หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเรื่องผีถึงมีอยู่แทบทุกวัฒนธรรมทั่วโลก

เขียนโดย thoughtloop

ลองนึกดูดี ๆ เรื่องผีเป็นอะไรที่แปลกมาก

ไม่ว่าจะเปิดดูเรื่องเล่าจากไทย ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ยุโรป แอฟริกา

หรือชนพื้นเมืองในหลายพื้นที่ของโลก ก็มักจะเจอเรื่องเกี่ยวกับคนตาย วิญญาณ หรือสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่เสมอ

รายละเอียดของผีในแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันเลย

บางแห่งพูดถึงวิญญาณของคนที่เสียชีวิต บางแห่งมีเรื่องของบรรพบุรุษ

บางแห่งมีวิญญาณที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ และบางวัฒนธรรมก็มีเรื่องของคนตายที่ยังกลับมาเกี่ยวข้องกับคนเป็น

แล้วทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นในสังคมที่อยู่ห่างกันคนละทวีป?

ทั้งที่เมื่อหลายพันปีก่อน คนเหล่านี้แทบไม่มีทางเดินทางไปเจอกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าได้ง่าย ๆ

คำตอบส่วนหนึ่งอาจเริ่มจากเรื่องที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอเหมือนกัน

นั่นคือ ความตาย

 

ลองย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่มนุษย์ยังไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์แบบทุกวันนี้

มีคนในครอบครัวเสียชีวิต

เมื่อวานยังพูดคุยกันอยู่ วันนี้กลับไม่มีอีกแล้ว

ร่างกายยังอยู่ตรงหน้า แต่คนที่เคยพูด เคยหัวเราะ เคยเดินไปมา กลับไม่ตอบสนองอีกต่อไป

สำหรับมนุษย์ยุคแรก ๆ นี่คงเป็นเรื่องที่เข้าใจยากมาก

แล้วคนที่จากไปอยู่ที่ไหน?

ยังมีอะไรบางอย่างเหลืออยู่หรือเปล่า?

ถ้าความคิด ความทรงจำ และบุคลิกของคนคนหนึ่งหายไปพร้อมกับร่างกายจริง ๆ แล้วสิ่งที่เคยทำให้คนนั้นเป็นตัวตนของคนนั้น คืออะไร?

มนุษย์เจอความตายแล้วก็สามารถตั้งคำถามขึ้นมาเองได้

และเมื่อยังไม่มีคำตอบที่ตรวจสอบได้ เรื่องเล่าก็เริ่มเข้ามาเติมช่องว่างตรงนั้น

 

ลองคิดถึงคนที่สูญเสียคนในครอบครัวไป

ผ่านไปหลายวันหรือหลายเดือน อยู่ดี ๆ ก็ฝันเห็นคนที่เสียชีวิตไปแล้ว

ในฝันเขาอาจกลับมานั่งคุยด้วย เดินเข้ามาหา หรือทำเหมือนยังมีชีวิตอยู่ตามปกติ

พอตื่นขึ้นมา ความรู้สึกอาจชัดมากจนจำได้เป็นเรื่องเป็นราว

ประสบการณ์แบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สังคมใดสังคมหนึ่ง และนักวิจัยก็ศึกษาประสบการณ์ที่ผู้สูญเสียรู้สึกว่าได้พบหรือสื่อสารกับคนที่เสียชีวิตไปแล้วในความฝันหรือในช่วงหลังการสูญเสีย

ไม่ได้หมายความว่าความฝันเหล่านี้พิสูจน์ว่าคนตายกลับมาหาจริง ๆ

ในทางจิตวิทยา ความฝันเกี่ยวกับคนที่เสียชีวิตสามารถเกิดขึ้นได้ในกระบวนการรับมือกับความสูญเสีย

และเป็นประสบการณ์ที่คนจำนวนหนึ่งพบเจอ

แต่ถ้าเป็นมนุษย์ในอดีตที่ยังไม่มีความรู้เรื่องสมองและการนอนหลับแบบปัจจุบันล่ะ?

