สัญญาขายอลาสกาให้สหรัฐฯ ราคาถูกจนตกไร่ละไม่ถึง 1 บาท!

ลองนึกภาพดินแดนที่ใหญ่กว่าประเทศไทยหลายเท่า เต็มไปด้วยภูเขา ป่าไม้ ทองคำ น้ำมัน และทรัพยากรมหาศาล แต่ถูกซื้อขายในราคาเฉลี่ยเพียง ประมาณ 2 เซนต์ต่อเอเคอร์
นี่คือเรื่องจริงของ “การซื้ออลาสกา” ดีลครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างจักรวรรดิรัสเซียกับสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1867
✦ รัสเซียยอมขายดินแดนผืนใหญ่เพราะอะไร?
ในช่วงศตวรรษที่ 19 อลาสกาอยู่ห่างจากศูนย์กลางอำนาจของรัสเซียมาก การเดินทางและส่งกำลังเข้าไปดูแลทำได้ลำบาก ธุรกิจค้าขนสัตว์ซึ่งเคยสร้างรายได้ก็เริ่มถดถอย ขณะที่รัสเซียเพิ่งเสียหายหนักจากสงครามไครเมีย
รัสเซียยังกังวลว่า หากเกิดสงครามกับอังกฤษ ดินแดนนี้อาจถูกยึดไปโดยไม่ได้รับเงินตอบแทน เพราะแคนาดาซึ่งอยู่ติดกับอลาสกายังอยู่ภายใต้อิทธิพลของอังกฤษในเวลานั้น การขายให้สหรัฐฯ จึงดูเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่าการเสียดินแดนไปฟรี ๆ
✦ เจรจากันข้ามคืน ก่อนปิดดีล 7.2 ล้านดอลลาร์
ผู้เจรจาฝ่ายสหรัฐฯ คือ วิลเลียม เอช. ซีเวิร์ด (William H. Seward) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนฝ่ายรัสเซียคือ เอดูอาร์ เดอ สเตเคิล (Edouard de Stoeckl) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ
หลังเจรจากันตลอดคืน ทั้งสองฝ่ายลงนามในสนธิสัญญาที่กรุงวอชิงตันเมื่อเวลาใกล้ 04.00 น. วันที่ 30 มีนาคม 1867 โดยสหรัฐฯ ตกลงจ่ายเงิน 7.2 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับอลาสกา
วุฒิสภาสหรัฐฯ ให้สัตยาบันในเดือนพฤษภาคม ก่อนจัดพิธีส่งมอบดินแดนอย่างเป็นทางการที่เมือง ซิตกา วันที่ 18 ตุลาคม 1867 วันดังกล่าวยังได้รับการระลึกถึงในชื่อ Alaska Day
✦ ตกไร่ละกี่บาทกันแน่?
ดินแดนที่สหรัฐฯ ได้รับมีพื้นที่ประมาณ 586,412 ตารางไมล์ หรือราว 375 ล้านเอเคอร์ เมื่อหารด้วยราคาซื้อ 7.2 ล้านดอลลาร์ จะตกประมาณ
1.9 เซนต์ต่อเอเคอร์
หนึ่งเอเคอร์มีขนาดประมาณ 2.53 ไร่ ราคาจึงเหลือเพียงราว 0.0076 ดอลลาร์ต่อไร่
เมื่อนำมาเทียบกับค่าเงินปัจจุบันแบบตรง ๆ จะอยู่แถว 25 สตางค์ต่อไร่ ไม่ใช่เพียง 2–3 สตางค์ตามข้อความที่แชร์กันบ่อย และตัวเลขนี้ยังเป็นเพียงการแปลงค่าเงินเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ได้สะท้อนอำนาจซื้อของเงินในปี 1867
✦ คนอเมริกันเคยมองว่าเป็นการซื้อก้อนน้ำแข็ง
หลังประกาศข้อตกลง มีผู้คัดค้านบางส่วนมองว่าอลาสกาเป็นเพียงพื้นที่หนาวเย็น ห่างไกล และแทบไม่มีประโยชน์ การซื้อครั้งนี้จึงถูกล้อด้วยชื่ออย่าง “Seward’s Folly” หรือความโง่เขลาของซีเวิร์ด และ “Seward’s Icebox” หรือตู้แช่น้ำแข็งของซีเวิร์ด
