รีวิวแกะกล่อง CLASH OF THE TITANS สงครามมหาเทพประจัญบาน
ตำนานระหว่างคนปะทะเทพ มีอยู่มากมายหลายเรื่อง หนึ่งในตำนานที่ครีเอเตอร์ชื่นชอบและเป็นที่จดจำคือ CLASH OF THE TITANS (2010) สงครามมหาเทพประจัญบาน เรื่องราวเกี่ยวกับคนที่ไม่ทนต่อเทพที่ไม่สนความเป็นอยู่ของผู้คน นอกจากจะไม่ช่วยให้ดินฟ้าอากาศเอื้อต่อความเป็นอยู่แล้ว ยังซ้ำเติมด้วยการดูแคลน การต่อต้านเทพเจ้าจึงอุบัติขึ้น
เรื่องย่อ
เรื่องราวของเพอร์ซีอุส บุตรชายแห่งซุส ซึ่งเป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ ไม่ได้มีพลังวิเศษอะไรให้เป็นที่ประจักษ์ เขาเป็นเด็กกำพร้าเติบโตอยู่กับครอบครัวชาวประมงมาค่อนชีวิต โชคดีที่พวกเขาเลี้ยงดูเพอร์ซีอุสด้วยความเมตตาจนเติบใหญ่
ต่อมาครอบครัวที่อุปการะเขาถูกลูกหลงจากเทพเฮดีส เจ้าแห่งนครนรกใต้โลก นอกจากนี้เฮดีสยังคุกคามถึงกษัติร์ย์ในเมืองด้วย เพอร์ซีอุสที่มีความแค้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงออกอาสากับกองกำลังทหารตามล่าเฮดีส
ระหว่างทางพวกเขาต้องพบอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแมงป่องยักษ์ แม่มดตาบอด 3 ตน เมดูซ่า และคราเค่น
เพอร์ซีอุสระหองระแหงกับกองทหาร โดยเฉพาะดราโก แม่ทัพผู้นำแห่งกองร้อย ซึ่งมองว่าเพอร์ซีอุสไร้ความสามารถ แต่เขาก็ต้องรีบทำภารกิจให้ลุล่วงเร็วขึ้น เพราะถ้าเฮดีสยึดพลังแห่งซุสได้ เฮดีสจะแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทานได้
นักแสดงนำ
- Sam Worthington รับบทเป็น Perseus
- Liam Neeson รับบทเป็น Zeus
- Ralph Fiennes รับบทเป็น Hades
- Gemma Arterton รับบทเป็น Io
- Mads Mikkelsen รับบทเป็น Draco
ความประทับใจและชื่นชอบจากใจครีเอเตอร์
1.การดำเนินเรื่องรวดเร็ว ฉับไว ไม่เนิ่นช้า คือถ้าเกิดลุกไปเข้าห้องน้ำกลับมาอีกทีอาจดูไม่รู้เรื่องเลยก็เป็นได้ ต้องตามติดทุกฉากทุกซีนที่ปรากฎ แต่รับประกันเลยว่าสนุกและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง
2.การแสดงของ Sam Worthington อาจจะไม่ได้ดูโดดเด่นมากนัก เป็นคาแรกเตอร์ที่ใครๆก็มาเล่นแทนได้ ไม่ได้มีจุดต่างที่ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ว่าการแสดงของคนที่แสดงแล้วดูสนุก คือ Liam Neeson ที่รับบทเป็นซุส ถึงจะปรากฎตัวไม่มาก บทไม่ได้มีอะไรที่แสดงมากมายกลับเป็นภาพจำของคนดูหลายคน จนรู้สึกว่าเขามีความโดดเด่นและนามธรรมดีๆซ่อนอยู่อย่างเห็นได้ชัด
3.CGI และ Visual Effects อาจไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่นัก เมือเทียบกับหนัง Hollywood เรื่องล่าสุดในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับความสนุกของหนัง การเดินเรื่องยังคงอรรถรสอยู่ และเทคนิคภาพของอสูรกายก็ยังมีความสมจริงบ้าง เพียงแต่ถ้าเทียบกับหนังใหม่แล้ว มันมีความต่างกันพอสมควร
4.ระบบภาพ HD 1080p ให้ความพึงพอใจกับครีเอเตอร์เป็นอย่างมาก รวมทั้งระบบเสียงDTS HD Master audio ก็ให้มิติของหนังดูสมจริงเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
5.การกำกับการแสดงของ Louis Leterrier ยังคงให้ความสนุกเฉกเช่นกับหนังเรื่องอื่นๆที่เขาเคยทำไว้ ไม่ว่าจะเป็น The Incredible HULK (2008), Now you see me (2013,2016) และ FAST X (2023) จุดเด่นของตัวผู้กำกับคือยังสามารถรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวในผลงานเรื่องต่างๆได้
6.หนังสะท้อนความเป็นปุถุชนของมนุษย์กับเหล่าเทพได้เป็นอย่างดี บางครั้งเทพก็ไม่ได้ต่างจากมนุษย์เท่าไหร่นัก มีรัก โลภ โกรธ หลง เคียดแค้น เล่ห์เหลี่ยมจัด กระหายอำนาจ สิ่งเหล่านี้ทำให้หนังดูมีสีสันในอีกแบบหนึ่งเช่นกัน
ทั้งหมดนี้คือความประทับใจและชื่นชอบจากครีเอเตอร์ แม้หนังเรื่องนี้จะผ่านหลายปีแล้วก็ตามแต่ก็ยังเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ครั้งหนึ่งครีเอเตอร์ได้ให้ความชื่นชอบจนถึงปัจจุบัน
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
มารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำ
พื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทย
มหันตภัยซุปเปอร์เอลนีโญ ค.ศ. 1877: ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อ
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
บราซิล ประเทศมหาอำนาจแห่งกาแฟของโลก
ทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟ
ข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?
10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนัก
เจ้าพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 ส่องทีเด็ดบนแผ่นกระดาษในตำนาน
ทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?
เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
มหันตภัยซุปเปอร์เอลนีโญ ค.ศ. 1877: ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ








