ย้อนยุค "ซาวด์อะเบาต์" เครื่องเล่นเทปพกพาที่เคยทำให้รถโรงเรียนกลายเป็นโลกส่วนตัว
ถ้าย้อนกลับไปช่วงที่มือถือยังโทรออกไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะคำว่า “มือถือ” ยังเป็นของไกลตัว เด็กนักเรียนที่อยากพกเพลงติดตัวไปด้วยมีของชิ้นหนึ่งที่ดูเท่มาก นั่นคือเครื่องเล่นเทปพกพา หรือที่หลายบ้านติดปากเรียกว่า “ซาวด์อะเบาต์” Soundabout
ภาพจำมันชัดมาก ตัวเครื่องทรงสี่เหลี่ยม หนาพอสมควร ใส่เทปคาสเซ็ตต์หนึ่งม้วน เสียบหูฟังแบบคาดหัวหรือหูฟังฟองน้ำ แล้วกดปุ่ม Play ที่ดังแกร๊ก จากนั้นโลกข้างนอกก็เหมือนเบาลงทันที โดยเฉพาะบนรถโรงเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์ เสียงเพื่อนคุยกัน และเสียงกระเป๋านักเรียนกระแทกเบาะ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ชื่อ “Soundabout” จริงๆ ไม่ได้เป็นชื่อสามัญของเครื่องเล่นเทปพกพาตั้งแต่แรก Sony ใช้ชื่อ Soundabout กับเครื่อง TPS-L2 ที่เปิดตัวในปี 1979 สำหรับตลาดสหรัฐฯ ก่อนที่ชื่อ Walkman จะกลายเป็นแบรนด์หลักในเวลาต่อมา ส่วนในไทย คำว่า Soundabout หรือที่ออกเสียงกันติดปากว่า “ซาวด์อะเบาต์” กลับถูกใช้กว้างจนหลายคนเอาไว้เรียกเครื่องเล่นเทปพกพาแทบทุกยี่ห้อ คล้ายเวลาที่ชื่อสินค้าบางยี่ห้อดังจนคนใช้แทนชื่อประเภทสินค้าไปเลย
เสน่ห์ของมันไม่ได้อยู่แค่การพกเพลงไปไหนก็ได้ แต่อยู่ตรง “การมีเพลงของตัวเองอยู่ในกระเป๋า” ซึ่งสมัยนั้นถือว่าใหม่มาก ก่อนหน้านั้นอยากฟังเพลงก็ต้องเปิดวิทยุ เครื่องเสียง หรือเทปที่บ้าน การจะนั่งอยู่บนรถแล้วเลือกเพลงฟังคนเดียวโดยไม่รบกวนใคร เป็นประสบการณ์ที่ดูทันสมัยสุดๆ
และเทปหนึ่งม้วนก็มีบุคลิกของมันเอง จะฟังเพลงถัดไปไม่ได้แตะหน้าจอแล้วข้ามทันที ต้องกด Fast Forward แล้วคอยเดาว่าเพลงจบตรงไหน กดเลยไปก็ต้อง Rewind กลับมา บางเครื่องมีระบบค้นหาเพลงช่วย แต่ก็ไม่ได้แม่นแบบระบบดิจิทัล ยิ่งถ่านเริ่มอ่อน เสียงเพลงอาจค่อยๆ ยานลง นักร้องเสียงต่ำผิดปกติ จนรู้ทันทีว่าถึงเวลาหาถ่านก้อนใหม่แล้ว
ของสำคัญอีกอย่างคือ เทปอัด เด็กยุคนั้นจำนวนไม่น้อยไม่ได้มีแต่อัลบั้มแท้เต็มตลับ แต่มีเทปเปล่าที่เอาไปอัดเพลงจากวิทยุหรือคัดเพลงจากเทปหลายม้วนมารวมกัน กลายเป็นเพลย์ลิสต์แบบใช้แรงงานจริงๆ อยากได้ 10 เพลง ก็ต้องนั่งอัดทีละเพลง เพลงละหลายนาที ถ้าดีเจพูดแทรกช่วงต้นเพลงก็ได้เสียงดีเจติดมาด้วยซะงั้น
บางม้วนเขียนชื่อเพลงด้วยปากกาบนกระดาษเล็กๆ ในกล่องเทป บางม้วนเขียนแค่ชื่อเจ้าของเพราะกลัวหาย และบางม้วนถูกยืมไปแล้วไม่เคยกลับมาอีกเลย เรื่องยืมเทปจึงเป็นทั้งมิตรภาพและดราม่าขนาดย่อมของวัยเรียน
บนรถโรงเรียน Soundabout ยังทำหน้าที่เป็นของแฟชั่นแบบหนึ่ง เครื่องที่ดูดี หูฟังสวย หรือมีระบบ Auto Reverse ที่เล่นอีกด้านของเทปต่อได้โดยไม่ต้องเปิดฝาพลิกม้วนเอง ถือว่ามีอะไรให้อวดกันพอสมควร ส่วนคนที่มีเครื่องธรรมดาก็ไม่ได้เสียอรรถรส ขอแค่ถ่านยังมีแรง เทปไม่ยับ และหูฟังไม่ขาดข้างหนึ่งก็พร้อมใช้งาน
