนำไปใช้ในการผลิตเหรียญรางวัลสำหรับการแข่งขันโตเกียว 2020 โดยแนวคิดของโครงการก็คือการเปลี่ยนสิ่งของที่หมดอายุการใช้งานให้กลับมาเป็นทรัพยากรใหม่ หรือที่เรียกกันว่า “เหมืองในเมือง”


เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษ แต่เคยถูกนำมาใช้จริงในระดับประเทศ


โลกกำลังผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์มหาศาล


ปัญหาที่ทำให้ Urban Mining มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือ โลกกำลังผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


รายงาน Global E-waste Monitor 2024 ของ UNITAR และ ITU ระบุว่า ในปี 2022 โลกสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 62 ล้านตัน
ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 82% เมื่อเทียบกับปี 2010 และมีการคาดการณ์ว่า หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 82 ล้านตันในปี 2030


แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าปริมาณขยะ คืออัตราการรีไซเคิล


ในปี 2022 มีขยะอิเล็กทรอนิกส์เพียงประมาณ 22.3% เท่านั้นที่ถูกรวบรวมและรีไซเคิลอย่างเป็นทางการ ส่วนที่เหลือจำนวนมากถูกกำจัด ทิ้ง หรือเข้าสู่ระบบจัดการที่ไม่ได้มาตรฐาน


พูดง่าย ๆ คือ ทุกครั้งที่โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ถูกทิ้งอย่างไม่ถูกวิธี เราไม่ได้กำลังทิ้งเพียง “ขยะ” แต่กำลังทิ้งวัตถุดิบที่อุตสาหกรรมสามารถนำกลับมาใช้ได้


ทองคำที่หายไปในกองขยะมีมูลค่ามหาศาล
Global E-waste Monitor 2024 ประเมินว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปี 2022 มีโลหะฝังอยู่ประมาณ 31 ล้านตัน


มูลค่าของโลหะเหล่านั้นอยู่ที่ประมาณ 91,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นทองแดงประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์ และทองคำประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์


ลองคิดดูว่าเรากำลังพูดถึงทรัพยากรที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ได้อยู่ใต้ภูเขา ไม่ได้อยู่ใต้ทะเล และไม่จำเป็นต้องเจาะพื้นโลกเพื่อค้นหา


มันอยู่ในสิ่งของที่มนุษย์ซื้อมาใช้แล้วกำลังนำไปทิ้งนั่นเอง
ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ยังเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม


การทำเหมืองในเมืองไม่ได้มีความหมายเพียงว่า “ขุดทองจากมือถือแล้วขาย”


ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ การนำโลหะกลับมาใช้ใหม่สามารถช่วยลดความต้องการในการขุดแร่ใหม่จากธรรมชาติ


Global E-waste Monitor 2024 ประเมินว่า การจัดการและรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการในปี 2022 ช่วยหลีกเลี่ยงการสกัดแร่ปฐมภูมิได้ประมาณ 900 ล้านตัน และช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 93 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

หากสามารถเพิ่มอัตราการเก็บรวบรวมและรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกเป็น 60% ภายในปี 2030 รายงานประเมินว่าประโยชน์โดยรวมจะมากกว่าต้นทุนมากกว่า 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายประเทศจึงเริ่มมองขยะอิเล็กทรอนิกส์ใหม่
จากสิ่งที่ต้องกำจัด กลายเป็นทรัพยากรที่ต้องจัดการ


จากภาระด้านสิ่งแวดล้อม กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน
และจาก “ขยะ” อาจกลายเป็น “เหมือง” แห่งใหม่ของโลก


ประเทศไทยเองก็มีเรื่องนี้ให้คิด
เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ไกลตัวคนไทยเลย
งานวิจัยเกี่ยวกับขยะโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยประเมินว่า ในปี 2021 ไทยมีขยะโทรศัพท์มือถือประมาณ 1,791 ตัน และในแผงวงจรของโทรศัพท์ที่ถูกทิ้งเหล่านั้นมีศักยภาพที่จะกู้คืนโลหะมีค่า เช่น ทองคำและเงิน รวมถึงโลหะกลุ่มอื่น ๆ ได้อีกจำนวนมาก


