หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คดีหอพักปักกิ่งปี 1999 จากรอยเลือดในที่เกิดเหตุสู่การจับคนร้ายภายในหนึ่งสัปดาห์

เขียนโดย evileyes

คดีที่หลักฐานเล็กๆ พูดแทนคนตาย



เช้ามืดวันที่ 30 พฤษภาคม 1999 เกิดคดีฆาตกรรมครั้งใหญ่ในเขตสือจิ่งซาน กรุงปักกิ่ง ผู้เสียชีวิตเป็นคนงานหญิงจากต่างมณฑลจำนวน 8 คน พักอยู่รวมกันในห้องที่บริษัทเช่าไว้ให้ ทั้งหมดเดินทางเข้าปักกิ่งเพื่อทำงาน และชีวิตประจำวันค่อนข้างเรียบง่าย ระหว่างที่พักกับสถานที่ทำงาน

สิ่งที่ทำให้คดีนี้หนักสำหรับตำรวจไม่ใช่แค่จำนวนผู้เสียชีวิต แต่เป็นสภาพที่เกิดเหตุซึ่งมีร่องรอยจำนวนมหาศาล รายงานร่วมสมัยระบุว่าพบร่องรอยบาดแผลรวมมากกว่า 100 แห่ง ขณะที่เลือดกระจายอยู่หลายพื้นที่ จนคำถามแรกของทีมสืบสวนไม่ใช่แค่ ใครทำ แต่ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า มีคนร้ายกี่คนกันแน่

หลักฐานที่ดูยุ่งเหยิง เริ่มถูกแยกทีละชิ้น

ทีมตรวจพิสูจน์เก็บตัวอย่างคราบเลือดจากที่เกิดเหตุมากกว่า 80 จุด แล้วนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 8 คนด้วยเทคนิคทางชีววิทยาระดับโมเลกุล วิธีนี้ช่วยแยกได้ว่าคราบไหนเป็นของใคร และทำให้พบสิ่งสำคัญมาก คือมีเลือดบางจุดที่ไม่ตรงกับผู้เสียชีวิตคนใดเลย

นั่นหมายความว่ามี บุคคลที่ 9 อยู่ในเหตุการณ์ และบุคคลนั้นน่าจะได้รับบาดเจ็บระหว่างการก่อเหตุด้วย

อีกจุดที่น่าสนใจคือคราบเลือดบนบันได เลือดส่วนใหญ่มีทิศทางไปทางเดียวกันตามการเคลื่อนที่ของผู้เสียชีวิตที่พยายามออกจากพื้นที่ แต่กลับมีหยดหนึ่งแสดงทิศทางสวนกลับ เจ้าหน้าที่จึงประเมินว่าคนร้ายน่าจะออกจากพื้นที่แล้วกลับเข้าไปอีกครั้ง

คดีนี้จึงไม่ได้ถูกแกะจากคำให้การก่อน แต่ถูกแกะจากการเคลื่อนที่ที่ทิ้งไว้บนพื้น

รองเท้าแตะธรรมดากลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญ

ในพื้นที่พบทั้งรอยเท้าจากถุงเท้าและรอยจากรองเท้าแตะ ตอนแรกอาจดูเหมือนมีคนมากกว่าหนึ่งคน แต่เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบและตำแหน่ง ทีมตรวจพิสูจน์ลงความเห็นว่ารอยทั้งสองแบบน่าจะมาจากคนเดียวกัน

ข้อสันนิษฐานคือช่วงแรกคนร้ายถอดรองเท้าและเดินด้วยถุงเท้า ต่อมาเมื่อพื้นลื่นจึงหยิบรองเท้าแตะในห้องมาใส่ การวิเคราะห์นี้ช่วยลดสมมติฐานเรื่องคนร้ายหลายคนลงอย่างมาก

จุดนี้มีความหมายกับงานนิติวิทยาศาสตร์มาก เพราะ DNA เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร DNA บอกได้ว่าเลือดเป็นของใคร ส่วนตำแหน่ง ทิศทาง รูปร่างของคราบ และรอยเท้า ช่วยต่อภาพว่าแต่ละคนเคลื่อนที่แบบไหน เมื่อเอาหลักฐานหลายชนิดมาซ้อนกัน ภาพของเหตุการณ์จึงค่อยๆ ชัดขึ้น

