ทำไมหนังยุคนี้ถึงรู้สึกไม่สนุกเท่าหนังเมื่อก่อน ทั้งที่เทคนิคดีขึ้นและมีตัวเลือกมากขึ้นทุกปี
หนังใหม่แย่ลงจริง หรือความรู้สึกของคนดูเปลี่ยนไปแล้ว?
มีประโยคหนึ่งที่ได้ยินบ่อยมากเวลาเปิดหนังใหม่แล้วดูไปครึ่งเรื่องก็เริ่มหยิบมือถือขึ้นมา คือ “หนังสมัยก่อนสนุกกว่าเยอะ” ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องรสนิยมล้วนๆ แต่พอแกะออกทีละชั้น จะพบว่ามันมีทั้งเรื่องความทรงจำ อายุของคนดู วิธีทำธุรกิจหนัง และวิธีที่แพลตฟอร์มสตรีมมิงเปลี่ยนพฤติกรรมการดูไปพร้อมกัน
หนังเก่าที่จำได้ มักเป็นหนังที่รอดจากการถูกลืมแล้ว
ลองนึกถึงหนังเมื่อ 15 หรือ 20 ปีก่อน สิ่งที่ยังถูกหยิบมาพูดวันนี้มักเป็นเรื่องดัง เรื่องดี หรือเรื่องที่มีฉากจำติดหัว ส่วนหนังธรรมดา หนังพัง และหนังที่ดูจบแล้วลืม มีอยู่เยอะเหมือนกัน เพียงแต่มันหลุดออกจากความทรงจำไปนานแล้ว พอเอา “หนังใหม่ทุกเรื่องที่กำลังฉาย” ไปเทียบกับ “หนังเก่าที่ผ่านการคัดด้วยกาลเวลามาแล้ว” ฝั่งอดีตจึงได้เปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มเทียบ
ความทรงจำก็ไม่ได้เก็บอดีตแบบกล้องวงจรปิด งานด้านจิตวิทยาพบว่าความทรงจำเชิงบวกสามารถคงอยู่และถูกเรียกกลับมาในแบบที่ช่วยสร้างอารมณ์อบอุ่นได้ ส่วนความรู้สึกโหยหาอดีตยังเชื่อมกับความผูกพันทางสังคมและความหมายส่วนตัวด้วย หนังเรื่องเดิมจึงไม่ได้พากลับไปแค่เนื้อเรื่อง แต่มันอาจพากลับไปถึงช่วงปิดเทอม เพื่อนกลุ่มเดิม โรงหนังที่เคยไป หรือช่วงชีวิตที่ภาระยังไม่เยอะ ความสนุกของหนังเลยปนกับความสนุกของชีวิตตอนนั้นโดยไม่รู้ตัว
ความแปลกใหม่มีอายุใช้งาน
ตอนเด็กหรือวัยรุ่น การเจอพล็อตสลับร่าง โลกคู่ขนาน ซอมบี้ ฮีโร่เดินทางข้ามเวลา หรือเกมโลกเปิดครั้งแรก มันสดมาก แต่พอดูหนัง เล่นเกม และดูซีรีส์มาหลายร้อยเรื่อง สมองเริ่มมีคลังเปรียบเทียบขนาดใหญ่ ฉากที่คนเพิ่งเริ่มดูหนังอาจรู้สึกว้าว คนที่ผ่านสูตรคล้ายกันมาแล้วสิบครั้งจะเดาทางได้เร็วขึ้น นี่ไม่ได้แปลว่างานใหม่ขี้เกียจเสมอไป แค่ระดับความสดใหม่ของคนดูแต่ละคนไม่เท่ากันแล้ว
ตรงนี้ทำให้เกิดภาพประหลาด หนังเรื่องเดียวกันอาจถูกวัยหนึ่งมองว่าซ้ำ แต่อีกวัยกลับรู้สึกสดใหม่เต็มที่ เพราะประสบการณ์สะสมคนละชุด การบอกว่าหนังยุคหนึ่งสนุกกว่าอีกยุคแบบฟันธงจึงยากมาก ถ้าไม่แยกก่อนว่ากำลังวัดคุณภาพงาน หรือกำลังวัดความรู้สึกของคนดูที่โตขึ้น
ฝั่งสตูดิโอก็มีเหตุผลให้เล่นเกมปลอดภัยขึ้น
หนังฟอร์มใหญ่ใช้เงินสูงและต้องขายได้หลายประเทศ ชื่อที่คนรู้จักอยู่แล้วจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการตลาดได้ เห็นได้จากตารางรายได้ภาพยนตร์สหรัฐปี 2024 ที่หัวแถวเต็มไปด้วยภาคต่อและงานที่ต่อยอดจากชื่อเดิม เช่น อินไซด์ เอาต์ 2, เดดพูล แอนด์ วูล์ฟเวอรีน, โมอานา 2, มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด 4, บีเทิลจูซ บีเทิลจูซ และดูน ภาคสอง ส่วนวิคเค็ดก็มาจากผลงานที่มีฐานผู้ชมเดิมอยู่แล้ว
นี่ไม่ได้แปลว่า “ภาคต่อเท่ากับไม่สร้างสรรค์” เพราะภาคต่อดีๆ มีเยอะมาก ประเด็นอยู่ที่ระบบธุรกิจมีแรงจูงใจให้เงินก้อนใหญ่ไหลไปหาของที่พิสูจน์ชื่อมาแล้วมากกว่าไอเดียที่ต้องเริ่มสร้างฐานผู้ชมจากศูนย์ ผลคือคนดูที่ตามหนังตลาดกว้างอาจรู้สึกว่าเห็นจักรวาลเดิม ตัวละครเดิม และโครงสร้างคุ้นๆ บ่อยขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ไม่ได้มีหนังน้อยลง แต่มีของให้ดูเยอะจนความพิเศษเจือจาง
รายงานของสมาคมภาพยนตร์สหรัฐระบุว่าในปี 2021 มีภาพยนตร์สร้างใหม่ที่ออกเฉพาะบริการออนไลน์ในสหรัฐ 179 เรื่อง เพิ่มขึ้นมากกว่า 90% จากปี 2017 นี่ยังไม่นับซีรีส์จำนวนมหาศาลและเนื้อหาจากแพลตฟอร์มอื่นที่แย่งเวลาคนดูพร้อมกัน เมื่อของใหม่มาทุกสัปดาห์ ความรู้สึกแบบ “รอหนังเรื่องนี้ทั้งปี” ย่อมเกิดยากกว่าสมัยที่ตัวเลือกมีจำกัด
พฤติกรรมการดูก็เปลี่ยน จากโรงมืดที่มีจอเดียวและปิดทางหนีเกือบหมด กลายเป็นทีวี มือถือ แท็บเล็ต พร้อมปุ่มหยุด แชต แจ้งเตือน และคลิปสั้นอยู่ข้างๆ หนังที่เดินเรื่องช้าจึงเสียเปรียบกว่าเดิม เพราะคู่แข่งไม่ได้มีแค่หนังเรื่องอื่น แต่คือทุกอย่างบนหน้าจอเดียวกัน
แล้วหนังยุคนี้ไม่สนุกจริงไหม?
