หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจอแค่กระดูก แล้วนักวิทยาศาสตร์รู้หน้าตาไดโนเสาร์ได้อย่างไรกันแน่

เขียนโดย evileyes

ภาพไดโนเสาร์ที่เห็นกันทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดจากการเดาสุ่มแล้วเติมเนื้อใส่กระดูก


ฟอสซิลหนึ่งชิ้นอาจดูเหมือนก้อนหินธรรมดา แต่สำหรับนักบรรพชีวินวิทยา มันเก็บข้อมูลไว้เยอะมาก ตั้งแต่รูปร่างกระดูก จุดเกาะของกล้ามเนื้อ รอยผิวหนัง ขน เกล็ด ไปจนถึงร่องรอยการเดินและอาหารที่เคยกิน เพียงแต่หลักฐานแต่ละชนิดให้ความมั่นใจไม่เท่ากัน

อย่างแรกที่ค่อนข้างมั่นใจได้มากคือโครงกระดูก
กระดูกมีข้อต่อ มีพื้นผิวรับแรง และมีตำแหน่งที่สัมพันธ์กันตามกายวิภาค ถ้าเจอโครงเกือบครบ การต่อกลับจึงไม่ใช่การเอาชิ้นไหนไปวางตรงไหนก็ได้ กระดูกต้นขาต้องเข้ากับสะโพก กระดูกแขนต้องสัมพันธ์กับหัวไหล่ กระดูกสันหลังแต่ละช่วงก็มีรูปทรงต่างกัน ถ้าชิ้นส่วนขาดหาย นักวิจัยจะเปรียบเทียบกับตัวอย่างชนิดเดียวกัน ตัวใกล้เคียง และสัตว์ที่มีความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ

ตรงนี้เองที่ทำให้ภาพไดโนเสาร์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อมีฟอสซิลใหม่ เมื่อก่อนสัตว์บางชนิดถูกวาดให้ยืนหลังเกือบตั้งตรง ลากหางอยู่กับพื้น ต่อมาหลักฐานด้านกายวิภาคและชีวกลศาสตร์ทำให้ท่าทางถูกปรับใหม่ หางกลายเป็นส่วนช่วยถ่วงสมดุล ลำตัวและกระดูกสันหลังถูกจัดตามมุมที่สมเหตุสมผลกว่าเดิม

แล้วเนื้อที่หุ้มกระดูกมาจากไหน


กระดูกไม่ได้เรียบเหมือนพลาสติกทุกจุด บางตำแหน่งมีสัน รอยขรุขระ หรือปุ่มที่สัมพันธ์กับกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน นักวิจัยจึงใช้ตำแหน่งเหล่านี้ประกอบการสร้างกล้ามเนื้อกลับขึ้นมา และยังเทียบกับญาติที่มีชีวิตอยู่ เช่น นกและจระเข้ เพื่อประเมินว่ากล้ามเนื้อชุดไหนน่าจะมีอยู่และเกาะตรงไหน

วิธีนี้ไม่ได้แปลว่ารู้ความหนาของกล้ามเนื้อทุกมัดแบบเป๊ะๆ บางส่วนมีหลักฐานตรง บางส่วนเป็นข้ออนุมานที่มีระดับความมั่นใจต่างกัน งานสร้างภาพที่ดีจึงควรแยกให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่ฟอสซิลบอกตรงๆ และอะไรคือช่องว่างที่ต้องอาศัยการเปรียบเทียบ

ส่วนผิวหนังไม่จำเป็นต้องเดาเสมอไป
มีไดโนเสาร์หลายตัวที่เก็บรอยผิวหนังไว้ในชั้นหิน บางตัวเห็นลวดลายของเกล็ด บางแหล่งเก็บรายละเอียดของเนื้อเยื่อได้ละเอียดมาก และฟอสซิลไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอดจำนวนหนึ่งก็มีหลักฐานของโครงสร้างคล้ายเส้นใยหรือขนจริงๆ จนภาพจำแบบไดโนเสาร์ทุกตัวมีแต่เกล็ดล้วนๆ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

กระดูก บอกสัดส่วน ข้อต่อ และโครงสร้างพื้นฐาน

รอยเกาะกล้ามเนื้อ ช่วยประมาณตำแหน่งกล้ามเนื้อและเอ็น

รอยผิวหนัง บอกลักษณะผิวในบริเวณที่เก็บรักษาได้

ฟอสซิลขน บอกได้ว่าบางกลุ่มมีโครงสร้างปกคลุมแบบใด

รอยเท้า ช่วยศึกษาการเดิน ความเร็วโดยประมาณ และพฤติกรรมบางอย่าง

มูลฟอสซิล อาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและระบบนิเวศ

 

