หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

สงครามสร้างอนาคตจริงหรือ จากดินปืนถึงเอไอที่ไหลออกสู่ชีวิตประจำวัน

เขียนโดย evileyes

ของหลายอย่างที่หยิบใช้ทุกวันมีเงาของสนามรบติดมาด้วยแบบไม่ทันสังเกต ตั้งแต่ระบบนำทาง การสื่อสารผ่านเครือข่าย เซนเซอร์ ไปจนถึงเทคโนโลยีประมวลผลข้อมูล แต่ประโยคว่า “สงครามทำให้เทคโนโลยีก้าวหน้า” ถ้าพูดสั้นเกินไปก็ชวนเข้าใจผิด เพราะสงครามไม่ได้เสกสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาจากศูนย์ สิ่งที่มันทำเก่งมากคือเร่งเงิน เร่งคน เร่งการทดลอง และบีบให้ของที่เคยอยู่ในห้องแล็บต้องใช้งานได้จริงภายในเวลาสั้นๆ

ลองย้อนกลับไปที่ดินปืน การทำสงครามด้วยอาวุธดินปืนค่อยๆ เปลี่ยนความหมายของกำแพง เมือง ป้อม เรือ และการจัดกองทัพ อาวุธยิงไกลทำให้การรบไม่ได้พึ่งกำลังคนหรืออาวุธประชิดแบบเดิมเพียงอย่างเดียว จากนั้นเทคโนโลยีทางทะเลก็พัฒนาไปพร้อมการแข่งขันของรัฐ เรือที่เร็วขึ้น ปืนเรือที่แม่นขึ้น ระบบสื่อสารและการเดินเรือที่ดีขึ้นไม่ได้มีผลแค่กับกองทัพ แต่ยังเชื่อมกับการค้า การสำรวจ และเครือข่ายขนส่งระหว่างทวีปด้วย

พอมาถึงศตวรรษที่ 20 ภาพยิ่งชัด สงครามโลกสองครั้งสร้างแรงกดดันมหาศาลให้วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์แก้โจทย์ที่ก่อนหน้านั้นอาจใช้เวลาพัฒนานานกว่านี้มาก เรดาร์เป็นตัวอย่างเด่น เทคโนโลยีไมโครเวฟและการตรวจจับวัตถุด้วยคลื่นวิทยุถูกผลักอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง งานด้านเรดาร์ยังไปเชื่อมกับการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การวัดสัญญาณ และชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์บางประเภทในเวลาต่อมา

จุดที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีทหารแทบไม่เคยเดินทางออกสู่ตลาดพลเรือนแบบยกกล่องแล้วใช้ต่อทันที มันมักผ่านขั้นตอนลดขนาด ลดราคา เพิ่มความปลอดภัย ทำให้ง่ายต่อการผลิต แล้วค่อยกลายเป็นของที่คนทั่วไปใช้ได้ สิ่งที่แพงระดับรัฐบาลซื้อไหวเท่านั้นในวันหนึ่ง อาจกลายเป็นชิ้นส่วนราคาหลักร้อยในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

จีพีเอสเห็นภาพนี้ชัดมาก ระบบนี้ถูกพัฒนาภายใต้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อให้รู้ตำแหน่งและเวลาได้อย่างแม่นยำ ก่อนเปิดบริการให้ภาคพลเรือนด้วย ช่วงหนึ่งสัญญาณพลเรือนถูกลดความแม่นยำโดยตั้งใจผ่านระบบที่เรียกว่า Selective Availability จนเดือนพฤษภาคม ปี 2000 สหรัฐฯ ยุติการลดความแม่นยำดังกล่าว ผลคือจีพีเอสพลเรือนใช้งานได้ดีขึ้นมาก ปัจจุบันเทคโนโลยีที่มีรากจากระบบทหารนี้กลายเป็นพื้นฐานของแผนที่บนมือถือ การบิน การเดินเรือ เกษตรแม่นยำ งานสำรวจ และระบบโทรคมนาคมจำนวนมาก

อินเทอร์เน็ตก็มีเรื่องที่ชอบเล่าผิดกันบ่อยว่า ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เครือข่ายรอดจากสงครามนิวเคลียร์เพียงเหตุผลเดียว ความจริงซับซ้อนกว่านั้น อาร์พาเน็ตซึ่งเริ่มทำงานในปี 1969 เป็นโครงการที่ได้รับทุนจากหน่วยงานวิจัยด้านกลาโหมสหรัฐฯ และมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมคอมพิวเตอร์ของสถาบันวิจัยที่อยู่ห่างกัน เพื่อแบ่งปันทรัพยากรและข้อมูล แนวคิดเครือข่ายแบบส่งข้อมูลเป็นแพ็กเก็ต รวมถึงงานที่ต่อมานำไปสู่ทีซีพีและไอพี กลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของอินเทอร์เน็ตที่ใช้อยู่ทุกวันนี้