งานวิจัยดังกล่าวยังพบว่า ในปี 2021 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการเกิดขยะโทรศัพท์มือถือในสัดส่วนสูง และจังหวัดนครราชสีมาถูกประเมินว่ามีขยะโทรศัพท์มือถือประมาณ 71 ตันในปีนั้น


ตัวเลขนี้ทำให้เรื่อง Urban Mining ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับประเทศไทย
โทรศัพท์เก่าที่คนไทยเก็บไว้ในบ้านหลายล้านเครื่อง หากมีระบบรวบรวมและรีไซเคิลที่เหมาะสม ก็สามารถกลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าได้


แต่ในทางกลับกัน หากนำไปเผา ทุบ แช่กรด หรือแยกชิ้นส่วนกันเองโดยไม่มีมาตรฐาน สิ่งที่ควรเป็น “ทรัพยากร” ก็อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแทน
สิ่งที่ต้องระวังอย่างมาก
เรื่องนี้มีด้านที่น่าตื่นเต้น แต่ก็มีด้านที่อันตรายไม่แพ้กัน


ขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้มีแต่ทองคำและทองแดง แต่ยังอาจมีสารและโลหะที่เป็นอันตราย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม โครเมียม และสารอื่น ๆ โดยเฉพาะในแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์


งานวิจัยเกี่ยวกับขยะโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยพบว่า ในแผงวงจรของโทรศัพท์ที่ถูกทิ้งมีโลหะที่ต้องระมัดระวัง เช่น สารหนู แคดเมียม โครเมียม และตะกั่วอยู่ด้วย
ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใจผิดว่าใครก็สามารถเอาโทรศัพท์เก่ามาสกัดทองคำที่บ้านได้


การรีไซเคิลโลหะมีค่าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องอาศัยกระบวนการทางโลหะวิทยา ระบบควบคุมมลพิษ การจัดการแบตเตอรี่ และการกำจัดสารตกค้างอย่างถูกต้อง


การเผาแผงวงจรกลางแจ้ง หรือใช้สารเคมีรุนแรงเพื่อพยายามแยกทองคำด้วยตัวเอง จึงไม่ใช่ “การทำเหมืองในเมือง” ที่ถูกต้อง แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่าเรื่อง Urban Mining เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก เพราะมันทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับคำว่า “ขยะ”


ที่ผ่านมาเราอาจมองโทรศัพท์เครื่องเก่าว่าเป็นของหมดค่า เมื่อเครื่องเปิดไม่ติดก็โยนเข้าลิ้นชัก และเมื่อมีเครื่องใหม่ก็ทิ้งเครื่องเก่าไป


แต่ในความเป็นจริง โทรศัพท์หนึ่งเครื่องไม่ได้หมดคุณค่าเพียงเพราะมันใช้งานไม่ได้แล้ว


ทองคำยังอยู่
ทองแดงยังอยู่
เงินยังอยู่
พาลาเดียมและโลหะอื่น ๆ ยังอยู่
สิ่งที่หายไปมีเพียง “ความสามารถของเราในการนำมันกลับมาใช้”


นี่เป็นเรื่องที่น่าคิดอย่างมากในวันที่โลกต้องการวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่การขุดทรัพยากรธรรมชาติกลับต้องแลกมาด้วยต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น


ผู้เขียนจึงมองว่า ในอนาคต “เหมือง” อาจไม่ได้หมายถึงหลุมขนาดใหญ่กลางภูเขาเพียงอย่างเดียว แต่อาจหมายถึงคลังโทรศัพท์เก่า คอมพิวเตอร์เสีย เครื่องใช้ไฟฟ้าที่หมดอายุ และแผงวงจรจำนวนมหาศาลที่กระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ
แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแย่งกันสกัดทองจากขยะ


หัวใจจริง ๆ อยู่ที่การสร้างระบบตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การออกแบบสินค้าให้ซ่อมง่าย ใช้งานได้นาน เก็บคืนได้ง่าย แยกชิ้นส่วนได้ และนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่อย่างปลอดภัย


