หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขความลับสีรุ้งบนคราบน้ำมัน เมื่อฟิล์มบางคัดเลือกสีจากแสงขาวด้วยการแทรกสอด

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

สีรุ้งบนคราบน้ำมันไม่ได้เกิดจากเม็ดสี แต่มาจากแสงสองทางที่มาเจอกัน

เคยเห็นแอ่งน้ำข้างถนนมีสีม่วง เขียว ทอง และฟ้าวิ่งเป็นลายอยู่บนผิวไหม ภาพนั้นดูคล้ายรุ้งกินน้ำขนาดจิ๋ว แต่กลไกไม่เหมือนรุ้งบนท้องฟ้าเลย รุ้งบนฟ้าเกิดจากแสงหักเห สะท้อน และแยกสีในหยดน้ำ ส่วนสีบนคราบน้ำมันเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การแทรกสอดในฟิล์มบาง หรือ thin-film interference จุดสำคัญอยู่ตรงคำว่า “ฟิล์มบาง” น้ำมันแผ่บนผิวน้ำเป็นชั้นบางมาก บางระดับไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าความหนากระดาษถ่ายเอกสารหลายสิบเท่า พอแสงขาวจากดวงอาทิตย์หรือหลอดไฟตกกระทบ ครึ่งหนึ่งไม่ได้สะท้อนกลับจากผิวบนทั้งหมด แสงส่วนหนึ่งสะท้อนตรงรอยต่อระหว่างอากาศกับน้ำมัน ขณะที่อีกส่วนทะลุเข้าไปในชั้นน้ำมัน แล้วค่อยสะท้อนจากรอยต่อระหว่างน้ำมันกับน้ำด้านล่าง แสงสองชุดนี้เดินทางไม่เท่ากัน ชุดที่ลงไปด้านล่างต้องวิ่งอ้อมเพิ่มอีกช่วงหนึ่ง ก่อนกลับขึ้นมาพบกับชุดที่สะท้อนจากผิวบน เมื่อคลื่นแสงกลับมาเจอกัน ยอดคลื่นอาจชนยอดคลื่นจนสว่างขึ้น หรือยอดคลื่นอาจไปชนท้องคลื่นจนหักล้างกัน สีบางช่วงจึงเด่น ส่วนบางช่วงจึงหายไปจากแสงสะท้อน ตรงนี้เองที่ทำให้เห็นสี ทั้งที่น้ำมันไม่ได้มีสีม่วง เขียว หรือฟ้าผสมอยู่จริง แสงขาวมีความยาวคลื่นหลายช่วงรวมกัน สีแดงมีความยาวคลื่นมากกว่าสีน้ำเงิน ความหนาของคราบน้ำมันแต่ละจุดจึงเลือกเสริมสีไม่เหมือนกัน จุดหนึ่งอาจพอดีกับคลื่นสีเขียว ทำให้สีเขียวสะท้อนแรง อีกจุดอาจพอดีกับสีม่วงหรือสีทอง ลายที่เห็นเลยเป็นหย่อม เป็นวง เป็นคลื่น หรือไหลเหมือนลายหินอ่อน ไม่ได้เรียงแดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงินอย่างเป็นระเบียบแบบรุ้งบนฟ้า ยังมีเรื่องการเปลี่ยนเฟสตอนสะท้อนเข้ามาเกี่ยวด้วย เมื่อแสงสะท้อนจากตัวกลางที่มีดัชนีหักเหสูงกว่า คลื่นอาจกลับเฟสครึ่งรอบ เงื่อนไขว่าสีไหนจะเสริมกันจึงไม่ได้ดูแค่ระยะทางอย่างเดียว แต่ต้องดูชนิดของน้ำมัน ดัชนีหักเห ความหนาของชั้นฟิล์ม และตัวกลางด้านล่างพร้อมกัน ฟังดูเหมือนยุ่ง แต่ภาพง่ายๆ คือ คราบน้ำมันทำตัวคล้ายเวทีเล็กจิ๋วที่บังคับให้คลื่นแสงบางสีร่วมจังหวะกัน และบังคับให้อีกหลายสีสวนจังหวะจนจางลง ลองขยับศีรษะหรือเปลี่ยนมุมมอง สีจะเลื่อนไปทันที นั่นไม่ใช่ภาพหลอน มุมที่แสงตกกระทบและมุมที่มองเปลี่ยนระยะทางจริงที่แสงวิ่งในชั้นน้ำมัน เมื่อระยะเปลี่ยน เงื่อนไขการเสริมและหักล้างก็เปลี่ยน สีเดิมอาจดับ แล้วสีใหม่โผล่ขึ้นมาแทน สีแบบนี้จึงเรียกว่า สีเหลือบ เพราะสีไม่ได้ติดอยู่กับตำแหน่งแบบสีทา แต่ขึ้นกับทั้งโครงสร้างและมุมมอง ทำไมคราบเดียวถึงหนาบางไม่เท่ากัน น้ำมันกำลังแผ่ออกด้วยแรงตึงผิว ถูกลม น้ำไหล ฝุ่น ความขรุขระของพื้น และการระเหยรบกวนอยู่ตลอด บางบริเวณบางลงเร็ว บางบริเวณกองตัวหนากว่าเล็กน้อย ความต่างเพียงเศษเสี้ยวไมโครเมตรก็พอเปลี่ยนสีที่ตาเห็นแล้ว พื้นถนนที่ไม่เรียบจึงสร้างลายซับซ้อนกว่าผิวน้ำนิ่ง และแค่ลมพัดเบาๆ ลายก็เคลื่อนเหมือนมีชีวิต มีรายละเอียดสนุกอีกอย่าง ถ้าใช้แสงสีเดียวส่องลงไป เช่น แสงเกือบสีเดียวจากแหล่งกำเนิดเฉพาะ คราบจะไม่แสดงสีหลายสีพร้อมกัน แต่จะเห็นบริเวณสว่างสลับมืดตามจุดที่คลื่นเสริมหรือหักล้างกัน สีรุ้งจึงต้องอาศัยแสงที่มีหลายความยาวคลื่นให้เลือก ส่วนกลางคืนที่มืดมาก ต่อให้คราบบางกำลังดี ก็แทบไม่มีสีให้เห็น เพราะไม่มีแสงตกกระทบมากพอ