ปัญหาระดับตำนานคือ เทปถูกกิน เปิดฝาออกมาแล้วเจอสายเทปสีน้ำตาลยาวย้วยติดอยู่กับหัวอ่าน ใครเจอบ่อยๆ จะเริ่มมีวิชาเฉพาะตัว ค่อยๆ ดึงเทปออกแล้วใช้ดินสอหรือปากกาหมุนรูเฟืองของม้วนให้สายกลับเข้าไปตึงเหมือนเดิม ดินสอจึงไม่ได้อยู่ในกระเป๋านักเรียนเพื่อทำการบ้านอย่างเดียว แต่มันเป็นอุปกรณ์ซ่อมเทปฉุกเฉินด้วย
อีกเรื่องที่คนเกิดทันน่าจะจำได้คือแบตเตอรี่ เครื่องเล่นส่วนใหญ่ใช้ถ่าน AA หรือ AAA แล้วแต่รุ่น การพกถ่านสำรองจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะวันเดินทางไกล ถ้าถ่านหมดกลางทาง ต่อให้พกเทปมาเต็มกระเป๋าก็จบกัน และเพราะมอเตอร์ต้องหมุนเทปตลอดเวลา การใช้งานมีชิ้นส่วนกลไกจริงๆ อยู่ข้างใน ไม่ได้เป็นเพียงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เหมือนเครื่องเล่นเพลงยุคหลัง
พอเข้าสู่ยุคเครื่องเล่นซีดีพกพา แล้วตามด้วย MP3 player และโทรศัพท์มือถือ ความยุ่งยากเหล่านี้ก็ค่อยๆ หายไป เพลงหลายร้อยหลายพันเพลงถูกย่อให้เหลือไฟล์เล็กๆ ไม่ต้องกรอ ไม่ต้องพลิกหน้า ไม่ต้องกลัวสายเทปพัน และไม่ต้องเลือกว่าจะพกเทปม้วนไหนออกจากบ้าน
แต่ความสะดวกก็ทำให้พิธีกรรมบางอย่างหายไปด้วยเหมือนกัน การตั้งใจเลือกเทปเพียงไม่กี่ม้วนก่อนออกจากบ้าน การจำได้ว่าเพลงโปรดอยู่หน้า B ช่วงประมาณนาทีไหน การเขียนชื่อเพลงด้วยลายมือตัวเอง หรือการแบ่งหูฟังให้เพื่อนฟังข้างละข้าง สิ่งเหล่านี้ทำให้การฟังเพลงไม่ได้เป็นแค่การกดเลือกไฟล์ แต่มีการรอ การเลือก และความทรงจำติดอยู่กับวัตถุชิ้นนั้น
วันนี้แค่เปิดแอปก็มีเพลงแทบทั้งโลกอยู่ในมือ แต่สำหรับคนที่เคยนั่งริมหน้าต่างรถโรงเรียน กด Play แล้วมองถนนไหลผ่านกระจก เครื่องเล่นเทปสี่เหลี่ยมเล็กๆ ชิ้นนั้นเคยทำหน้าที่เหมือนห้องส่วนตัวขนาดจิ๋ว หูฟังครอบหูเมื่อไร เสียงบนรถก็ถอยออกไป แล้วเพลงโปรดก็เริ่มขึ้นตรงหน้าแบบที่เด็กยุคนั้นรู้สึกว่าเท่สุดๆ
บางทีสิ่งที่ทำให้ Soundabout ยังถูกพูดถึงจึงไม่ใช่คุณภาพเสียงที่เหนือกว่าเทคโนโลยีวันนี้ แต่เป็นความรู้สึกครั้งแรกที่เพลงสามารถเดินทางไปพร้อมกับเจ้าของได้จริงๆ และสำหรับหลายคน เสียง “แกร๊ก” ตอนกดปุ่ม Play ก็ยังพาความทรงจำกลับไปถึงเบาะรถโรงเรียนได้เร็วกว่าการเปิดเพลงเก่าจากมือถือเสียอีก
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/9/69
จานดาวเทียมกำลังจะเป็นตำนาน จากของจำเป็นบนหลังคา สู่ยุคที่คนดูทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
ทำไม 'มด' ไม่ขึ้นชั้นวางร้านขายของชำ?
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
รถขนรางวัลมาแล้ว! ส่องทะเบียนรถกองสลากสัญจรระยอง งวด 1 กันยายน 2569
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
5 นิสัยการกินยามดึกที่ทำร้ายสุขภาพ และวิธีแก้อาการหิวดึกอย่างได้ผล
5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
รถขนรางวัลมาแล้ว! ส่องทะเบียนรถกองสลากสัญจรระยอง งวด 1 กันยายน 2569
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/9/69
10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในประเทศไทย



