หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก่อนนอนจะรู้ได้ไงว่าไม่ได้เสี่ยงไหลตายแบบเงียบๆ

เขียนโดย preechalcpd

คำถามนี้ฟังดูน่ากลัว แต่เป็นคำถามที่หลายคนเคยแอบคิดตอนปิดไฟนอน โดยเฉพาะคืนที่ใจสั่น เหนื่อยแปลกๆ นอนกรนหนัก หรือเพิ่งเห็นข่าวคนหลับแล้วไม่ตื่น คำตอบตรงๆ คือ ไม่มีใครรับประกันได้ 100% ว่าคืนนี้จะไม่เกิดอะไรกับร่างกาย แต่มีวิธีดูว่า ‘เสี่ยงผิดปกติไหม’ และมีสัญญาณบางอย่างที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

คำว่าไหลตายในบ้านมักใช้เรียกการเสียชีวิตกะทันหันตอนหลับ หลายกรณีเกี่ยวกับหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โดยโรคที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ Brugada syndrome หรือกลุ่มโรคไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ บางคนไม่มีอาการนำชัดเจน ใช้ชีวิตปกติ ทำงานปกติ เล่นกีฬาได้ แต่คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีรูปแบบบางอย่างที่ทำให้หัวใจเกิดจังหวะอันตรายได้ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ตอนมีไข้สูง อดนอนจัด ดื่มแอลกอฮอล์หนัก หรือใช้ยาบางชนิดที่กระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

แต่ต้องแยกให้ดีว่า ไม่ใช่ทุกคนที่นอนแล้วกลัวจะไหลตายคือมีโรคหัวใจ หลายครั้งเป็นความกังวลก่อนนอน หัวใจเต้นแรงจากคาเฟอีน ความเครียด นอนน้อย หรือแพนิก แต่ก็ไม่ควรปลอบใจตัวเองแบบลวกๆ ถ้ามีสัญญาณเตือนซ้ำๆ เพราะโรคหัวใจบางแบบไม่ชอบส่งเสียงดัง มันมาแบบเงียบๆ แล้วเล่นงานตอนที่คนรอบข้างไม่ทันเห็น

สิ่งที่ควรเช็กก่อนคือประวัติครอบครัว ถ้ามีญาติสายตรงเสียชีวิตกะทันหันตอนอายุน้อย โดยเฉพาะหลับแล้วไม่ตื่น จมน้ำแบบหาสาเหตุไม่ได้ อุบัติเหตุแปลกๆ ที่อาจเกิดจากหมดสติ หรือเคยมีคนในบ้านเป็นลมบ่อยโดยไม่รู้สาเหตุ แบบนี้ไม่ควรเก็บไว้เป็นเรื่องเล่าในวงข้าว ควรเอาไปเล่าให้หมอฟังให้ละเอียด เพราะประวัติครอบครัวเป็นเบาะแสสำคัญของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด

ต่อมาคืออาการของตัวเอง ถ้าเคยเป็นลมโดยไม่มีเหตุผล อยู่ดีๆ วูบกลางคืน ตื่นมาแล้วใจเต้นรัวเหมือนหัวใจจะหลุด เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หอบตอนนอนราบ หน้ามืดขณะออกแรง หรือมีอาการคล้ายชักทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการพวกนี้ควรตรวจ ไม่ใช่รอดูอีกหลายเดือน เพราะการตรวจพื้นฐานอย่างคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 lead ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยคัดกรองความผิดปกติได้หลายอย่าง

อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือนอนกรน ถ้านอนกรนดังมาก มีคนบอกว่าหยุดหายใจเป็นพักๆ สะดุ้งตื่นเหมือนสำลักอากาศ ตื่นเช้ามาไม่สดชื่น ปวดหัว ง่วงกลางวัน ความดันสูง หรือคอใหญ่ น้ำหนักเกิน แบบนี้อาจเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ได้แปลว่าจะไหลตายทันที แต่ภาวะนี้ทำให้ออกซิเจนตกซ้ำๆ ตอนกลางคืน และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดัน หลอดเลือดสมอง รวมถึงหัวใจเต้นผิดจังหวะในระยะยาวได้ ถ้าเข้าข่าย คำว่า ‘กรนธรรมดา’ อาจไม่ธรรมดาแล้ว

สิ่งที่ทำได้แบบเป็นรูปธรรมคือไปตรวจสุขภาพหัวใจสักครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีอาการหรือมีประวัติครอบครัว เริ่มจากวัดความดัน ตรวจน้ำตาล ไขมัน คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถ้าหมอเห็นความเสี่ยงอาจต่อด้วย Holter monitor เพื่อติดตามจังหวะหัวใจ 24-48 ชั่วโมง อัลตราซาวด์หัวใจ ตรวจวิ่งสายพาน หรือส่งตรวจการนอนหลับ ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างเองแบบสุ่ม แต่ควรเล่าอาการให้ครบ เพื่อให้หมอเลือกทางที่เหมาะ

คืนไหนก่อนนอนแล้วกังวลมาก ให้แยกสองเรื่องออกจากกัน เรื่องแรกคือความกลัว เรื่องที่สองคือสัญญาณอันตราย ถ้าแค่ใจเต้นเพราะเครียด ดื่มกาแฟเย็นตอนเย็น เล่นมือถือจนดึก หรือเพิ่งดูข่าวสะเทือนใจ ลองลดสิ่งกระตุ้นก่อนนอน อาบน้ำอุ่น หายใจช้าๆ นอนตะแคงถ้านอนกรน และอย่าไล่อ่านอาการในอินเทอร์เน็ตจนสมองตื่นทั้งคืน แต่ถ้ามีเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหงื่อแตก หน้ามืด จะเป็นลม ปวดร้าวไปแขน กราม หลัง หรือหมดสติ อันนี้ไม่ใช่เรื่องนอนพักดูอาการ ควรโทร 1669 ทันที

