หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กลั้นลมหายใจ กลั้นจาม กลั้นฉี่ กลั้นอุจจาระ และกลั้นน้ำตา เสี่ยงแค่ไหน

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ร่างกายมีสัญญาณเตือนหลายอย่างที่พยายามบอกว่าถึงเวลาต้องปล่อยออก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกอยากหายใจ อยากจาม อยากเข้าห้องน้ำ หรือความรู้สึกสะเทือนใจจนมีน้ำตาไหล แต่ชีวิตประจำวันมักมีเหตุให้ต้องฝืน เช่น อยู่ในที่ประชุม รถติด ห้องน้ำไม่สะอาด กลัวเสียมารยาท หรือไม่อยากให้คนอื่นเห็นความอ่อนแอ

การกลั้นเป็นครั้งคราวในช่วงสั้นๆ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดความเสียหายรุนแรงทันที จุดที่ต้องระวังคือการกลั้นนานเกินไป กลั้นซ้ำเป็นนิสัย หรือใช้แรงฝืนกับรีเฟล็กซ์ของร่างกายโดยไม่รู้ว่ากำลังเพิ่มแรงดันภายในร่างกาย บทความนี้จึงจัดอันดับตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อฝืนหรือทำซ้ำ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคของแต่ละคน

อันดับ 1 กลั้นลมหายใจ ความเสี่ยงเฉียบพลันสูงที่สุด

การกลั้นหายใจสั้นๆ ระหว่างทำกิจกรรมทั่วไปมักไม่ทำให้คนสุขภาพดีเกิดอันตรายถาวรทันที แต่การกลั้นนานจนร่างกายขาดออกซิเจน โดยเฉพาะการกลั้นแบบแข่งขัน การทำใต้น้ำ หรือการกลั้นหลังหายใจเร็วแรงหลายครั้ง มีความเสี่ยงมากขึ้น

ความรู้สึกอยากหายใจเกิดขึ้นจากคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมในเลือด ไม่ได้เกิดจากออกซิเจนลดลงเพียงอย่างเดียว หากหายใจเร็วเกินไปก่อนกลั้น คาร์บอนไดออกไซด์จะลดลง ทำให้สัญญาณเตือนมาช้ากว่าความจริง ทั้งที่ออกซิเจนกำลังลดลง จึงอาจหน้ามืด หมดสติ จมน้ำ ล้มกระแทก หรือในกรณีรุนแรงเกิดภาวะสมองและหัวใจขาดออกซิเจน

สิ่งที่ควรจำคืออย่าทดสอบกลั้นหายใจในน้ำตามลำพัง อย่าหายใจเร็วเพื่อยืดเวลา และอย่าฝืนต่อเมื่อเริ่มเวียนหัว ชาปลายมือ สับสน หายใจไม่เป็นจังหวะ หรือมองเห็นผิดปกติ หากมีอาการหมดสติ หายใจลำบาก หรือริมฝีปากเขียว ต้องได้รับการช่วยเหลือฉุกเฉิน

อันดับ 2 กลั้นจาม อันตรายไม่บ่อยแต่เกิดแรงดันขึ้นทันที

การจามเป็นรีเฟล็กซ์ที่ช่วยขับฝุ่น สารระคายเคือง และน้ำมูกออกจากทางเดินหายใจ การปิดปากพร้อมบีบจมูกเพื่อไม่ให้เสียงออก ทำให้อากาศที่ควรพุ่งออกถูกกักไว้ แรงดันจึงถูกส่งไปยังโพรงจมูก ท่อเชื่อมระหว่างจมูกกับหู และบริเวณรอบดวงตา

คนส่วนใหญ่ที่กลั้นจามอาจรู้สึกแน่นหู ปวดหู คัดจมูก หรือปวดบริเวณใบหน้าเท่านั้น แต่มีรายงานภาวะแก้วหูเสียหาย การติดเชื้อในหู ปัญหาไซนัส และหลอดเลือดฝอยแตกในบางกรณีที่ใช้แรงฝืนมาก ความเสี่ยงรุนแรงพบไม่บ่อย จึงไม่ควรทำให้เกิดความกลัวเกินเหตุ เพียงเปลี่ยนวิธีรับมือให้ปลอดภัยกว่าเดิม

