AI รู้จักคนไทยแค่ไหน เมื่อข้อมูลพฤติกรรมกลายเป็นอำนาจเหนือการตัดสินใจ
AI ไม่ได้อ่านใจ แต่ข้อมูลที่ทิ้งไว้ทุกวันทำให้มันเดาใจเก่งขึ้นเรื่อยๆ
ลองนึกถึงวันธรรมดาวันหนึ่ง เปิดมือถือเช็กข่าว ค้นหาร้านอาหาร ดูคลิปไม่กี่วินาทีแล้วปัดผ่าน กดหยุดดูบางเรื่องนานเป็นพิเศษ ซื้อของออนไลน์ตอนดึก หรือค้นหาคำเดิมซ้ำหลายครั้ง สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่สำหรับระบบดิจิทัลมันคือร่องรอยพฤติกรรมจำนวนมหาศาล
ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่า AI รู้ชื่อหรือเลขบัตรประชาชนมากแค่ไหน แต่คือมันสามารถเรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมได้ละเอียดแค่ไหน
หน่วยงานรัฐอาจมีข้อมูลทะเบียนราษฎร ภาษี รถยนต์ ที่ดิน หรือสิทธิสวัสดิการตามอำนาจหน้าที่ ส่วนแพลตฟอร์มเอกชนบางแห่งอาจมีข้อมูลอีกแบบ เช่น สิ่งที่ค้นหา เนื้อหาที่หยุดดู เวลาที่ออนไลน์ สินค้าที่สนใจ ตำแหน่งโดยประมาณจากการใช้งาน หรือความสัมพันธ์ระหว่างบัญชี ทั้งสองฝั่งจึงมีข้อมูลคนละชนิด จะพูดเหมารวมว่า AI รู้จักคนไทยมากกว่ารัฐบาลทั้งหมดไม่ได้ แต่ระบบที่เห็นพฤติกรรมแบบละเอียดและต่อเนื่องอาจเข้าใจความสนใจเฉพาะช่วงเวลาได้ดีมาก
ข้อมูลพฤติกรรมมีค่าตรงที่มันบอกว่า คนกำลังสนใจอะไร ก่อนเจ้าตัวจะลงมือทำอะไรบางอย่าง
ระบบแนะนำไม่ได้จำเป็นต้องรู้ว่าใครกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว แค่ประเมินว่าเนื้อหาแบบไหนมีโอกาสทำให้หยุดดู คลิก ซื้อ แชร์ หรือกลับมาใช้งานอีกก็เพียงพอแล้ว เมื่อทำซ้ำกับคนจำนวนมาก ระบบจะพบรูปแบบที่สายตามนุษย์มองไม่เห็นง่ายๆ
แล้วคำว่า ล้างสมอง จริงแค่ไหน
ถ้าหมายถึง AI สามารถบังคับให้ใครเชื่ออะไรก็ได้แบบกดปุ่มเดียว คำตอบคือไม่ใช่ มนุษย์ไม่ได้ตอบสนองเหมือนกันทุกคน ความเชื่อเดิม ครอบครัว การศึกษา ประสบการณ์ และสังคมรอบตัวมีผลทั้งหมด
แต่ถ้าหมายถึง การค่อยๆ จัดสภาพแวดล้อมข้อมูลให้คนเห็นบางเรื่องมากกว่าบางเรื่อง ตรงนี้เป็นประเด็นที่นักวิชาการและหน่วยงานกำกับดูแลสนใจจริง เพราะระบบจัดอันดับสามารถกำหนดว่าอะไรขึ้นมาก่อน อะไรหายไปด้านล่าง และอะไรถูกเสนอซ้ำหลายครั้ง สิ่งที่เห็นบ่อยไม่ได้กลายเป็นความจริงโดยอัตโนมัติ แต่มันอาจมีผลต่อความคุ้นเคย ความสนใจ และกรอบที่ใช้มองเรื่องหนึ่งได้
อำนาจแบบใหม่จึงไม่จำเป็นต้องสั่งว่า ให้เชื่อสิ่งนี้ แค่เลือกว่าจะให้เห็นอะไรบ่อยแค่ไหนก็มีความหมายแล้ว
UNESCO ถึงระบุเรื่องความเป็นส่วนตัว การคุ้มครองข้อมูล ความโปร่งใส การกำกับโดยมนุษย์ และผลของ AI ต่อการคิดและการตัดสินใจไว้ในกรอบจริยธรรมระดับสากล ขณะที่ NIST ก็จัดการจัดการความเสี่ยงของ AI เป็นเรื่องระดับองค์กรและสังคม ไม่ได้มองแค่ความแม่นของโมเดลอย่างเดียว
เรื่องที่น่าจับตากว่าคำว่า AI ฉลาดแค่ไหน คือข้อมูลอยู่กับใคร
• ใครเป็นคนเก็บ ข้อมูลการค้นหา การคลิก การซื้อ หรือประวัติการสนทนา
• เก็บเพื่ออะไร ใช้ให้บริการ วิเคราะห์โฆษณา ฝึกระบบ หรือวัตถุประสงค์อื่น
• เชื่อมข้อมูลกันได้แค่ไหน ข้อมูลเล็กๆ หลายชุดเมื่อรวมกันอาจสร้างภาพพฤติกรรมที่ละเอียดขึ้น
• เจ้าของข้อมูลควบคุมอะไรได้บ้าง เช่น ขอเข้าถึง แก้ไข ลบ หรือคัดค้านตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประเทศไทยมี PDPA เป็นกลไกสำคัญเรื่องการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล แต่โจทย์ของยุค AI ไม่ได้หยุดตรงการทำเอกสารยินยอม เพราะระบบอาจสร้างข้อสรุปใหม่จากข้อมูลเดิมได้ เช่น ประเมินความสนใจ จัดกลุ่มผู้ใช้ หรือคาดการณ์พฤติกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่การกำกับดูแลต้องตามให้ทัน