บางคนซื้อสมาร์ตวอตช์มาแล้วสบายใจขึ้น อันนี้ช่วยดูแนวโน้มชีพจร การนอน หรือออกซิเจนได้บ้าง แต่ไม่ใช่เครื่องยืนยันชีวิต ถ้าวอตช์บอกปกติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยทุกโรค และถ้าวอตช์เตือนผิดจังหวะก็ไม่ควรตกใจเกินเหตุ ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่หมอประจำข้อมือ สิ่งที่แม่นกว่าในเคสสงสัยหัวใจเต้นผิดจังหวะคือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจริงและอ่านโดยแพทย์

อีกจุดที่ช่วยลดความเสี่ยงได้จริงคืออย่าปล่อยให้ไข้สูงค้างคืน โดยเฉพาะคนที่เคยตรวจพบหรือสงสัย Brugada syndrome เพราะไข้สามารถกระตุ้นหัวใจเต้นผิดจังหวะในบางคนได้ ดื่มหนักก่อนนอนก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก แอลกอฮอล์ทำให้หลับลึกผิดจังหวะ กดการหายใจ ทำให้กรนหนักขึ้น และอาจรบกวนไฟฟ้าหัวใจ ส่วนการอดนอนหลายคืนติดกันก็เป็นตัวปั่นระบบประสาทและหัวใจแบบที่ร่างกายไม่ชอบเลย

สรุปแบบจับต้องได้ ก่อนนอนจะรู้ได้ไงว่าไม่ไหลตาย คำตอบคือดูจากความเสี่ยง ไม่ใช่ดูจากความรู้สึก ถ้าไม่มีประวัติครอบครัว ไม่มีเป็นลมผิดปกติ ไม่มีใจสั่นรุนแรง ไม่มีเจ็บหน้าอก ไม่มีนอนกรนหยุดหายใจ และสุขภาพพื้นฐานตรวจแล้วโอเค โอกาสเกิดเหตุร้ายก็ต่ำลงมาก แต่ถ้ามีสัญญาณที่กล่าวมา อย่าฝืนใช้คำว่าเดี๋ยวก็หาย การไปตรวจหนึ่งครั้งอาจตัดความกลัวออกไปได้เยอะ หรือถ้าพบความเสี่ยงจริง ก็ยังมีทางป้องกันก่อนสายกว่าเดิม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 43 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: zed561
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ภัยเงียบตอนนอนหลับ"โพแทสเซียมต่ำ" ชวนรู้จักฆาตกรไร้เสียง ที่อาจเกี่ยวเคียงอาการ "ไหลตาย"5 สำนัก เลขตรงกัน “5” ตัวเดียว งวด 16 ส.ค. 69เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปีจังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยเลขธูปวัดผารังหมีมาแล้ว งวด 16 ส.ค. 69Dhobi Ghat ลานซักผ้ากลางแจ้งแห่งมุมไบ วิถีชีวิตที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง8 น้ำตกสำคัญในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เสน่ห์แห่งสายน้ำกลางขุนเขาทำไมคนไทยติดส้มตำ? ความแซ่บที่สมองสั่งให้หยุดไม่ได้!ทำไมเดินออกจากห้องแอร์แล้ว “แว่นเป็นฝ้า” ทันที ทั้งที่ไม่ได้โดนน้ำ?จังหวัดที่มี 7-Eleven น้อยที่สุดในประเทศไทยเปิดปฏิทินคำชะโนด งวด 16 ส.ค. 69 ส่องเลขเด่น 05-25-87ทำไมเก้าอี้โรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถึงเป็น “สีแดง” ? เบื้องหลังที่มีทั้งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
8 น้ำตกสำคัญในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เสน่ห์แห่งสายน้ำกลางขุนเขาเธอคนนี้นี่เอง! นางแบบที่เป็นต้นฉบับของโลโก้ชื่อดังDhobi Ghat ลานซักผ้ากลางแจ้งแห่งมุมไบ วิถีชีวิตที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองทําไม7-EIEVEnถึงใช้ตัว"n"พิมพ์เล็กตัวเดียวภัยเงียบตอนนอนหลับ"โพแทสเซียมต่ำ" ชวนรู้จักฆาตกรไร้เสียง ที่อาจเกี่ยวเคียงอาการ "ไหลตาย"หนุ่มพิษณุโลกดวงเฮง! กลับมาแก้บน “กุมารทองเจ้าสัวเฮง” ไม่พลาดจับปิงปองขอเลขเด็ด งวด 16 สิงหาคม 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
น้ำมูกไหลไม่หยุด เกิดจากอะไร แยกภูมิแพ้ หวัด และอาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ไข้เลือดออกแล้วเลือดไหลไม่หยุด ต้องกังวลแค่ไหน และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีก่อนเจาะเลือดต้องทำอะไรบ้าง เช็กให้ถูกจะได้ไม่เสียเที่ยวทำไมเวลาเจอเรื่องน่ากลัว ร่างกายถึงสั่น มือเย็น ใจเต้นแรง ทั้งที่ไม่ได้หนาว
ตั้งกระทู้ใหม่