หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก่อนออกเดินทาง คนแต่ละประเทศมีเคล็ดลับเรียกโชคแปลกต่างกันขนาดไหน

เขียนโดย evileyes

บางทริปเริ่มต้นก่อนออกจากบ้านเสียอีก



เวลาเดินทางไกล หลายคนเช็กพาสปอร์ต เงิน กระเป๋า และตั๋วให้ครบ แต่ในหลายพื้นที่ของโลกยังมีอีกอย่างที่ต้องจัดการ นั่นคือ โชคของการเดินทาง ฟังดูเป็นเรื่องเล่นๆ แต่ธรรมเนียมบางอย่างอยู่กับผู้คนมาหลายชั่วอายุคน และน่าสนใจตรงที่แต่ละแห่งมีวิธีรับมือกับความไม่แน่นอนต่างกันสุดขั้ว

กระเทียมไม่ได้มีไว้เข้าครัวอย่างเดียว

ในคติพื้นบ้านบางพื้นที่ของคาบสมุทรบอลข่านและยุโรปตอนใต้ กระเทียมถูกมองว่าเป็นของที่ช่วยป้องกันสิ่งไม่ดี จึงมีความเชื่อเกี่ยวกับการพกกระเทียมติดกระเป๋าระหว่างเดินทาง โดยโยงกับแนวคิดเก่าเรื่องการป้องกันพลังร้ายและสายตาชั่วร้ายหรือ Evil Eye

มองด้วยสายตาคนสมัยนี้อาจสงสัยว่ากระเทียมหนึ่งกลีบจะช่วยอะไรตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ แต่ถ้ามองในฐานะวัฒนธรรม มันทำหน้าที่คล้ายเครื่องรางชิ้นเล็กๆ ที่ทำให้เจ้าของรู้สึกว่ามีบางอย่างคอยคุ้มครองอยู่

บางแห่งส่งคนเดินทางด้วยเสียงเหมือนถ่มน้ำลาย

แถบสแกนดิเนเวียมีธรรมเนียมเกี่ยวกับเสียงเลียนแบบการถ่มน้ำลายเพื่อปัดเป่าโชคร้าย แนวคิดพื้นฐานคือการแสดงให้สิ่งชั่วร้ายเห็นว่าเจ้าตัวได้รับความโชคร้ายไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตามไปรบกวนอีก ฟังแล้วมีตรรกะแบบนิทานพื้นบ้านเต็มๆ แต่ก็สะท้อนวิธีคิดเรื่องการหลอกหรือเบี่ยงเบนสิ่งเหนือธรรมชาติที่พบได้ในหลายวัฒนธรรม

ก่อนออกจากบ้าน นั่งเงียบๆ บนกระเป๋าสักครู่

ธรรมเนียมที่พบในวัฒนธรรมสลาฟคือ ก่อนเริ่มเดินทาง สมาชิกในบ้านอาจนั่งลงเงียบๆ ชั่วครู่ บางครั้งก็นั่งบนหรือใกล้กระเป๋าเดินทาง เดิมทีเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการปัดเป่าสิ่งไม่ดี แต่พอมองแบบไม่ต้องพึ่งเรื่องเหนือธรรมชาติ พิธีเล็กๆ นี้กลับมีประโยชน์แบบง่ายมาก เพราะช่วงเงียบไม่กี่วินาทีเปิดโอกาสให้ทบทวนว่า พาสปอร์ตอยู่ไหม ปิดเตาหรือยัง ลืมกุญแจหรือเปล่า

นี่แหละจุดที่ความเชื่อเก่ากับพฤติกรรมที่ใช้งานได้จริงมาเจอกันพอดี

สาดน้ำตามหลัง เพื่อให้เส้นทางไหลลื่นเหมือนน้ำ

ในเซอร์เบียและบางพื้นที่ใกล้เคียง มีธรรมเนียมเทน้ำหรือสาดน้ำลงพื้นตามหลังผู้ที่กำลังออกเดินทาง น้ำถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความราบรื่นและการเคลื่อนไปข้างหน้า ความหมายประมาณว่า ขอให้การเดินทางไหลไปอย่างไม่มีสิ่งติดขัด

ภาพคนลากกระเป๋าออกจากบ้านแล้วมีคนในครอบครัวเทน้ำตามหลังจึงไม่ได้หมายถึงการไล่ แต่กลับเป็นคำอวยพรเสียด้วยซ้ำ

เลขต้องห้ามก็ไม่เหมือนกัน

นี่เป็นเรื่องที่นักเดินทางเห็นได้จริงโดยไม่ต้องเชื่อเรื่องโชคลางเลย บางอาคารหรือระบบหมายเลขหลีกเลี่ยงเลขบางตัวตามวัฒนธรรมท้องถิ่น

13 มีชื่อเสียงเรื่องความโชคร้ายในวัฒนธรรมตะวันตกหลายแห่ง

4 ถูกหลีกเลี่ยงในบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออก เพราะเสียงของเลขสี่ในบางภาษาคล้ายคำที่หมายถึงความตาย