ตอบได้ว่า “บางส่วนจริง แต่ไม่ทั้งหมด” ระบบทุนทำให้ผลงานตลาดกว้างจำนวนมากพึ่งชื่อเดิมจริง ขณะเดียวกันคนดูก็มีประสบการณ์มากขึ้น ความแปลกใหม่ลดลง และความทรงจำคัดหนังเก่าที่ดีที่สุดไว้ให้เห็นเด่นกว่าหนังเก่าที่เคยแย่
• อยากทดสอบความรู้สึกนี้ง่ายๆ ลองสุ่มดูหนังทำเงินระดับกลางจากปีเก่าๆ ที่ไม่เคยได้ยินชื่อ แทนการหยิบแต่หนังคลาสสิกมาชนกับหนังใหม่
• ลองดูหนังใหม่แบบปิดแจ้งเตือนและไม่เล่นมือถือสักหนึ่งเรื่อง ความรู้สึกต่อจังหวะหนังอาจเปลี่ยนชัดเจน
• ออกจากหน้าหลักของแพลตฟอร์มบ้าง แล้วหาเทศกาล หนังต่างประเทศ หนังทุนต่ำ หรือผู้กำกับหน้าใหม่ เพราะงานแปลกไม่ได้หายไป แค่มักไม่ได้อยู่บนชั้นที่ถูกดันแรงที่สุด
บางทีสิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่ “ยุคทองของหนัง” อย่างเดียว แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่ทุกเรื่องยังดูใหม่สำหรับคนดู และนั่นเป็นของที่ต่อให้เทคนิคภาพดีขึ้นแค่ไหนก็สร้างซ้ำได้ยาก
นักวิทยาศาสตร์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างไวรัสใหม่ 16 ชนิด "ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาได้" แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงที่สำคัญ
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
แฟนบอลกว่า 2,000 คนแห่กันไปที่มาเดรา ประเทศโปรตุเกส ด้วยความเข้าใจผิดว่า คริสเตียโน โรนัลโด และ จอร์จินา โรดริเกซ จะเข้าพิธีแต่งงานกันที่มหาวิหารฟุงชาล
เกมที่แพงที่สุดในโลกอาจไม่ใช่ GTA 6? เปิดตัวเลขมหาศาลของวงการเกม
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
เปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-87
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน
5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69
ส่องเลข 'วิ่งตาม' เลขท้ายงวดก่อน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาความสัมพันธ์ผสมการคำนวณและสัญญาณ
เจ้าแม่ตะเคียนมาแล้ว! งวด 16 ส.ค. 69 เปิดเลขเด่น 1 รอง 0 ส่องชุด 2-3 ตัวให้ครบ
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
งานหนังสือครั้งแรกของโลกจัดขึ้นที่ไหน? ย้อนกลับไปถึงแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อกว่า 500 ปีก่อน
นักวิทยาศาสตร์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างไวรัสใหม่ 16 ชนิด "ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคดื้อยาได้" แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงความเสี่ยงที่สำคัญ
10 เรื่องที่สมองของเราทำทุกวัน โดยที่เราไม่เคยรู้ตัว
อิหร่านเคยมีพุทธศาสนาแค่ไหน และปริศนาถิ่นกำเนิดของพระโพธิธรรม
เที่ยวลาวให้ถูก นครหลวงเวียงจันทน์กับแขวงเวียงจันทร์ต่างกันยังไงทำไมมีชื่อเหมือนกัน
AI รู้จักคนไทยแค่ไหน เมื่อข้อมูลพฤติกรรมกลายเป็นอำนาจเหนือการตัดสินใจ
เป็นเรื่องอีกแล้ว! เมื่อลูกสาวชาวไทยเล่นใหญ่ หยิบเพลง Muse ขึ้นเวที AGT
ชีวิตของ มิเรียม ริเวรา หลังรายการเดต เมื่อชื่อเสียงไม่ได้จบพร้อมตอนสุดท้าย
หาก "โนบิตะ" ตัวละครเอกจากโดราเอมอน ถูกส่งไปอยู่ในโลกของซีรีส์ "มัธยมซอมบี้" (All of Us Are Dead) ในโรงเรียนมัธยมฮโยซัน
แนะนำซีรีจีนสนุกย้อนยุค บุหงาซ่อนคม (Blossom of Power)