แต่เมื่อมีการค้นพบทองคำช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ตามด้วยแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และทรัพยากรอื่น ๆ เสียงหัวเราะเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เงียบลง อลาสกายังมีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างอเมริกาเหนือ รัสเซีย และมหาสมุทรแปซิฟิก
✦ ดีลครั้งนี้มีอีกด้านที่มักไม่ถูกเล่า
คำว่า “รัสเซียขายอลาสกา” เป็นการอธิบายความตกลงระหว่างสองมหาอำนาจ แต่ดินแดนแห่งนี้มีชนพื้นเมืองหลายกลุ่มอาศัยอยู่มานานก่อนรัสเซียเข้ามา ทั้งชาวอะลูต ยูปิก อินูเปียต ทลิงกิต และกลุ่มอื่น ๆ
รัฐบาลรัสเซียขายสิทธิ์ที่ตนอ้างเหนือดินแดนให้สหรัฐฯ โดยชนพื้นเมืองไม่ได้เป็นคู่สัญญาและไม่ได้รับการขอความยินยอม การเปลี่ยนธงจึงไม่ใช่เพียงเรื่องซื้อขายที่ดินราคาถูก แต่ยังเปลี่ยนผู้ปกครองและชีวิตของผู้คนที่อยู่บนผืนแผ่นดินนั้นด้วย
อลาสกาถูกมองว่าเป็นดินแดนน้ำแข็งไร้ค่าในวันเซ็นสัญญา แต่ภายหลังกลับกลายเป็นหนึ่งในการซื้อดินแดนที่คุ้มค่าที่สุดของสหรัฐฯ จากราคาเฉลี่ยไม่ถึงหนึ่งบาทต่อไร่ สู่รัฐที่มีทั้งทรัพยากรมหาศาลและความสำคัญระดับโลก



AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
พาไปดูเรื่องจริงเบื้องหลัง 'ต้มยำกุ้งใส่ทองคำ' เมนูหรูที่มีอยู่จริง
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธ
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
ส่องผงพรายกุมารใต้เลนส์ เถ้ากระดูกเปลี่ยนเป็นเนื้อพระได้จริงหรือเป็นเพียงเรื่องเล่า
"บิว ภูริพล" ทำโลกหันมามอง! สื่อสเปนตั้งฉายา "คนไทยที่บินได้" หลังวิ่งต่ำกว่า 10 วิอีกครั้ง
ทำไมทองคำถึงไม่เป็นสนิม แม้ผ่านไปนานนับพันปี?
5 เมืองโบราณน่าเที่ยว
แนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 16 ส.ค.69..สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!
ข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก
กว่าจะเป็นฝักวานิลลาหอม ๆ ทำไมต้องผสมเกสรและบ่มนานหลายเดือน
คัดแล้ว 5 เลขเด่น หวยลาววันพุธ
ผู้ป่วยหันกลับมาทำร้าย พยาบาลใช้จิวยิตสูหยุดเหตุในไม่กี่อึดใจ
ทำไมทองคำถึงไม่เป็นสนิม แม้ผ่านไปนานนับพันปี?
ซิปเส้นเล็กล็อกเสื้อได้แน่น เพราะหัวซิปบังคับฟันให้ขบกันทีละซี่
รอยค้อนนับหมื่นบนบาตรพระ เหตุใดเหล็กบางจึงแข็งและอยู่ทรงได้
บ่อน้ำมนต์ยุคกลางสะอาดจริงหรือ เมื่อศรัทธากลายเป็นแหล่งรวมจุลชีพจากปลายนิ้ว
ฟ้าผ่ากลางสนามบอล เกิดขึ้นได้จริงแค่ไหน และทำไมไม่ควรรอให้ฝนตกหนักค่อยหนี