เมื่อรู้สึกจะจาม ควรหันออกจากคนอื่น ใช้กระดาษทิชชูหรือข้อพับแขนปิดปากและจมูก แล้วปล่อยให้ลมออก ไม่ควรบีบจมูกปิดปากสนิท หากจามบ่อยร่วมกับคัดจมูก น้ำมูกเรื้อรัง หายใจมีเสียง หรือมีเลือดออก ควรหาสาเหตุเรื่องภูมิแพ้ การติดเชื้อ หรือสิ่งระคายเคือง

อันดับ 3 กลั้นฉี่หรือกลั้นปัสสาวะ ผลเสียมักเกิดจากการทำซ้ำ

คำว่ากลั้นฉี่กับกลั้นปัสสาวะหมายถึงเรื่องเดียวกัน กระเพาะปัสสาวะสามารถขยายเพื่อเก็บปัสสาวะได้ระยะหนึ่ง การเลื่อนเวลาเข้าห้องน้ำเป็นครั้งคราวจึงมักไม่ทำให้ไตพังทันที แต่ถ้าชอบกลั้นจนปวดมากเป็นประจำ กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอาจทำงานผิดจังหวะ อ่อนล้า หรือบีบตัวได้ไม่ดีจนเหลือปัสสาวะค้าง

ปัสสาวะที่ค้างอยู่เพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเติบโต จึงสัมพันธ์กับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น อาการเตือนที่ควรสังเกตคือแสบขัด ปัสสาวะถี่ ปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีเลือดปน หากติดเชื้อแล้วมีไข้สูง หนาวสั่น หรือปวดเอว ต้องรีบพบแพทย์

สิ่งที่น่าระวังคือภาวะปัสสาวะไม่ออก แม้รู้สึกปวดและท้องน้อยตึงมาก ภาวะนี้ไม่ใช่การกลั้นตามปกติ แต่อาจเกี่ยวข้องกับการอุดตัน ต่อมลูกหมาก ยาบางชนิด ปัญหาเส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ควรไปโรงพยาบาลโดยเร็ว ไม่ควรพยายามฝืนรอให้หายเอง

อันดับ 4 กลั้นอุจจาระ ทำให้อุจจาระแห้งและถ่ายยากขึ้น

เมื่อมีอุจจาระอยู่ในลำไส้นาน ลำไส้ใหญ่จะดูดน้ำกลับมากขึ้น อุจจาระจึงแข็ง แห้ง และมีขนาดใหญ่ขึ้น การกลั้นเพราะไม่อยากใช้ห้องน้ำสาธารณะหรือกำลังทำงานจึงอาจกลายเป็นวงจรที่ทำให้ถ่ายครั้งต่อไปเจ็บกว่าเดิม

ผลที่ตามมาอาจเป็นท้องผูก ท้องอืด ปวดท้อง ต้องเบ่งแรง ริดสีดวงทวาร หรือแผลปริบริเวณทวารหนัก หากท้องผูกเรื้อรังจนมีอุจจาระอัดแน่น อาจมีน้ำหรืออุจจาระเหลวเล็ดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นท้องเสีย ทั้งที่มีอุจจาระแข็งค้างอยู่ด้านใน

ไม่จำเป็นต้องถ่ายในเวลาเดียวกันทุกวัน เพราะความถี่ของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ไม่ควรละเลยความรู้สึกอยากถ่ายซ้ำๆ ควรดื่มน้ำให้เหมาะสม รับประทานอาหารที่มีใยอาหาร เคลื่อนไหวร่างกาย และจัดเวลานั่งห้องน้ำโดยไม่รีบ หากมีเลือดปน ปวดท้องตลอด อาเจียน ไข้ น้ำหนักลด หรือผายลมไม่ได้ ควรพบแพทย์

อันดับ 5 กลั้นน้ำตา ไม่ทำร้ายร่างกายทันที แต่การกดความรู้สึกเรื้อรังมีต้นทุน

การกลั้นน้ำตาเพียงครั้งเดียวไม่ได้ทำให้น้ำตาคั่งเป็นพิษ ไม่ได้ทำให้ตาเสีย และไม่ได้หมายความว่าจะต้องร้องไห้ทุกครั้งที่รู้สึกเศร้า น้ำตายังมีหน้าที่หล่อลื่นและช่วยพาสิ่งระคายเคืองออกจากผิวตา ปัญหาหลักของการกลั้นน้ำตาจึงมักอยู่ที่อารมณ์มากกว่าความเสียหายทางกายโดยตรง

