หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

9 สถานีรถไฟรุ่นแรกของไทย จากปี 2439 วันนี้เหลือกี่สถานีที่ยังใช้งาน

เขียนโดย EvaAqua

9 สถานีรถไฟรุ่นแรกของไทย จากปี 2439 วันนี้เหลือกี่สถานีที่ยังใช้งาน

ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่า 130 ปีก่อน การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปอยุธยาไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนทุกวันนี้ แต่ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ประเทศสยามกำลังเปิดประตูบานใหม่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟระหว่าง สถานีกรุงเทพฯ กับสถานีกรุงเก่า หรืออยุธยา ระยะทางประมาณ 71 กิโลเมตร

เส้นทางนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของกิจการรถไฟหลวง และในระยะแรกมีสถานีรวม 9 แห่ง ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไล่ไปจนถึงกรุงเก่า

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ผ่านมาถึงปี 2569 แล้ว 9 สถานีแรกนั้นยังอยู่ครบหรือไม่?

คำตอบคือ มีทั้งสถานีที่ยังให้บริการ สถานีที่เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนรูปแบบ และสถานีที่ปิดตัวไปแล้ว

9 สถานีแรกของรถไฟไทย มีที่ไหนบ้าง

การรถไฟแห่งประเทศไทยระบุว่า เมื่อเปิดเดินรถช่วงกรุงเทพฯ-อยุธยาใน พ.ศ. 2439 มีสถานีทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่

  1. กรุงเทพ

  2. บางซื่อ

  3. หลักสี่

  4. หลักหก

  5. คลองรังสิต

  6. เชียงราก

  7. เชียงรากน้อย

  8. บางปะอิน

  9. กรุงเก่า หรือสถานีอยุธยาในปัจจุบัน

ในเวลานั้นมีขบวนรถขึ้นล่องวันละ 4 ขบวน ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบรถไฟที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่สำหรับสยามในปลายศตวรรษที่ 19 นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบคมนาคมประเทศ

และที่น่าสนใจคือ เส้นทางรถไฟสายนี้ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสำหรับเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ค่อยๆ เชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่รอบนอก ก่อนขยายต่อไปยังภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


1. สถานีกรุงเทพ จากจุดเริ่มต้นสู่หัวลำโพง

สถานีกรุงเทพคือจุดเริ่มต้นของการเดินรถในปี 2439 แต่ อาคารสถานีกรุงเทพหลังแรกไม่ได้เป็นอาคารหัวลำโพงที่เราเห็นในปัจจุบัน

รฟท. ระบุว่า สถานีกรุงเทพเดิมอยู่บริเวณจุดที่มีการทำพิธีเริ่มก่อสร้างทางรถไฟ ก่อนจะถูกรื้อออกเมื่อมีการสร้างสถานีกรุงเทพหลังปัจจุบัน ซึ่งก็คือหัวลำโพง และสร้างอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงไว้เป็นที่ระลึกในเวลาต่อมา

ดังนั้น ถ้าถามว่า “สถานีกรุงเทพยังใช้งานอยู่หรือไม่” คำตอบคือยังมีการให้บริการรถไฟอยู่ แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “สถานีกรุงเทพในฐานะสถานี” กับ “อาคารสถานีเดิมของปี 2439”

ปัจจุบันหัวลำโพงยังมีขบวนรถออกจากสถานี เช่น รถธรรมดาและรถชานเมือง ขณะที่ขบวนรถทางไกลจำนวนมากย้ายไปเริ่มต้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์แล้ว

สรุป: ยังใช้งาน แต่ไม่ใช่อาคารสถานีเดิมจากปี 2439


2. บางซื่อ จากสถานีเล็กสู่ศูนย์กลางระบบราง

ชื่อ “บางซื่อ” อาจดูธรรมดาสำหรับคนกรุงเทพฯ แต่ในประวัติศาสตร์รถไฟไทย ที่นี่มีบทบาทสำคัญมาก

บางซื่ออยู่ในรายชื่อ 9 สถานีแรกตั้งแต่ปี 2439 และต่อมาพัฒนาขึ้นเป็น ชุมทางบางซื่อ เมื่อระบบรถไฟขยายตัวและมีการเชื่อมเส้นทางต่างๆ เข้าหากัน