การตื่นขึ้นมาแล้วเห็นคนที่ตายไปแล้วในฝัน อาจทำให้เกิดคำถามได้ง่ายมากว่า

หรือเขายังอยู่ที่ไหนสักแห่ง?

และเมื่อเรื่องนี้ถูกเล่าต่อ มันก็กลายเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณได้

 

ตรงนี้เองที่แต่ละวัฒนธรรมเริ่มมีคำอธิบายของตัวเอง

บางสังคมมองว่าคนตายยังมีความสัมพันธ์กับครอบครัว

บางแห่งมีพิธีระลึกถึงบรรพบุรุษ

บางแห่งเชื่อว่าวิญญาณยังมีบทบาทกับโลกของคนเป็น

บางแห่งก็มีเรื่องเล่าว่าคนตายสามารถกลับมาเยี่ยมคนที่ยังมีชีวิตอยู่

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกวัฒนธรรมมองคนตายเป็น “ผีที่น่ากลัว”

นี่เป็นเรื่องที่ต้องแยกกัน

สำหรับบางสังคม วิญญาณของบรรพบุรุษอาจเป็นสิ่งที่เคารพและให้ความสำคัญมากกว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องกลัว

เพราะฉะนั้น ถ้าจะบอกว่า “คนทั่วโลกกลัวผีเหมือนกัน” ก็ไม่ถูกนัก

สิ่งที่เหมือนกันมากกว่าคือ มนุษย์ทั่วโลกต้องหาวิธีทำความเข้าใจกับความตาย

และแต่ละสังคมก็สร้างคำตอบของตัวเองขึ้นมา

 

อีกเหตุผล คือ มนุษย์ไม่ชอบสิ่งที่อธิบายไม่ได้

ลองอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางคืน

ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจากอีกห้อง

ยังไม่รู้ว่าเสียงอะไร

ถ้าเปิดไฟแล้วเจอแมวทำของตก เรื่องก็จบ

แต่ถ้าเดินไปดูแล้วไม่เจออะไร ความรู้สึกจะต่างออกไปทันที

เพราะสิ่งที่ทำให้กลัวอาจไม่ใช่เสียงนั้น

แต่คือการที่เราไม่รู้ว่าเสียงนั้นเกิดจากอะไร

เรื่องผีก็ทำงานคล้าย ๆ กัน

มีเสียง

มีเงา

มีคนเห็นอะไรบางอย่าง

มีเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้

แล้วสมองก็พยายามหาคำตอบ

ถ้าไม่มีคำตอบ ก็สามารถกลายเป็นเรื่องเล่าได้

 

ในชีวิตจริง ถ้าเดินอยู่ในป่าแล้วได้ยินเสียงกิ่งไม้หักจากด้านหลัง การหันไปดูหรือระวังตัวไว้ก่อนอาจปลอดภัยกว่าการคิดว่า “คงไม่มีอะไรหรอก”

มนุษย์จึงมีแนวโน้มที่จะสนใจสิ่งที่อาจเป็นภัย แม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันคืออะไร

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าสมองมนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อเชื่อเรื่องผี

แต่กลไกการระวังภัยและการพยายามหาความหมายจากสิ่งที่ไม่รู้ สามารถช่วยอธิบายได้ว่าทำไมเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งลึกลับจึงดึงดูดความสนใจของคนได้ง่าย

โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มนุษย์ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างความตาย

 

แต่เนื่องจากคนแต่ละพื้นที่มีศาสนา ความเชื่อ ประเพณี ภาษา สภาพแวดล้อม และประวัติศาสตร์ต่างกัน

เรื่องเหนือธรรมชาติจึงถูกเล่าผ่านสิ่งที่คนในสังคมนั้นคุ้นเคย

พื้นที่หนึ่งอาจมีเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณของบรรพบุรุษ

อีกพื้นที่อาจผูกเรื่องวิญญาณเข้ากับป่า ภูเขา แม่น้ำ หรือสถานที่บางแห่ง

บางสังคมอาจมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนที่เสียชีวิตผิดธรรมชาติ