ถ้าทำได้ โลกอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการขุดทรัพยากรธรรมชาติมากเท่าเดิม


และบางที โทรศัพท์เครื่องเก่าที่เราเคยมองว่าไม่มีค่า อาจเป็นส่วนหนึ่งของ “เหมืองแห่งอนาคต” ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด


เพียงแต่เหมืองแห่งนี้ไม่ได้อยู่ใต้ดิน
มันอยู่ในมือเรา อยู่ในบ้านเรา และกำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน

 


แหล่งที่มาของข้อมูล :


รายงาน Global E-waste Monitor 2024 โดย UNITAR และ ITU ซึ่งใช้สำหรับข้อมูลปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ 62 ล้านตันในปี 2022 อัตรารีไซเคิล 22.3% มูลค่าโลหะ 91,000 ล้านดอลลาร์ การหลีกเลี่ยงการทำเหมืองแร่ปฐมภูมิ 900 ล้านตัน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 93 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า


งานวิจัยเรื่องขยะโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย ตีพิมพ์ในวารสาร Sustainability ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณโทรศัพท์มือถือที่ถูกทิ้งในประเทศไทย ศักยภาพโลหะมีค่า และโลหะที่เป็นพิษในแผงวงจร

 


Umicore ข้อมูลเกี่ยวกับการรีไซเคิลโลหะมีค่าจากโทรศัพท์มือถือและข้อมูลเปรียบเทียบการใช้โทรศัพท์มือถือ 6 ตันกับแร่ธรรมชาติประมาณ 200 ตันในการผลิตทองคำ 1 กิโลกรัม

 

เอกสารด้านความยั่งยืนของการแข่งขันโตเกียว 2020 เกี่ยวกับ Tokyo 2020 Medal Project และการนำโลหะจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้แล้วมาผลิตเหรียญรางวัล

 

งานวิชาการเรื่องแนวคิด Urban Mining ซึ่งอธิบายพัฒนาการของแนวคิดจาก Jane Jacobs ในปี 1969 และ Randolph Nanjo ในปี 1988

 

งานวิจัยด้านปริมาณโลหะในโทรศัพท์มือถือและแผงวงจร ซึ่งระบุว่าความเข้มข้นของทองคำในโทรศัพท์มือถือสามารถอยู่ในระดับหลายร้อยกรัมต่อตัน และสูงกว่าแร่ทองคำธรรมชาติทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรนัลโดเผย ฤดูกาล 2026-27 “อาจเป็นปีสุดท้าย” ในอาชีพค้าแข้ง4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันจีนผุดธุรกิจใหม่! ขายใบหน้าให้ AI..ได้เงินง่าย หากจะขายคิดให้ดีรถหนักเป็นตัน ทำไมน้ำไหลแค่ราว 30 ซม. ถึงพารถเล็กไปได้?เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญเด็กโหวตแล้ว! 5 วิชาที่อยากให้หายจากตารางเรียน อันดับ 1 ชัดเจน"Dameisha" ชายหาดที่คนแน่นที่สุดในโลก จนแทบไม่เห็นผืนทราย!กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 อาหารอีสานที่ชาวต่างชาติลองแล้วติดใจ จนกลายเป็นเมนูดังระดับโลกอิหร่านประกาศเงินรางวัล 30,000 ดอลลาร์ สำหรับสังหารหรือจับทหารสหรัฐฯรถหนักเป็นตัน ทำไมน้ำไหลแค่ราว 30 ซม. ถึงพารถเล็กไปได้?จีนผุดธุรกิจใหม่! ขายใบหน้าให้ AI..ได้เงินง่าย หากจะขายคิดให้ดี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
เด็กโหวตแล้ว! 5 วิชาที่อยากให้หายจากตารางเรียน อันดับ 1 ชัดเจนเอาใจแม่วัย 60+! 10 เมนูนุ่มอร่อย กินง่าย ไม่จืดชืดจางหลิงเฮ่อแบ่งปันเกณฑ์ในการเลือกบทบาท 😊ยัยไหมของวาโย
ตั้งกระทู้ใหม่