17 มีภาพลักษณ์ไม่เป็นมงคลในอิตาลี โดยมีคำอธิบายที่เชื่อมกับเลขโรมัน XVII ซึ่งสามารถสลับเป็น VIXI คำละตินที่มีความหมายในทำนองว่าเคยมีชีวิตอยู่แล้ว หรือชีวิตสิ้นสุดลง


ผลคือบางโรงแรมหรือสายการบินอาจข้ามหมายเลขที่ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งรู้สึกไม่สบายใจ แม้แน่นอนว่าหมายเลขแถวไม่ได้เปลี่ยนหลักฟิสิกส์ของเครื่องบินเลย

แขกออกจากบ้านแล้ว อย่าเพิ่งจับไม้กวาด

ความเชื่อพื้นบ้านของบัลแกเรียบางแบบเตือนว่าไม่ควรกวาดบ้านทันทีหลังคนออกเดินทาง เพราะเปรียบเหมือนการกวาดโชคดีของคนนั้นออกไปด้วย ภาพของไม้กวาดจึงไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์ทำความสะอาด แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการขจัดบางสิ่งออกจากพื้นที่

แล้วการแตะตัวเครื่องบินก่อนขึ้นล่ะ?

นักเดินทางจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมแตะผิวเครื่องบินตอนกำลังขึ้นเครื่อง บางคนทำเพื่อโชคดี บางคนทำจนเป็นนิสัย และบางคนอาจรู้สึกสงบขึ้นเมื่อได้สัมผัสสิ่งที่กำลังจะพาตัวเองขึ้นฟ้า พฤติกรรมแบบนี้น่าสนใจในทางจิตวิทยา เพราะพิธีกรรมเล็กๆ สามารถสร้างความรู้สึกว่าตัวเองยังควบคุมสถานการณ์ได้บ้าง ทั้งที่ความปลอดภัยจริงๆ ขึ้นอยู่กับระบบการบิน การบำรุงรักษา ลูกเรือ และมาตรฐานปฏิบัติการ ไม่ใช่การแตะลำตัวเครื่องบิน

วันศุกร์ก็เคยเป็นวันที่นักเดินทางไม่อยากออกเดินทาง

ในประวัติศาสตร์ยุโรป ความเชื่อเกี่ยวกับวันศุกร์ได้รับอิทธิพลจากคริสต์ศาสนา เนื่องจากวันศุกร์เชื่อมโยงกับวันที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน ขณะเดียวกันโลกของนักเดินเรือก็มีธรรมเนียมเกี่ยวกับวันที่เหมาะหรือไม่เหมาะแก่การออกเรือ ความคิดเรื่องวันเดินทางจึงค่อยๆ เปลี่ยนรูปตามเทคโนโลยี จากเรือ รถไฟ จนถึงเครื่องบิน

สิ่งที่เหมือนกันไม่ใช่พิธี แต่คือความไม่แน่นอน


ลองวางกระเทียม การสาดน้ำ การนั่งเงียบๆ เลขต้องห้าม ไม้กวาด และการแตะเครื่องบินไว้ข้างกัน จะเห็นว่าทุกอย่างตอบโจทย์คล้ายกันมาก นั่นคือมนุษย์ไม่ค่อยชอบสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้

การเดินทางในอดีตยิ่งเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งสภาพอากาศ โรคภัย อุบัติเหตุ โจร เส้นทางที่ไม่แน่นอน และการติดต่อสื่อสารที่จำกัด พิธีกรรมจึงช่วยเปลี่ยนความกังวลที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นการกระทำง่ายๆ สักอย่าง ถึงไม่มีหลักฐานว่าพิธีเหล่านี้เปลี่ยนความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ แต่ในแง่วัฒนธรรม มันเผยให้เห็นวิธีที่ผู้คนสร้างความสบายใจเมื่อต้องก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย

คราวหน้าเวลาเห็นใครนั่งนิ่งก่อนออกจากบ้าน พกของแปลกๆ ในกระเป๋า หรือแตะเครื่องบินเบาๆ อาจไม่ต้องรีบมองว่าไร้เหตุผล เพราะเบื้องหลังท่าทางไม่กี่วินาทีนั้น บางทีมีประวัติศาสตร์ ความเชื่อของครอบครัว และความกลัวต่อการเดินทางซ่อนอยู่เป็นร้อยปี

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 59 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายจังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทยเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIเรือเฟอร์รี่บรรทุกผู้โดยสาร 267 คนพลิกคว่ำกลางทะเลไซปรัสเหนือ ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพและพยายามเอาชีวิตรอดจังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุดสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งเปิด 7 อำเภอที่ภูเขาสวยที่สุดในไทย วิวอลังการไม่แพ้ต่างประเทศ มีที่ไหนบ้าง?หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทยจังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทยต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุดทำไมชายแดนใต้จึงยังไม่สงบ5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีหญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
คาลิกูลาเก็บเปลือกหอยเป็นของกลางกองทัพออสเตรเลียใช้ปืนกลรับมือฝูงนกอีมูในปี 1932สนุกเกอร์เริ่มต้นจากเกมของทหารอังกฤษในอินเดียหมูกรอบกรอบนอกนุ่มใน ทำยังไงให้ไม่แห้ง
ตั้งกระทู้ใหม่