วงสืบสวนหดเข้ามาที่คนใกล้ที่สุด

เมื่อไม่พบรอยเลือดของบุคคลที่ 9 ต่อเนื่องออกไปไกล ตำรวจเริ่มพิจารณาว่าคนร้ายอาจไม่ได้หนีไปไหนไกล และมีโอกาสอยู่ในอาคารเดียวกัน การสอบถามผู้อยู่อาศัยจึงเริ่มละเอียดขึ้น

ต่อมาความสนใจไปอยู่ที่ จ้าวเหลียนหรง คนงานโรงงานเครื่องจักรซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ห้องของผู้เสียชีวิต หลักฐานจากรอยเท้าและร่องรอยทางกายภาพเพิ่มน้ำหนักให้กับข้อสงสัย จนตำรวจควบคุมตัวในช่วงเช้ามืดวันที่ 6 มิถุนายน หรือประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังเกิดเหตุ

รายงานการพิจารณาคดีระบุว่า จ้าวเหลียนหรงยอมรับว่าต้องการทรัพย์สิน เพราะเข้าใจว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตทำงานเกี่ยวข้องกับเครื่องประดับและน่าจะมีเงินหรือของมีค่า คนร้ายเข้าไปทางประตูระเบียงที่เปิดอยู่ เมื่อถูกพบจึงก่อเหตุเพื่อปิดปาก แต่หลังจากกลับไปค้นหาทรัพย์สินกลับไม่พบเครื่องประดับหรือเงินจำนวนมากอย่างที่คาดไว้

วันที่ 2 กรกฎาคม 1999 ศาลประชาชนระดับกลางแห่งที่หนึ่งของกรุงปักกิ่งพิจารณาคดีและตัดสินประหารชีวิตในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา พร้อมเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

สิ่งที่คดีนี้ทิ้งไว้ให้งานสืบสวน

อย่าด่วนสรุปจำนวนคนร้ายจากจำนวนผู้เสียชีวิต คนร้ายหนึ่งคนอาจสร้างที่เกิดเหตุขนาดใหญ่จนดูเหมือนมีหลายคนได้

คราบเลือดไม่ได้มีค่าแค่ตรวจ DNA ทิศทางและตำแหน่งสามารถบอกเส้นทางการเคลื่อนที่ได้

หลักฐานธรรมดาอาจสำคัญมาก รองเท้าหนึ่งคู่หรือรอยถุงเท้าสามารถเชื่อมเหตุการณ์หลายช่วงเข้าด้วยกัน

การสร้างเหตุการณ์ย้อนกลับต้องใช้หลักฐานหลายชนิดร่วมกัน ไม่มีชิ้นไหนควรถูกมองแยกจากบริบท


บทสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่เผยแพร่ภายหลังระบุว่า คดีสือจิ่งซานปี 1999 เป็นหนึ่งในกรณีสำคัญของจีนที่ใช้การวิเคราะห์คราบเลือดเพื่อสร้างภาพเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุอย่างเป็นระบบ และช่วยให้เห็นชัดมากว่า งานสืบสวนบางครั้งไม่ได้เริ่มจากการรู้ว่าใครโกหก แต่เริ่มจากการถามพื้น บันได รองเท้า และหยดเลือดว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นตรงนั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 29 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยiPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดานาฬิกาที่เดินตรงที่สุดในโลกใช้อะตอมจับเวลารีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดสถิติเลขท้ายสองตัวงวดกลางเดือน 10 ปีย้อนหลัง บวกมุมมองวันพระใหญ่ปลายเดือนสิงหา งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำปู่เจ้าสมิงพรายไม่ได้แพ้คาถามหาเสน่ห์อย่างที่เล่ากัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกiPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?“เปิด 2 อำเภอในไทยที่ยังไม่มี 7-Eleven แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อถึงยังเข้าไม่ถึง?"รีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สมถะทำให้ใจสงบแต่ต้องเดินคู่ปัญญาจึงไปถึงนิพพานทำไมทาแป้งเย็นหลังอาบน้ำแล้วเย็นจี๊ดจนแสบผิวทำไมสมองถึงแวบว่าอยากกระโดดทั้งที่ไม่ได้อยากตายความหึงหวงของทศกัณฐ์ทำไมถึงพาลงกาทั้งเมืองสู่สงคราม
ตั้งกระทู้ใหม่