บางแห่งอาจให้ความสำคัญกับพิธีกรรมของผู้ตายมาก

เพราะฉะนั้น ถึงจะพูดถึง “คนตาย” เหมือนกัน แต่เรื่องราวที่ออกมาก็แตกต่างกันได้มาก

นี่แหละที่ทำให้เรื่องผีของแต่ละประเทศมีเอกลักษณ์ของตัวเอง

 

ปัจจุบันมนุษย์มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น

เรารู้จักการทำงานของสมองมากขึ้น

รู้ว่าความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร

รู้ว่าความทรงจำสามารถผิดพลาดได้

รู้ว่าการนอนหลับบางช่วงสามารถทำให้คนรู้สึกเหมือนตื่นทั้งที่ยังอยู่ในภาวะหลับ

รู้ว่าความเครียด ความเศร้า และการสูญเสียสามารถส่งผลต่อการรับรู้ของเราได้

แต่เรื่องผีก็ยังคงอยู่ในหนัง นิยาย รายการโทรทัศน์ พอดแคสต์ วีดีโอ หรือเรื่องเล่าที่คนเอามาแชร์กัน

และบางครั้งก็อยู่ในประสบการณ์ส่วนตัวของคนที่ยืนยันว่าเคยเจออะไรบางอย่างด้วยตัวเอง

 

วิทยาศาสตร์อาจอธิบายประสบการณ์บางอย่างได้

แต่ความสนใจของมนุษย์ต่อเรื่องความตายและสิ่งที่อยู่หลังความตายยังไม่ได้หายไป

เพราะคำถามที่มนุษย์สงสัยก็ยังเหมือนเดิม

ตายแล้วเกิดอะไรขึ้น?

คนที่เรารักจากไปแล้วจริง ๆ หรือยังมีอะไรบางอย่างเหลืออยู่?

ถ้าความตายคือจุดจบ แล้วทำไมเรายังฝันถึงคนที่ตายไปแล้ว?

 

ถ้ามองดี ๆ เรื่องผีหลายเรื่องเริ่มต้นจากความรู้สึกอื่น ๆ ด้วย เช่น

ความคิดถึง

การสูญเสีย

ความรักต่อคนในครอบครัว

ความกลัวความตาย

ความสงสัย

หรือความพยายามหาคำอธิบายให้กับสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ

บางเรื่องอาจถูกเล่าเพื่อเตือนคนในชุมชน

บางเรื่องถูกเล่าเพื่อสอนเด็ก

บางเรื่องใช้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม

บางเรื่องเล่าเพื่อความบันเทิง

และบางเรื่องก็อาจเป็นเพียงเรื่องที่คนคนหนึ่งเล่าให้เพื่อนฟังว่า “เมื่อคืนเจออะไรมา”

จากคนหนึ่งไปอีกคน

จากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง

เรื่องก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

รายละเอียดบางอย่างหายไป

บางอย่างถูกเติมเข้าไป

จนในที่สุดกลายเป็นเรื่องเล่าประจำท้องถิ่น

 

เพราะมนุษย์ทุกคนรู้จักการสูญเสีย

ทุกคนเคยเห็นคนแก่

ทุกคนรู้ว่าคนเราต้องตาย

และเกือบทุกคนต้องเคยคิดถึงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว

เมื่อมีเรื่องที่ไม่มีคำตอบ มนุษย์ก็พยายามสร้างคำอธิบาย

เมื่อมีคนที่คิดถึง ก็เกิดเรื่องเล่าถึงคนที่จากไป

และเมื่อมีสิ่งที่มองไม่เห็น ก็เกิดจินตนาการว่าอาจมีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น

แต่ละวัฒนธรรมจึงสร้างเรื่องของตัวเองขึ้นมา

ผีไทยไม่เหมือนผีญี่ปุ่น

เรื่องเล่าของญี่ปุ่นก็ไม่เหมือนยุโรป

ความเชื่อของบางชุมชนในแอฟริกาก็ไม่เหมือนเอเชีย

แต่เมื่อมองลงไปถึงรากของเรื่อง เรามักเจอคำถามที่ใกล้เคียงกัน

คนที่ตายไปแล้วอยู่ที่ไหน?