สีรุ้งยังแอบบอกความบางของคราบได้คร่าวๆ

คู่มือสังเกตคราบน้ำมันในทะเลบางระบบจัดลักษณะ “สีรุ้ง” ไว้ที่ความหนาประมาณ 0.3–5 ไมโครเมตร ส่วนคราบที่บางกว่านั้นมักออกเงินหรือเทา ตัวเลขนี้ใช้ประเมินภาคสนาม ไม่ใช่ไม้บรรทัดแม่นยำ เพราะแสง เมฆ มุมมอง คลื่น และชนิดน้ำมันทำให้สีเพี้ยนได้ งานศึกษาด้านการมองเห็นคราบน้ำมันยังเตือนว่าการใช้สีเดาความหนาจะน่าเชื่อถือเฉพาะชั้นที่บางมาก โดยเฉพาะช่วงสีรุ้งหรือต่ำกว่านั้น พอคราบหนาขึ้น สีที่เห็นอาจเกี่ยวกับสีจริงและการดูดกลืนแสงของน้ำมันมากขึ้น อีกเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ สีสวยไม่ได้แปลว่าคราบปลอดภัย สีรุ้งเป็นเพียงสัญญาณทางแสงว่ามีชั้นของเหลวบางอยู่บนผิว ส่วนของเหลวนั้นเป็นอะไร มีสารระเหยหรือสารปนเปื้อนแบบไหน ต้องดูจากแหล่งที่มาและการตรวจวิเคราะห์ ไม่ควรแตะ ดมใกล้ๆ หรือปล่อยลงท่อระบายน้ำเพียงเพราะชั้นฟิล์มดูบาง คราวหน้าเห็นลายรุ้งบนแอ่งน้ำ ลองสังเกตสามอย่างพร้อมกัน คือ จุดที่สีเปลี่ยนเมื่อขยับมุม พื้นที่ที่เป็นสีเงินตรงขอบบาง และบริเวณที่ลายไหลตามลมหรือน้ำ ทั้งหมดคือหลักฐานว่าแสงกำลังวิ่งสองเส้นทาง แล้วกลับมาเจอกันในระยะระดับจิ๋วมาก ภาพที่ดูเหมือนสีถูกเทลงบนพื้น จึงแท้จริงเป็นรอยเซ็นของคลื่นแสงที่ตาเห็นได้พอดี

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 80 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?ฝนหนักทั่วไทย ! เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนออกจากบ้าน วันนี้ 19 ก.ย. 694 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันต้มจับฉ่าย: บทเรียนก้นครัวเปลี่ยนของเหลือสู่เส้นทางสร้างเนื้อสร้างตัวสลด! ตู้คอนเทนเนอร์หลุดจากรถพ่วง พุ่งข้ามเลนทับรถทีมฟุตบอลอาวุโส เสียชีวิต 2 รายอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคแค่ “ไฟล์ภาพ” ไฟล์เดียว ทำไมถึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเจาะเข้า OpenAI ได้?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในภาคเหนือที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด อันดับ 1 มีพื้นที่กว่า 5 หมื่นไร่ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาลทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
ต่างชาติถือครองที่ดินกว่า 1 ล้านไร่จริงหรือ ? เปิดตัวเลขล่าสุดที่รัฐกำลังตรวจสอบน้ำส้มสายชูล้างแอร์ได้จริงไหม ? รู้ก่อนลองสูตร DIY ที่อาจไม่เหมาะกับทุกเครื่องที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ กรกฎาคม 2569ให้เช่าที่ดิน 99 ปี เป็นภัยต่อชาติและประชาชน
ตั้งกระทู้ใหม่