ประเทศที่มีข้อมูล แต่ไม่มีความสามารถวิเคราะห์ข้อมูล อาจไม่ได้ถืออำนาจจากข้อมูลนั้นเต็มที่
ตรงนี้เชื่อมกับคำว่าอธิปไตยข้อมูลโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องเก็บไว้โดยรัฐ แต่หมายถึงประเทศต้องมีความสามารถกำหนดกติกา ปกป้องสิทธิประชาชน ตรวจสอบการใช้ข้อมูล และมีคนกับโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าใจเทคโนโลยีพอจะต่อรองกับผู้ให้บริการระดับโลกได้
ฝั่งคนใช้เองก็มีทางลดร่องรอยได้พอสมควร เช่น ตรวจสิทธิ์แอป ปิดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็น แยกบัญชีสำหรับกิจกรรมบางประเภท ลบประวัติเป็นระยะ อ่านการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และอย่าใส่ข้อมูลละเอียดอ่อนลงในบริการ AI โดยไม่รู้ว่าข้อมูลนั้นถูกจัดการอย่างไร
สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่ภาพหุ่นยนต์ลุกขึ้นควบคุมมนุษย์ แต่เป็นโลกธรรมดาที่ระบบค่อยๆ รู้ว่าอะไรทำให้แต่ละคนหยุดดู คลิก เชื่อ ซื้อ หรือโกรธ แล้วใช้ความรู้นั้นได้แม่นขึ้นทุกวัน
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
นักวิทยาศาสตร์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างไวรัสใหม่ 16 ชนิด "ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาได้" แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงที่สำคัญ
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
เปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-87
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
เกมที่แพงที่สุดในโลกอาจไม่ใช่ GTA 6? เปิดตัวเลขมหาศาลของวงการเกม
โรงเรียนแห่งแรกของโลกอยู่ที่ไหน? ย้อนกลับไป 4,500 ปีก่อนในดินแดนเมโสโปเตเมีย
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน
แฟนบอลกว่า 2,000 คนแห่กันไปที่มาเดรา ประเทศโปรตุเกส ด้วยความเข้าใจผิดว่า คริสเตียโน โรนัลโด และ จอร์จินา โรดริเกซ จะเข้าพิธีแต่งงานกันที่มหาวิหารฟุงชาล
ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณ
10 เรื่องที่สมองของเราทำทุกวัน โดยที่เราไม่เคยรู้ตัว
เจ้าแม่ตะเคียนมาแล้ว! งวด 16 ส.ค. 69 เปิดเลขเด่น 1 รอง 0 ส่องชุด 2-3 ตัวให้ครบ
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน
นักวิทยาศาสตร์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างไวรัสใหม่ 16 ชนิด "ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาได้" แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงที่สำคัญ
10 เรื่องที่สมองของเราทำทุกวัน โดยที่เราไม่เคยรู้ตัว
อิหร่านเคยมีพุทธศาสนาแค่ไหน และปริศนาถิ่นกำเนิดของพระโพธิธรรม
เที่ยวลาวให้ถูก นครหลวงเวียงจันทน์กับแขวงเวียงจันทร์ต่างกันยังไงทำไมมีชื่อเหมือนกัน
เสียงโห่เอไอกลางงานรับปริญญาอเมริกา เมื่อคนรุ่นใหม่กังวลว่างานแรกและอนาคตอาชีพกำลังเปลี่ยนเร็ว
AI กำลังเปลี่ยนฐานเศรษฐกิจไทย งาน รายได้ และธุรกิจต้องปรับตรงไหน
เอไอจีนยังเป็นแค่ของเลียนแบบไหม เมื่อคิมิ เคสาม เปลี่ยนโจทย์การแข่งขันโลก
โนเกียจากมือถือในความทรงจำ สู่ธุรกิจเครือข่ายปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังโตแรงในยุคดาต้าเซ็นเตอร์