หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คำสอนที่เข้ากับชีวิตคนยุคใหม่

เขียนโดย thoughtloop

ในชีวิตของคนเรา มีหลายช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

จะเลือกงานไหน

จะคบกับใคร

จะใช้เงินอย่างไร

จะเดินต่อหรือหยุดพัก

หรือแม้แต่วันที่ไม่มีใครเข้าใจว่าเรากำลังรู้สึกอะไร

ในช่วงเวลาแบบนี้ มีหลักธรรมของพระพุทธเจ้าข้อหนึ่งที่ฟังดูสั้นมาก แต่เมื่อนำมาคิดกับชีวิตจริงกลับมีความหมายกว้างทีเดียว นั่นคือ

“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

หลักธรรมนี้ปรากฏในพระธรรมบท คาถาที่ 160 โดยมีใจความว่า ตนเองเป็นที่พึ่งของตนเอง และการฝึกตนเป็นสิ่งสำคัญ

แต่คำว่า “พึ่งตนเอง” ในทางพุทธศาสนา ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว หรือห้ามขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

ความหมายที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ชีวิตของเราเป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบและฝึกฝนด้วยตัวเอง

ไม่มีใครใช้ชีวิตแทนเราได้

คนรอบตัวสามารถให้คำแนะนำได้

พ่อแม่ช่วยสอน

เพื่อนช่วยปลอบ

ครูช่วยให้ความรู้

คนรักช่วยเป็นกำลังใจ

ผู้เชี่ยวชาญช่วยให้คำแนะนำในเรื่องที่เราขาดความรู้

สิ่งเหล่านี้ล้วนมีคุณค่า

แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องตัดสินใจและลงมือใช้ชีวิตก็คือตัวเราเอง

เหมือนมีคนช่วยถือแผนที่ให้ แต่คนที่จะเลือกว่าจะเดินไปทางไหนยังเป็นเรา

หลัก “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” จึงชวนให้กลับมามองว่า เรากำลังฝากชีวิตของตัวเองไว้กับคนอื่นมากเกินไปหรือเปล่า

พึ่งตัวเองไม่ได้แปลว่าต้องเก่งทุกเรื่อง

บางครั้งคำว่า “พึ่งตัวเอง” ทำให้หลายคนรู้สึกว่า ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา ต้องแก้ปัญหาได้เอง และห้ามขอความช่วยเหลือ

แต่ความเข้าใจแบบนั้นอาจทำให้หลักธรรมกลายเป็นภาระมากกว่าหลักยึด

การรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ และเรื่องไหนเกินความสามารถ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเอง

ไม่รู้เรื่องเงิน ก็หาความรู้หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

มีปัญหากับงาน ก็ขอคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์

กำลังเรียนเรื่องใหม่ ก็ยอมรับว่าตัวเองยังไม่รู้ แล้วค่อย ๆ เรียน

การขอความช่วยเหลือไม่ได้ทำให้เราพึ่งตัวเองน้อยลง

ในหลายสถานการณ์ การรู้จักขอความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมกลับเป็นการรับผิดชอบตัวเองด้วยซ้ำ

สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเราได้จริง มักเริ่มจากตัวเรา

เราอาจควบคุมไม่ได้ว่าใครจะคิดอย่างไรกับเรา

ควบคุมไม่ได้ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร

ควบคุมไม่ได้ว่าคนอื่นจะรักษาคำพูดหรือเปล่า

และควบคุมไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น

แต่เรายังพอเลือกได้ว่า วันนี้จะทำอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จะเรียนรู้เพิ่มหรือปล่อยผ่าน

จะวางแผนการเงินหรือใช้ไปเรื่อย ๆ

จะฝึกทักษะใหม่หรือรอโอกาสอย่างเดียว

จะตอบโต้ด้วยอารมณ์หรือหยุดคิดก่อนพูด

ตรงนี้เองที่คำว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

เพราะการเปลี่ยนแปลงจำนวนมากไม่ได้เริ่มจากการรอให้โลกเปลี่ยน

แต่มาจากการเปลี่ยนสิ่งที่เราสามารถทำได้ก่อน

พึ่งตนเองคือการฝึกตัวเอง

คำสอนนี้ไม่ได้พูดเพียงเรื่องความรับผิดชอบ แต่ยังเชื่อมโยงกับการ ฝึกตน

เพราะถ้าอยากให้ชีวิตดีขึ้น การรู้ว่าอยากได้อะไรอย่างเดียวคงยังไม่พอ

ต้องค่อย ๆ ฝึกตัวเองให้ไปถึงจุดนั้นด้วย

อยากมีเงินเก็บ ก็ต้องฝึกวางแผนการใช้เงิน

อยากพูดภาษาอังกฤษได้ ก็ต้องฝึกใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง

อยากควบคุมอารมณ์ ก็ต้องฝึกสังเกตอารมณ์ของตัวเอง

อยากมีสุขภาพดี ก็ต้องดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ไม่มีใครสามารถฝึกแทนเราได้