ตรงนี้แหละที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสงครามกับนวัตกรรมดูแปลก สนามรบไม่ได้เป็นผู้ประดิษฐ์ทุกอย่าง แต่รัฐบาลที่กำลังเผชิญภัยคุกคามยอมจ่ายกับโครงการเสี่ยงสูงที่ตลาดทั่วไปอาจยังไม่กล้าลงทุน ถ้าเทคโนโลยีหนึ่งมีโอกาสช่วยตรวจจับศัตรู สื่อสารได้เร็วกว่า หรือระบุตำแหน่งแม่นกว่า งบประมาณจำนวนมากสามารถถูกเทลงไปก่อนที่จะรู้ด้วยซ้ำว่ามันจะสร้างตลาดเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่

แล้วพอมาถึงเอไอ รูปแบบเดิมก็กลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากการแข่งขันเรื่องเครื่องยนต์ ปืน หรือคลื่นวิทยุ มาเป็นการแข่งขันเรื่องข้อมูล ชิป การประมวลผล เซนเซอร์ หุ่นยนต์ และระบบตัดสินใจ เอไอสามารถถูกใช้กับการวิเคราะห์ภาพ การค้นหารูปแบบจากข้อมูลจำนวนมหาศาล ระบบอัตโนมัติ และการช่วยประเมินสถานการณ์ เทคโนโลยีพื้นฐานชุดเดียวกันกลับไปโผล่ในโรงงาน รถยนต์ ระบบแพทย์ โลจิสติกส์ โปรแกรมสำนักงาน และบริการออนไลน์ได้ด้วย

ความต่างสำคัญคือเอไอไม่ได้เติบโตจากภาครัฐหรือกองทัพฝ่ายเดียว บริษัทเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย นักพัฒนาโอเพนซอร์ส และตลาดผู้บริโภคมีบทบาทใหญ่มาก การไหลของเทคโนโลยีจึงไม่ได้เป็นเส้นตรงจาก “ทหารสู่พลเรือน” เหมือนภาพจำเก่า บางครั้งของที่พัฒนาเพื่อผู้บริโภคก่อนกลับถูกนำไปประยุกต์ใช้ด้านความมั่นคงทีหลัง เช่น ชิปประมวลผล กล้อง เซนเซอร์ และซอฟต์แวร์หลายประเภท

อีกเรื่องที่ควรแยกให้ออกคือ “สงครามเร่งนวัตกรรม” ไม่ได้แปลว่า “ต้องมีสงครามถึงจะมีนวัตกรรม” โครงการอวกาศ พลังงาน การแพทย์ และอินเทอร์เน็ตยุคใหม่จำนวนมากก้าวหน้าได้จากการแข่งขันทางเศรษฐกิจ งานวิจัยพื้นฐาน และตลาดพลเรือนโดยไม่ต้องมีการสู้รบ ต้นทุนของสงครามในชีวิตมนุษย์ เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานสูงเกินกว่าจะนับเป็นวิธีพัฒนาเทคโนโลยีที่คุ้มค่า

สิ่งที่ประวัติศาสตร์บอกได้ชัดกว่าคือ เมื่อรัฐรู้สึกว่าความอยู่รอดหรืออำนาจกำลังถูกท้าทาย เงินทุนที่เคยถูกมองว่าแพงเกินไป ความเสี่ยงที่เคยไม่มีใครกล้ารับ และโครงการที่เคยดูไกลตัว สามารถถูกเร่งขึ้นพร้อมกันได้อย่างมหาศาล พอเทคโนโลยีเหล่านั้นผ่านสนามทดลองหนักที่สุดมาได้ บางส่วนก็หลุดออกจากโลกทหารแล้วกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตปกติ จนวันหนึ่งเปิดแผนที่ในมือถือ ส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต หรือใช้เอไอทำงาน โดยแทบไม่รู้เลยว่าประวัติของเทคโนโลยีเหล่านั้นเคยเดินผ่านการแข่งขันทางทหารมาก่อน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 85 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งรีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569ลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพจ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนกทำไมผู้ชายบางคนจึงมองหน้าอกและสะโพกของผู้หญิงรวมแนวทางเลขดังงวด 1 พ.ย. 69 แม่น้ำหนึ่ง คำชะโนด ม้าสีหมอก และเลขมงคลวันสำคัญมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาพ Jacob Lawrence ที่ไม่ปรากฏต่อสาธารณะ 60 ปี ก่อนพบว่าเป็นแผงหนึ่งจากชุด Struggle?ภาพขอบ Macclesfield Psalter ช่วยจำบทสวด ส่วนหน้าปีศาจที่เลือนหายบอกอะไร?นักแสดงคณะละครสัตว์เคยปลอมตัวเป็นกษัตริย์แอลเบเนีย 5 วันจริงไหม?ช่างสร้างสุสานฟาโรห์หยุดงานประท้วงเพราะอะไรเมื่อเกือบ 3,200 ปีก่อน?
ตั้งกระทู้ใหม่