ลูกเป็นเด็กอินโทรเวิร์ต ไม่ได้แปลว่าต้องหลบทุกกิจกรรม วิธีช่วยให้กล้าเข้าสังคมอย่างเป็นธรรมชาติ
เด็กอินโทรเวิร์ตไม่ใช่เด็กมีปัญหา แต่ก็ไม่ควรถูกปล่อยให้หลีกหนีทุกสถานการณ์ทางสังคม
เวลาลูกบอกว่าไม่อยากไปงานวันเกิด ไม่อยากเข้าค่าย ไม่อยากเล่นกับเด็กคนอื่น หรือขออยู่เงียบ ๆ คนเดียว พ่อแม่หลายคนมักแบ่งออกเป็นสองทางสุดโต่ง บางคนพยายามบังคับให้ลูกเข้าสังคมทุกครั้งเพราะกลัวว่าจะโตไปแล้วเข้ากับใครไม่ได้ ขณะที่อีกกลุ่มกลับคิดว่าเมื่อลูกเป็นเด็กอินโทรเวิร์ตก็ควรปล่อยให้ทำทุกอย่างตามใจ เพราะนั่นคือธรรมชาติของเขา ความจริงแล้วทั้งสองแนวทางอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
คำว่า อินโทรเวิร์ต (Introvert) หมายถึงคนที่ชาร์จพลังจากการได้อยู่กับตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าเกลียดผู้คน ไม่กล้าพูด หรือเข้าสังคมไม่ได้ เด็กอินโทรเวิร์ตจำนวนมากสามารถพูดคุย ทำงานเป็นทีม และมีเพื่อนสนิทได้ เพียงแต่หลังจากใช้เวลากับคนจำนวนมาก พวกเขามักต้องการช่วงเวลาสงบเพื่อพักฟื้นพลังงาน
อย่าสับสนระหว่าง "บุคลิก" กับ "ความกลัว"
สิ่งที่พ่อแม่ควรสังเกตคือ ลูกกำลังเลือกอยู่เงียบ ๆ เพราะเป็นตัวตนของเขา หรือกำลังหลีกเลี่ยงเพราะกลัวความผิดพลาด กลัวถูกล้อ หรือไม่มั่นใจ หากทุกครั้งที่ต้องเจอคนใหม่ ลูกมีอาการกังวลมากจนร้องไห้ ปวดท้อง หรือปฏิเสธทุกกิจกรรม นั่นอาจไม่ใช่เรื่องของการเป็นอินโทรเวิร์ตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความวิตกกังวลที่ควรได้รับการช่วยเหลือ
การปกป้องลูกมากเกินไป อาจทำให้ความกลัวแข็งแรงขึ้น
เมื่อเห็นลูกไม่สบายใจ พ่อแม่ย่อมอยากช่วย แต่หากทุกครั้งที่ลูกปฏิเสธกิจกรรมแล้วผู้ใหญ่รีบยกเลิกทันที เด็กจะเรียนรู้ว่าการหลีกเลี่ยงคือวิธีทำให้ความกังวลหายไป แม้จะรู้สึกดีในระยะสั้น แต่ระยะยาวอาจทำให้ไม่กล้าลองสิ่งใหม่ และยิ่งกลัวสถานการณ์ทางสังคมมากขึ้น
• เริ่มจากกลุ่มเล็กก่อน เช่น ชวนเพื่อนสนิทมาที่บ้าน
• เตรียมข้อมูลล่วงหน้าว่าจะเจอใคร ทำอะไร และใช้เวลานานแค่ไหน
• ให้ลูกมีเวลาพักหลังจากกิจกรรม ไม่จำเป็นต้องจัดตารางแน่นทั้งวัน
• ชมความพยายามมากกว่าผลลัพธ์ แม้ลูกจะพูดคุยได้เพียงไม่กี่ประโยค
ฝึกทีละขั้น ดีกว่าผลักให้กระโดดครั้งเดียว
หากลูกไม่ชอบงานเลี้ยงใหญ่ ลองเริ่มจากร้านอาหารกับญาติไม่กี่คน หากยังไม่กล้ายกมือถามในห้องเรียน อาจเริ่มจากการพูดกับครูหลังเลิกเรียน วิธีค่อย ๆ เพิ่มระดับความท้าทายจะช่วยสร้างความมั่นใจมากกว่าการบังคับให้เผชิญสถานการณ์ที่ยากเกินไป