คนอื่นอาจสร้างแรงบันดาลใจให้ แต่การลงมือทำยังเป็นหน้าที่ของเจ้าของชีวิตอยู่ดี

ในยุคที่เรามีคนให้เปรียบเทียบเต็มไปหมด

ชีวิตยุคนี้มีเรื่องหนึ่งที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน

เราเห็นชีวิตของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

เปิดโทรศัพท์ก็เห็นคนประสบความสำเร็จ

เห็นคนมีบ้าน

เห็นคนเดินทาง

เห็นคนทำธุรกิจ

เห็นคนมีความรัก

เห็นคนมีรายได้ดี

บางครั้งเราจึงเผลอเอาชีวิตของตัวเองไปเทียบกับชีวิตที่คนอื่นเลือกนำมาแสดงให้เห็น

แล้วรู้สึกว่าตัวเองยังไปไม่ถึงไหน

หลัก “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” อาจช่วยให้เรากลับมามองเส้นทางของตัวเองอีกครั้ง

แทนที่จะถามว่า

“ทำไมชีวิตเราไม่เหมือนเขา?”

อาจลองถามว่า

“วันนี้เราดูแลชีวิตของตัวเองดีขึ้นกว่าเมื่อวานหรือยัง?”

เพราะเป้าหมายของชีวิตแต่ละคนไม่ได้จำเป็นต้องเหมือนกัน

รับผิดชอบตัวเอง แต่ไม่ต้องโทษตัวเอง

อีกเรื่องที่สำคัญคือ การพึ่งตนเองไม่ควรถูกตีความว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นความผิดของเรา

ชีวิตมีทั้งสิ่งที่เราควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

บางคนเกิดมาในครอบครัวที่มีโอกาสมากกว่า

บางคนต้องเริ่มต้นจากข้อจำกัดหลายอย่าง

บางสถานการณ์เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้เป็นคนเลือก

การรับผิดชอบตัวเองจึงไม่ใช่การกล่าวโทษตัวเองทุกครั้งที่ชีวิตผิดพลาด

แต่เป็นการมองสถานการณ์ตามความเป็นจริง แล้วถามว่า

“จากจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้ เราทำอะไรต่อได้บ้าง?”

คำถามนี้อาจไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไปทันที

แต่มันทำให้เรากลับมาเห็นสิ่งที่ยังอยู่ในมือของเรา

การพึ่งตัวเองเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ โดยอาจเริ่มจากการทำสิ่งเล็ก ๆ ให้ตัวเองรับผิดชอบมากขึ้น

จัดการเงินของตัวเอง

รักษาคำพูดที่ให้ไว้

อ่านหนังสือเพิ่ม

ฝึกทักษะที่จำเป็น

รู้จักหยุดเมื่อเหนื่อย

ยอมรับเมื่อทำผิด

และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น

สิ่งเหล่านี้ดูเล็กมากเมื่อแยกออกมาเป็นเรื่อง ๆ

แต่เมื่อทำต่อเนื่อง มันค่อย ๆ สร้างนิสัยและความสามารถในการดูแลชีวิตของตัวเอง

“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” จึงไม่ใช่การเดินคนเดียว

บางทีความหมายที่คนยุคใหม่สามารถหยิบไปใช้ได้มากที่สุด อาจไม่ใช่การบอกว่า

“ไม่ต้องพึ่งใคร”

แต่เป็น

“อย่าลืมพึ่งตัวเองด้วย”

เราสามารถมีครอบครัว มีเพื่อน มีคนรัก มีครู และมีผู้คนที่พร้อมช่วยเหลือเราได้

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ควรฝึกให้ตัวเองมีสติ มีความรู้ มีความรับผิดชอบ และรู้จักตัดสินใจในเรื่องของตัวเอง

เพราะคนอื่นอาจเดินไปกับเราได้ระยะหนึ่ง

แต่อีกหลายก้าวของชีวิต เราจะต้องเป็นคนเดินเอง

คำสอนเรื่อง “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” จึงยังฟังดูร่วมสมัยอย่างน่าประหลาด

ในโลกที่มีข้อมูลมากมาย มีคนให้ถามมากมาย และมีทางเลือกมากมาย

สิ่งหนึ่งที่ยังไม่มีใครทำแทนเราได้ก็คือ

การฝึกตัวเองให้เป็นคนที่สามารถดูแลชีวิตของตัวเองได้

และบางที การมีที่พึ่งที่มั่นคงที่สุด อาจไม่ได้หมายถึงการไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ

แต่อาจหมายถึง แม้ในวันที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เราก็ยังพอรู้ว่าจะพาตัวเองเดินต่อไปอย่างไร

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 61 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยEV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไรเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้าทำไมท่าจับจี้สร้อยคอจึงดึงดูดสายตาขนบนร่างกายมนุษย์มีไว้ทำไม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกเสื้อคอเต่าแขนกุดดูแพงได้อย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมจังหวะเสยผมตอนลมพัดถึงสะดุดตาระบบรับเรื่องควรคุ้มครองคนร้องอย่างไรแบงก์รุ่นเก่าใช้ซื้อของได้ไหมแก้มแดงระเรื่อทำให้คนตรงหน้ารู้สึกอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่