ถ้าต้องกดความเศร้า ความเสียใจ หรือความเครียดไว้ตลอดเวลา อาจทำให้ความตึงเครียดสะสม นอนหลับยาก หงุดหงิดง่าย แยกตัวจากคนอื่น หรือหันไปใช้พฤติกรรมที่ไม่ดีเพื่อระบายอารมณ์ การร้องไห้ไม่ใช่ยารักษาโรค และไม่ใช่ทุกครั้งที่ร้องแล้วจะรู้สึกดีขึ้นทันที แต่การมีพื้นที่ปลอดภัยให้ยอมรับความรู้สึก พูดคุย หรือขอความช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์กว่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว

ถ้าน้ำตาไหลหรือแสบตาโดยไม่มีเหตุชัดเจน ตาแห้งมาก ตาแดงเรื้อรัง หรือมองเห็นเปลี่ยนไป ควรตรวจเรื่องตาและท่อน้ำตา ส่วนถ้าความเศร้ารบกวนชีวิตประจำวันนานหลายสัปดาห์ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือหน่วยฉุกเฉินทันที

หลักจำง่ายสำหรับการใช้ชีวิต

• สิ่งที่เกี่ยวกับออกซิเจนและการหมดสติ ต้องหยุดฝืนทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ

• สิ่งที่เป็นรีเฟล็กซ์ เช่น จาม ไม่ควรปิดทางออกด้วยแรงดัน

• สิ่งขับถ่ายไม่ควรกลั้นเป็นนิสัย ควรจัดสภาพแวดล้อมให้เข้าห้องน้ำได้สะดวก

• การกลั้นน้ำตาไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรมีช่องทางระบายและคนที่พูดคุยได้

• อาการปวดมาก เลือดออก ไข้สูง หายใจลำบาก หมดสติ หรือปัสสาวะไม่ออก ไม่ควรรอดูอาการเอง

ร่างกายไม่ได้ส่งสัญญาณเหล่านี้เพื่อรบกวนชีวิต แต่กำลังบอกว่าระบบบางอย่างต้องการการดูแล การเลื่อนเวลาเล็กน้อยอาจไม่ใช่ปัญหา แต่การฝืนซ้ำจนกลายเป็นนิสัยคือจุดที่ควรหยุดสังเกตตัวเองและปรับพฤติกรรม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69ทำไมหมาถึงไล่กัดคน ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งถูกไล่ และควรรับมืออย่างไร7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญการศึกษาไทยวัดผลมากเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับฟินแลนด์และสิงคโปร์ บทเรียนจากระบบสอบสองแบบเจาะลึกวงจรชีวิตยุงลาย ตั้งแต่ไข่ ลูกน้ำ ตัวโม่ง จนถึงวันที่ต้องดูดเลือดเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสนอาหารมื้อก่อนนอนช่วยให้หลับสบาย หรือทำให้กรดไหลย้อนกำเริบAI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปีเปิดประวัติ "สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน" ละครโทรทัศน์เรื่องแรกของ ประเทศไทยสนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลยเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่กฎหมายโลกตีกรอบความต้องการทางเพศต่างกันแค่ไหน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"กันตนา" เปิดตัว "พระเอก - นางเอก AI" คู่แรกของไทย..สร้างปรากฏการณ์การใหม่ในซีรี่ส์แนวตั้งการศึกษาไทยวัดผลมากเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับฟินแลนด์และสิงคโปร์ บทเรียนจากระบบสอบสองแบบทำไมหมาถึงไล่กัดคน ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งถูกไล่ และควรรับมืออย่างไรซูมลึกตอนจูบ เมื่อปุ่มบนลิ้นเสียดสีกันและจุลชีพนับล้านข้ามไปหาอีกคน5 นักร้องลูกทุ่งอินดี้แนวหน้าของไทย ที่มีค่าจ้างแพงที่สุดเจาะลึกวงจรชีวิตยุงลาย ตั้งแต่ไข่ ลูกน้ำ ตัวโม่ง จนถึงวันที่ต้องดูดเลือด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
อาหารมื้อก่อนนอนช่วยให้หลับสบาย หรือทำให้กรดไหลย้อนกำเริบ8 อาการของร่างกายที่ถี่เกินไป จนไม่ควรปล่อยผ่านหิวจนสั่นเกิดจากอะไร แยกอาการน้ำตาลต่ำกับความหิวธรรมดาอย่างไรวิทยาศาสตร์การนอน เรื่องที่สมองและร่างกายทำงานอยู่ทุกคืนโดยไม่หยุดพัก
ตั้งกระทู้ใหม่