วันนี้บริเวณบางซื่อกลายเป็นศูนย์กลางระบบรางขนาดใหญ่ โดยมี สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชุมทางบางซื่อ และให้บริการทั้งรถไฟทางไกลและรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

ชื่อสถานีเปลี่ยนจาก “สถานีกลางบางซื่อ” เป็น “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” ในเวลาต่อมา แต่พื้นที่บางซื่อยังคงเป็นหัวใจสำคัญของระบบรางไทย

สรุป: ยังใช้งาน แต่โครงสร้างสถานีเปลี่ยนแปลงไปมาก


3. หลักสี่ จากชุมชนริมทางรถไฟสู่สถานีสายสีแดง

หลักสี่เป็นอีกชื่อที่ยังคุ้นหูคนกรุงเทพฯ และที่น่าสนใจก็คือ ชื่อสถานีนี้อยู่ในรายชื่อ 9 สถานีแรกจริงๆ

เอกสารประวัติศาสตร์ระบุว่าการก่อสร้างทางรถไฟและสถานีหลักสี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนชื่อพื้นที่จากบ้านหนองบัวมาเป็น “หลักสี่” ในเวลาต่อมา

วันนี้หลักสี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานีรถไฟทางไกลเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานีของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ ในกรุงเทพฯ

สรุป: ยังใช้งาน และมีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม


4. หลักหก ชื่อเดิมที่กลับมาอยู่บนแผนที่รถไฟอีกครั้ง

หลักหกเป็นกรณีที่น่าสนใจ เพราะชื่อ “หลักหก” ในประวัติศาสตร์กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงในปัจจุบันทำให้หลายคนสงสัยว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่

ปัจจุบันมี สถานีหลักหกของรถไฟฟ้าสายสีแดง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี และเปิดให้บริการตั้งแต่ 05.30-24.00 น.

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อสร้างสายสีแดง รฟท. เคยประกาศยกเลิก “ป้ายหยุดรถหลักหก” เดิม รวมถึงคลองรังสิต ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2563 เพื่อรองรับการทดสอบระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง

จึงควรระวังการใช้คำว่า “อาคารเดิมยังอยู่” เพราะ สถานีปัจจุบันเป็นโครงสร้างใหม่ของระบบรถไฟฟ้า

สรุป: พื้นที่และชื่อยังอยู่ในระบบรถไฟ แต่สถานีเดิมไม่ได้คงรูปเดิม


5. คลองรังสิต สถานีเดียวจาก 9 แห่งที่หายไปจากการให้บริการ

นี่คือคำตอบสำคัญของบทความนี้

คลองรังสิต เป็นหนึ่งใน 9 สถานีแรกของรถไฟไทย แต่ปัจจุบันไม่ได้เปิดรับส่งผู้โดยสารแล้ว

รฟท. ประกาศยกเลิกการรับ-ส่งผู้โดยสารที่ที่หยุดรถคลองรังสิตเป็นการถาวรตั้งแต่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563 เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต

ปัจจุบันผู้โดยสารใช้ สถานีรังสิต ซึ่งเป็นสถานีสำคัญของรถไฟฟ้าสายสีแดงและยังรองรับรถไฟทางไกลด้วย

นี่จึงเป็นสถานีที่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของระบบรางได้ชัดที่สุด จากจุดหยุดรถเล็กๆ ในเส้นทางประวัติศาสตร์ กลายเป็นระบบสถานีขนาดใหญ่ในยุคใหม่

สรุป: ไม่ใช้งานแล้วในชื่อคลองรังสิต


6. เชียงราก สถานีเก่าที่ยังเดินรถผ่าน

เชียงรากเป็นอีกสถานีที่อยู่ในรายชื่อชุดแรกของปี 2439 และปัจจุบันยังเป็นสถานีรถไฟที่ให้บริการอยู่

สถานีเชียงรากตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี และยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ในอนาคตยังมีแผนเชื่อมต่อกับการขยายระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอีกด้วย

เรียกได้ว่าเชียงรากเป็นตัวอย่างของสถานีที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุค แต่ยังคงบทบาทด้านการเดินทางทางรางเอาไว้