เรื่องสีคือส่วนที่น่าสนใจมาก


หลายสิบปีก่อน สีของไดโนเสาร์แทบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของศิลปิน จะเขียว น้ำตาล หรือเทาก็อาศัยการคาดเดาจากสัตว์สมัยใหม่เป็นหลัก แต่ฟอสซิลที่เก็บเนื้อเยื่อหรือขนได้ดีมากบางชิ้นมีโครงสร้างจิ๋วที่เรียกว่า เมลาโนโซม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเม็ดสีเมลานิน นักวิจัยสามารถศึกษารูปร่างและการกระจายของโครงสร้างเหล่านี้ แล้วเปรียบเทียบกับสัตว์ปัจจุบันเพื่อประมาณสีหรือลวดลายบางแบบได้

ตัวอย่างที่ศึกษาละเอียดอย่าง Psittacosaurus มีหลักฐานสนับสนุนว่าด้านบนของลำตัวเข้มกว่าด้านล่าง ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบในสัตว์ปัจจุบันหลายชนิดและอาจช่วยเรื่องการพรางตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้รู้สีของไดโนเสาร์ทุกชนิดแล้ว ฟอสซิลที่เก็บข้อมูลระดับนี้ได้มีน้อยมาก โดยเฉพาะสัตว์ที่เหลือเพียงกระดูกกับฟัน สีผิวก็ยังเปิดกว้างอยู่มาก

ภาพวาดจึงมีทั้งวิทยาศาสตร์และพื้นที่ว่าง


รายละเอียดอย่างขนาดตา ความหนาของไขมัน รูปร่างริมฝีปาก ลักษณะผิวบางส่วน หรือสีในชนิดที่ไม่มีหลักฐานโดยตรง ยังมีการถกเถียงกันได้ การสร้างไดโนเสาร์หนึ่งตัวจึงคล้ายการทำแบบจำลองจากข้อมูลจำนวนมาก ไม่ใช่การค้นพบภาพถ่ายจากอดีต

ยิ่งมีเทคโนโลยีใหม่ ข้อมูลก็ยิ่งเพิ่ม เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่วยมองโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ กล้องจุลทรรศน์ช่วยดูรายละเอียดเล็กระดับเซลล์ การสร้างโมเดลสามมิติช่วยทดสอบช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ส่วนชีวกลศาสตร์ช่วยตรวจว่าท่าที่สร้างขึ้นรับน้ำหนักหรือเคลื่อนที่ได้สมเหตุสมผลแค่ไหน

ที่สนุกคือ นกยังเป็นไดโนเสาร์กลุ่มหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์นี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีตัวเปรียบเทียบที่สำคัญมากทั้งเรื่องโครงกระดูก ระบบหายใจ การเติบโต ขน และการเคลื่อนไหว ขณะเดียวกันจระเข้ก็เป็นญาติที่มีชีวิตอีกสายหนึ่งของกลุ่มอาร์โคซอร์ การเปรียบเทียบสองฝั่งช่วยลดการเดาในรายละเอียดของสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วได้มาก

เพราะงั้นเวลาเห็นภาพไดโนเสาร์จากหนัง พิพิธภัณฑ์ หรือภาพวาดทางวิทยาศาสตร์ สิ่งที่เห็นไม่ควรถูกมองว่าเป็นหน้าตาที่พิสูจน์แล้วทุกตารางเซนติเมตร ส่วนโครงสร้างหลักบางอย่างมีหลักฐานแข็งแรงมาก ส่วนรายละเอียดอีกหลายจุดยังพร้อมเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อมีกระดูก รอยผิวหนัง หรือฟอสซิลชิ้นใหม่โผล่ขึ้นมาจากชั้นหิน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ป่าหิมพานต์อยู่ที่ไหน? คำตอบไม่ได้อยู่บนแผนที่ แต่ซ่อนอยู่ในจักรวาลคติของคนโบราณส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคมเสียงแรกของโลกที่มนุษย์บันทึกไว้คืออะไร? ย้อนฟังเสียงจากปี 1860ทำไมคนไทยไม่นิยมเอาคำบางคำมาตั้งชื่อลูก? เบื้องหลังชื่อที่ “ฟังแล้วไม่อยากใช้”รูเล็กๆ ที่หน้ากล้องวงจรปิด เคยสังเกตกันไหมมีไว้ทำไมจังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยเลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้สีเสื้อประจำวันมาจากไหน? ทำไมวันจันทร์ต้องสีเหลือง วันอังคารต้องสีชมพูพืชกินทองคำมีจริง! ต้นไม้ออสเตรเลียที่ดูด 'ทองคำ' ขึ้นมาไว้บนใบเลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"แอร์ไม่เย็น... อย่าเพิ่งโทษน้ำยา! ความลับที่ช่างแอร์(บางคน) ไม่เคยบอกคุณ"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
“สัตว์สงวน” กับ “สัตว์คุ้มครอง” ต่างกันอย่างไร? หลายคนยังเข้าใจผิดว่าเป็นคำเดียวกัน10 โรคที่ข้าราชการไทยเป็นกันเยอะบ้านสาวโสดในลาว ธรรมเนียมหาคู่ของบางชุมชน ที่มีขอบเขตชัดกว่าคำเล่าปากต่อปากเจนวายอยากบอกเบบี้บูมเมอร์ เรื่องที่คนต่างวัยมักเข้าใจกันผิด
ตั้งกระทู้ใหม่