หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากนกกระเรียนถึงต้นแปะก๊วย สัญลักษณ์แห่งสันติภาพที่เติบโตขึ้นจากฮิโรชิมา

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

เมืองหนึ่งไม่ได้เลือกจำอดีตด้วยซากปรักหักพังเพียงอย่างเดียว


ฮิโรชิมาหลังวันที่ 6 สิงหาคม 1945 มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือเมืองไม่ได้เก็บความทรงจำเรื่องระเบิดปรมาณูไว้แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ค่อยๆ สร้างภาษาของตัวเองขึ้นมาผ่าน นกกระเรียนกระดาษ ต้นไม้ เปลวไฟ อาคารที่เหลือรอด และเสียงระฆัง ของธรรมดาเหล่านี้กลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจเรื่องสงครามและการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่คนทั่วโลกเข้าใจได้โดยแทบไม่ต้องแปล

นกกระเรียนหนึ่งพันตัว


เรื่องที่คนจำนวนมากรู้จักที่สุดผูกอยู่กับชื่อของ ซาดาโกะ ซาซากิ เด็กหญิงชาวฮิโรชิมาที่มีอายุเพียง 2 ปีตอนระเบิดถูกทิ้งลงเมือง ตอนแรกไม่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดโดยตรง แต่เมื่ออายุ 10 ปีตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

ความเชื่อพื้นบ้านญี่ปุ่นเชื่อมโยงนกกระเรียนกับอายุยืน และมีเรื่องเล่าว่าการพับนกกระเรียนกระดาษหนึ่งพันตัวสามารถนำพาคำอธิษฐานไปสู่ความสมหวัง ซาดาโกะจึงพับนกกระเรียนระหว่างรักษาตัว และพับได้มากกว่า 1,300 ตัวก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 1955

หลังจากนั้นเพื่อนร่วมชั้นช่วยกันระดมทุน จนเกิด อนุสาวรีย์สันติภาพเด็ก ซึ่งเปิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1958 ทุกวันนี้ยังมีนกกระเรียนกระดาษจากเด็กและผู้คนทั่วโลกถูกส่งมายังฮิโรชิมาอยู่เรื่อยๆ จากงานประดิษฐ์ชิ้นเล็กๆ เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ระดับนานาชาติ

แล้วต้นไม้ที่ดูเหมือนตายไปแล้วก็แตกยอด


ในฮิโรชิมามีต้นไม้ที่รอดจากระเบิดและถูกเรียกว่า ฮิบาคุจูโมกุ หรือประมาณว่า ต้นไม้ที่ถูกระเบิด หนึ่งในชนิดที่โดดเด่นคือต้นแปะก๊วย ความร้อนและแรงระเบิดทำลายใบและเปลือกอย่างหนัก แต่ลำต้นบางต้นยังอยู่ และเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงก็เกิดยอดสีเขียวขึ้นอีกครั้ง

ภาพของยอดอ่อนบนเมืองที่เพิ่งผ่านการทำลายล้างมีความหมายแรงมาก เพราะช่วงหลังระเบิดมีความหวาดกลัวว่าพื้นที่อาจไม่สามารถมีพืชเติบโตได้อีกนาน การเห็นชีวิตกลับมาจึงไม่ใช่แค่เรื่องพฤกษศาสตร์ แต่มันกลายเป็นหลักฐานที่มองเห็นได้ว่าเมืองยังมีวันต่อไป

เมล็ดจากต้นไม้ผู้รอดชีวิตเหล่านี้ยังถูกนำไปปลูกในประเทศต่างๆ ทำให้ลูกหลานของต้นไม้จากฮิโรชิมากลายเป็นอนุสรณ์มีชีวิต ไม่ต้องสร้างรูปปั้นใหม่ ไม่ต้องเขียนข้อความยาว แค่ปล่อยให้ต้นไม้โตต่อไปทุกปี ความหมายก็ทำงานของมันเอง

นกกระเรียน สื่อถึงความปรารถนาและสันติภาพ

ต้นไม้ผู้รอดชีวิต สื่อถึงการฟื้นคืนและความต่อเนื่องของชีวิต

เปลวไฟ ผูกกับเป้าหมายการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์

โดมปรมาณู เก็บร่องรอยของความเสียหายไว้ให้เห็นจริง

ระฆังสันติภาพ เปิดให้ผู้มาเยือนมีส่วนร่วมผ่านการตีระฆังและอธิษฐานเพื่อสันติภาพ

 

เปลวไฟที่ตั้งใจให้ดับในสักวัน


ที่สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมามี เปลวไฟแห่งสันติภาพ จุดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1964 แนวคิดของมันกลับด้านกับอนุสรณ์ประเภทเปลวไฟนิรันดร์ทั่วไป เพราะความตั้งใจคือให้ไฟนี้ลุกอยู่จนกว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เหลืออยู่บนโลก