ความตายคือจุดจบจริงหรือเปล่า?

และ ถ้ามีอะไรบางอย่างอยู่หลังความตาย มนุษย์จะรู้ได้อย่างไร?

บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่เรื่องผีไม่เคยหายไป

แม้ว่าโลกเราจะมีเทคโนโลยี แบบบ้าน ระบบเมือง วิถีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป 

แต่เรื่องความตายยังเป็นเรื่องเดิม

และตราบใดที่มนุษย์ยังต้องบอกลาใครสักคน เรื่องเล่าของคนที่จากไปก็คงยังมีที่อยู่ในโลกใบนี้ต่อไป

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถิติเลขคนถามหาทุกแผง งวดที 16 ส.ค. 69“กบแฟชั่นนิสตา” แห่งออสเตรเลีย ความลับใต้ขาหลังที่ซ่อนมานานเกือบ 200 ปีเจาะแนวทางชุดสรุปจาก “ดุ่ย ภรัญฯ”..16 ส.ค. 69ถนนที่โค้งเยอะที่สุดในไทยทำไมมือถึงชอบแคะสะเก็ดแผล ทั้งที่สมองก็รู้ว่าเจ็บและเสี่ยงทิ้งรอยแผลเป็นอัปเดตล่าสุด! เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เจ็บ 22 ราย เคสแดง 9 คน เด็ก 7 ผู้ใหญ่ 2ซูมน้ำตกก๋วยเตี๋ยวเรือให้ชัด แล้วจะเห็นโลกจิ๋วที่ลอยอยู่ในทุกคำเปิดคิวอาร์โค้ดรับเงินทั้งวัน ทำไมจอโอแอลอีดีจึงมีรอยกรอบติดถาวรยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขายAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569อย่าคิดว่าไม่มีวันเกิดกับเรา! จำให้ขึ้นใจ "หนี-ซ่อน-สู้" 3 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุกราดยิงด่วน! รพ.พระนั่งเกล้า ขอความร่วมมือตามหาญาติ “ด.ญ.นทธมน วนิศรกุล” นักเรียนเทพศิรินทร์นนท์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เมื่อความกดดันมากเกินไป ในวัยที่ยังรับมือกับอารมณ์ไม่เป็น“กบแฟชั่นนิสตา” แห่งออสเตรเลีย ความลับใต้ขาหลังที่ซ่อนมานานเกือบ 200 ปีอัปเดตล่าสุด! เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เจ็บ 22 ราย เคสแดง 9 คน เด็ก 7 ผู้ใหญ่ 2อย่าคิดว่าไม่มีวันเกิดกับเรา! จำให้ขึ้นใจ "หนี-ซ่อน-สู้" 3 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุกราดยิงรหัสแปลปกสลาก งวด 16 สิงหาคม 2569 เจาะเลขเด็ด 3 ปก พร้อมวิเคราะห์สถิติย้อนหลังจัดอย่างสมเกียรติ "ฮลุน โซโล่" กลับบ้าน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมยางรถ F1 ถึง “ไม่มีดอกยาง” ทั้งที่วิ่งเร็วกว่า 300 กม./ชม.?เมื่อความกดดันมากเกินไป ในวัยที่ยังรับมือกับอารมณ์ไม่เป็น“กบแฟชั่นนิสตา” แห่งออสเตรเลีย ความลับใต้ขาหลังที่ซ่อนมานานเกือบ 200 ปี“เคแมน” ผู้พิทักษ์เงียบแห่งลุ่มน้ำ นักล่าปลาปิรันย่าที่ช่วยรักษาสมดุลของธรรมชาติ
ตั้งกระทู้ใหม่