อีกเรื่องที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการติดป้ายว่า "ลูกเป็นเด็กขี้อาย" หรือ "ลูกไม่ชอบคน" ต่อหน้าผู้อื่น เพราะเด็กอาจซึมซับคำเหล่านั้นจนกลายเป็นภาพจำของตัวเอง การพูดว่า "ลูกกำลังใช้เวลาปรับตัว" หรือ "เดี๋ยวอีกสักพักเขาจะค่อย ๆ เข้าร่วมเอง" เป็นประโยคที่ส่งเสริมการเติบโตมากกว่า
พ่อแม่ยังสามารถเป็นแบบอย่างได้ด้วยการทักทายผู้คนอย่างสุภาพ พูดคุยกับเพื่อนบ้าน หรือแสดงให้เห็นว่าการพบปะผู้คนเป็นเรื่องปกติ เด็กเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ได้ยิน การได้เห็นผู้ใหญ่รับมือกับสถานการณ์สังคมอย่างสงบ จะช่วยให้เขาค่อย ๆ มั่นใจตามไปด้วย
เป้าหมายไม่ใช่เปลี่ยนลูกให้เป็นคนชอบเข้าสังคม แต่คือให้เขาใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมั่นใจ
เด็กอินโทรเวิร์ตไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนพูดเก่งที่สุดในห้อง หรือเป็นศูนย์กลางของทุกงาน สิ่งที่ควรได้รับคือโอกาสในการฝึกทักษะสังคมทีละน้อย จนสามารถพูดคุย ขอความช่วยเหลือ ทำงานร่วมกับผู้อื่น และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องฝืนตัวเองตลอดเวลา เมื่อพ่อแม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างการเคารพบุคลิกของลูกกับการปล่อยให้ความกลัวเป็นผู้กำหนดชีวิต การเติบโตของเด็กก็จะสมดุลทั้งด้านอารมณ์และสังคมมากขึ้น
8 รถไฟท่องเที่ยวที่แพงที่สุดในโลก ข้างในตกแต่งเหมือนพระราชวังเคลื่อนที่
"ฮาวี แมนเดล" ยกให้ "เนเน่ รอยัล" เป็นร็อกสตาร์ระดับโลก ขณะที่ America's Got Talent ซีซัน 21 เดินเข้าสู่รอบไลฟ์โชว์
7 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง
5 ประเภทสินเชื่อที่ต้องระวัง ก่อนภาระผ่อนกลายเป็นกับดักหนี้
รวมเลขที่เคยออกบ่อยที่สุด งวด 1 กันยายน 69 ย้อนหลัง 29 ปี
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
เปิดเรื่องราวเสาชิงช้า สัญลักษณ์สีแดงที่อยู่คู่กรุงเทพฯ กว่า 200 ปี
เลขที่ไม่เคยออก 1 กันยายน ย้อนหลัง 20 ปี มีตัวไหนบ้าง
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เจอช้างป่าระยะประชิด อย่าทำ 5 อย่างนี้เด็ดขาด
สวนสยามเปิดโปรคนทำงานเที่ยวสวนน้ำฟรี 25 ส.ค.–6 ก.ย. 69: ใครใช้สิทธิ์ได้ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
สถิติหวยสัญจรย้อนหลัง นักเสี่ยงโชคไม่พลาดส่อง"เลขเด็ดงวดนี้"1/9/69
“เจด ยอร์ก” เจ้าของ 49ers ถูกจับคดีซื้อบริการทางเพศ ศาลปรับกว่า 3.7 หมื่นบาท NFL จ่อสอบพฤติกรรม