ฐานของเปลวไฟออกแบบโดยเคนโซ ทังเงะ ให้ชวนมองเป็นมือสองข้างที่ยื่นขึ้นสู่ท้องฟ้า และเชื่อมโยงกับผู้ประสบภัยที่ต้องการน้ำหลังเหตุระเบิด เพราะงั้นสิ่งที่ดูเรียบง่ายตรงกลางสวนจึงซ่อนทั้งความทรงจำของผู้เสียชีวิตและเงื่อนไขบางอย่างต่อคนในอนาคตเอาไว้พร้อมกัน

ส่วนสิ่งที่ฮิโรชิมาเลือกไม่สร้างใหม่ กลับดังที่สุด

โดมปรมาณู หรือเก็นบาคุโดม เป็นซากอาคารเดิมของหอส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมา ตัวอาคารอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการระเบิดมากและยังมีโครงสร้างบางส่วนตั้งอยู่ หลังสงครามเคยมีความเห็นว่าควรรื้อทิ้งเพราะมันทำให้ผู้คนย้อนกลับไปเจอความทรงจำเจ็บปวด แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับการอนุรักษ์ ปัจจุบันคืออนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมาและเป็นมรดกโลกของยูเนสโก

ตรงนี้น่าสนใจตรงที่ไม่มีการซ่อมให้กลับมาสวยเหมือนก่อนสงคราม ซากถูกเก็บไว้ในฐานะพยานทางกายภาพ คนเดินผ่านจึงเห็นช่องว่างระหว่างเมืองฮิโรชิมาสมัยใหม่กับโครงกระดูกอาคารจากปี 1945 อยู่ในสายตาเดียวกัน

และยังมีเสียงระฆัง


ระฆังสันติภาพฮิโรชิมาสร้างโดยช่างหล่อระฆัง มาซาฮิโกะ คาโตริ เสร็จในปี 1964 บนระฆังมีภาพแผนที่โลกที่ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดน เพื่อสื่อถึงมนุษย์ที่เชื่อมโยงกัน อีกด้านมีพื้นผิวคล้ายกระจกสำหรับสะท้อนผู้ที่กำลังตีระฆัง

บริเวณรอบระฆังมีดอกบัว ซึ่งไม่ได้เลือกมาเพราะความสวยเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมกับความทรงจำของผู้ประสบภัยที่ใช้ใบบัวช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากบาดแผลหลังการระเบิด ผู้มาเยือนสามารถตีระฆังได้ เสียงที่ดังออกไปจึงไม่ใช่เสียงจากอนุสรณ์ที่ตั้งนิ่งๆ แต่เกิดจากคนในปัจจุบันที่เดินเข้าไปมีส่วนร่วมกับความทรงจำนั้นด้วยตัวเอง

ฮิโรชิมาจึงมีทั้งสิ่งที่รอด สิ่งที่สร้างใหม่ และสิ่งที่ตั้งใจให้หายไปในอนาคต


ต้นแปะก๊วยต้องเติบโตต่อ นกกระเรียนถูกพับเพิ่มทุกปี โดมต้องได้รับการรักษาไว้ ระฆังต้องมีคนตี ส่วนเปลวไฟกลับถูกจุดขึ้นด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งมันจะไม่จำเป็นต้องลุกอีกต่อไป ความหมายของอนุสรณ์แต่ละชิ้นเลยไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว แต่มันพาความทรงจำของวันที่ 6 สิงหาคม 1945 เดินต่อไปพร้อมกับเมือง โดยไม่ปล่อยให้เรื่องของสงครามกลายเป็นแค่ตัวเลขในหนังสือประวัติศาสตร์

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 68 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเปิดแนวทางเลขเด็ด "มังกรเมรัย" เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา วันที่ 1 ตุลาคม 2569น้ำมันขึ้น-ลง แล้วกระทบเงินในกระเป๋าเราอย่างไร ? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้ามพื้นที่รัสเซียเทียบกับผิวดาวพลูโตตำแหน่งสุดขอบของอลาสกาบนโลกหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดเลขเด็ดตระกูลม้า "ม้าวิ่ง" ชน "ม้าสีหมอก" วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เลขชนสนั่นทั้งบนและล่างเปิดแนวทางเลข "แต๋วจ๋า พารวย" งวด 1 ตุลาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!พื้นที่รัสเซียเทียบกับผิวดาวพลูโตตำแหน่งสุดขอบของอลาสกาบนโลกดาวนิวตรอน 1 ช้อนชาหนักแค่ไหนกลิ่นที่ติดกลับมากับชุดนักบินอวกาศหลังเดินอวกาศปฏิทินจักรวาลบีบอายุ 13,800 ล้านปีเหลือ 1 ปีได้อย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมแอนน์ แฟรงก์กับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์จึงดูเหมือนอยู่คนละยุคธุรกิจสัตว์เลี้ยง (Pet Economy) ทำไมโตไม่หยุด?พื้นที่รัสเซียเทียบกับผิวดาวพลูโตตำแหน่งสุดขอบของอลาสกาบนโลก
ตั้งกระทู้ใหม่