สรุป: ยังใช้งาน


7. เชียงรากน้อย ชื่อเดิมที่ยังปรากฏในระบบรถไฟ

เชียงรากน้อยเป็นสถานีที่หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อ แต่ในประวัติศาสตร์ถือเป็นหนึ่งใน 9 สถานีแรก

ข้อมูลของ รฟท. ยังคงระบุ เชียงรากน้อย อยู่ในรายชื่อสถานีและมีหน่วยบริการของการรถไฟฯ อยู่ที่สถานีแห่งนี้ ขณะที่ข้อมูลตารางสถานีของ รฟท. ก็ยังจัดเชียงรากน้อยไว้ในเส้นทางสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ

ดังนั้นสถานีเล็กๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับรถไฟไทยยุคแรก ยังคงมีชีวิตอยู่ในระบบรถไฟปัจจุบัน

สรุป: ยังใช้งาน


8. บางปะอิน จากสถานีประวัติศาสตร์สู่สถานีบนเส้นทางรถไฟวันนี้

บางปะอินเป็นอีกชื่อที่ไม่หายไปจากแผนที่รถไฟไทย

สถานีแห่งนี้อยู่ในเส้นทางกรุงเทพฯ-อยุธยา ซึ่งเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของกิจการรถไฟไทย และปัจจุบันยังเป็นสถานีที่รถไฟให้บริการอยู่

ในอดีตบางปะอินยังมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่พระราชวังบางปะอิน ทำให้สถานีมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงจุดจอดรถไฟธรรมดา

ปัจจุบันข้อมูลของ รฟท. ยังคงระบุ สถานีบางปะอิน อยู่ในระบบสถานีรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ

สรุป: ยังใช้งาน


9. กรุงเก่า หรืออยุธยา จุดหมายปลายทางของรถไฟสายแรก

สถานีสุดท้ายของเส้นทางรุ่นแรกคือ สถานีกรุงเก่า ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ สถานีรถไฟอยุธยา

กรมศิลปากรระบุว่าเส้นทางรถไฟกรุงเทพฯ-อยุธยาเปิดใช้งานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2439 และอาคารสถานีอยุธยาเดิมสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนเปลี่ยนเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กในปี พ.ศ. 2464

นั่นหมายความว่า สถานีอยุธยายังคงเป็นสถานีรถไฟที่มีรากประวัติศาสตร์เชื่อมตรงไปถึงวันเปิดรถไฟสายแรกของไทย

และทุกวันนี้ก็ยังเป็นสถานีสำคัญที่ผู้โดยสารเดินทางเข้าออกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างต่อเนื่อง

สรุป: ยังใช้งาน และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง


แล้ว 9 สถานีแรก วันนี้เหลือกี่สถานี

ถ้าใช้เกณฑ์ว่า “สถานีหรือจุดบริการที่ยังทำหน้าที่อยู่ในระบบรถไฟปัจจุบัน” จะพบภาพที่น่าสนใจมาก

สถานีในปี 2439สถานะปัจจุบัน
กรุงเทพ ยังใช้งาน แต่สถานีปัจจุบันไม่ใช่อาคารเดิม
บางซื่อ ยังใช้งาน ในพื้นที่ศูนย์กลางบางซื่อ/กรุงเทพอภิวัฒน์
หลักสี่ ยังใช้งาน
หลักหก ยังมีสถานีหลักหกในระบบสายสีแดง แต่โครงสร้างเปลี่ยนไป
คลองรังสิต ปิดให้บริการแล้ว
เชียงราก ยังใช้งาน
เชียงรากน้อย ยังใช้งาน
บางปะอิน ยังใช้งาน
กรุงเก่า/อยุธยา ยังใช้งาน

ดังนั้น หากนับตาม การมีสถานีหรือจุดบริการที่สืบต่ออยู่ในระบบปัจจุบัน จะเหลือ 8 จาก 9 แห่ง โดยกรณีคลองรังสิตเป็นจุดที่ปิดบริการอย่างชัดเจน

แต่ถ้าถามว่า “อาคารสถานีเดิมจากปี 2439 ยังอยู่ครบกี่แห่ง?” คำตอบจะต่างออกไปมาก เพราะหลายสถานีได้รับการปรับปรุง สร้างใหม่ เปลี่ยนตำแหน่ง หรือเปลี่ยนรูปแบบตามการพัฒนาระบบรถไฟ

จากรถไฟวันละ 4 ขบวน สู่ระบบรางยุคใหม่

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ 9 สถานีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องว่า “สถานีไหนเก่าแก่ที่สุด”

แต่คือการได้เห็นว่า โครงข่ายรถไฟไทยสามารถเปลี่ยนรูปร่างไปตามเมืองและเทคโนโลยีได้อย่างไร

ในปี 2439 รถไฟวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปกรุงเก่า ระยะทาง 71 กิโลเมตร มีสถานี 9 แห่ง และมีรถขึ้นล่องวันละ 4 ขบวน

เวลาผ่านไปกว่า 130 ปี บางสถานีกลายเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่ บางแห่งถูกแทนที่ด้วยสถานีใหม่ ขณะที่บางแห่งอย่างเชียงรากน้อยหรือบางปะอินยังคงชื่อเดิมไว้ในระบบ

ส่วนคลองรังสิตเลือกจบเส้นทางของตัวเองไปในปี 2563 เมื่อโครงสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ามาแทนที่

นี่อาจเป็นภาพที่สะท้อนประวัติศาสตร์รถไฟไทยได้ดีที่สุด เพราะ รถไฟไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แม้แต่สถานีที่เกิดขึ้นพร้อมกับรถไฟขบวนแรกของประเทศก็ยังต้องเปลี่ยนไปตามเวลา

จาก 9 สถานีเล็กๆ บนเส้นทาง 71 กิโลเมตรในสมัยรัชกาลที่ 5 วันนี้บางจุดกลายเป็นสถานีรถไฟฟ้าสมัยใหม่ บางจุดยังรับรถไฟทางไกล และบางจุดเหลือเพียงเรื่องราวในเอกสารประวัติศาสตร์

แต่ทั้งหมดล้วนมีส่วนร่วมกันในวันที่ประเทศไทยเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่ “ยุครถไฟ” อย่างเป็นทางการ

และทุกครั้งที่รถไฟแล่นผ่านสถานีเหล่านี้ เรื่องราวเมื่อกว่า 130 ปีก่อนก็ยังคงเดินทางไปพร้อมกับรางเหล็กเส้นเดิมอยู่เสมอ

แหล่งที่มา:
การรถไฟแห่งประเทศไทย — ประวัติ รฟท.
การรถไฟแห่งประเทศไทย — สถานะการเดินรถ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา — ขบวนรถจักรไอน้ำเส้นทางประวัติศาสตร์ กรุงเทพฯ-อยุธยา
Nation TV — การยกเลิกที่หยุดรถคลองรังสิต พ.ศ. 2563
Tags
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตึกย่านการเงินไฟสว่างทั้งหลังตอนดึก ๆ ใครทำงานอยู่ในนั้นกันแน่?จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาเลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569รถที่พ่อแม่เคยขี่ วันนี้ยังเห็นบนถนน! 10 มอเตอร์ไซค์ยอดนิยมของคนไทย9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านส่องกระแสหวยลาว 11 สิงหาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด? 5-8 มาแรง จับตา 58, 51, 8910 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดเลือกเลขเด่นตัวเดียวก่อนกระจาย งวด 16 ส.ค. 69 — วิธีหาเลขหลักผสมสัญญาณและการคำนวณหวย16 สิงหาคม คนส่องเลขดังสำนักไหน“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69ส่องบัญชีทรัพย์สิน นายก อบจ. นนทบุรี หลังถูกบุกยิง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตึกย่านการเงินไฟสว่างทั้งหลังตอนดึก ๆ ใครทำงานอยู่ในนั้นกันแน่?จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยส่องกระแสหวยลาว 11 สิงหาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด? 5-8 มาแรง จับตา 58, 51, 89
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รถที่พ่อแม่เคยขี่ วันนี้ยังเห็นบนถนน! 10 มอเตอร์ไซค์ยอดนิยมของคนไทย“พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” นักเทควันโดหญิงไทย ผู้สร้างสถิติที่ไม่มีใครลืมหวย16 สิงหาคม คนส่องเลขดังสำนักไหน“ต้นนุ่น” ต้นไม้คุ้นตาในอดีต ที่เด็กรุ่นใหม่อาจไม่เคยเห็น
ตั้งกระทู้ใหม่