มนต์เสน่ห์แห่งมาทามาทา จากทุ่งหญ้าชนบทสู่อาณาจักร “ฮอบบิทัน” แห่งนิวซีแลนด์
หากพูดถึงประเทศที่ธรรมชาติและโลกแห่งจินตนาการสามารถหลอมรวมเข้าด้วยกันได้อย่างแนบเนียน “นิวซีแลนด์” คงเป็นหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาสูง ทะเลสาบสีฟ้า ป่าไม้เก่าแก่ และทุ่งหญ้าสีเขียวทอดยาวจนสุดสายตา แต่บนเกาะเหนือของประเทศ ยังมีเมืองชนบทเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงชุมชนเกษตรกรรมอันเงียบสงบ ก่อนจะกลายเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางและผู้หลงใหลโลกแฟนตาซีจากทั่วทุกมุมโลก
เมืองแห่งนั้นมีชื่อว่า “มาทามาทา” หรือ Matamata เมืองเล็กในเขตไวกาโต ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากแนวเทือกเขาไคไม ภูมิประเทศรอบเมืองเต็มไปด้วยเนินเขากลมมน ทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ และฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ เมื่อมองออกไปจากถนนสายชนบท จะเห็นฝูงแกะและวัวกระจายตัวอยู่ท่ามกลางผืนหญ้าสีเขียวสด ราวกับฉากหลังของภาพวาดทิวทัศน์ชนบทที่มีชีวิต
แม้มาทามาทาจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากภาพยนตร์ แต่เดิมเมืองนี้เป็นศูนย์กลางเกษตรกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะการเลี้ยงโคนม การเพาะพันธุ์ม้าแข่งสายพันธุ์แท้ และการฝึกม้า พื้นที่โดยรอบมีฟาร์มม้าชั้นนำหลายแห่ง จนชื่อของมาทามาทาเป็นที่รู้จักในวงการเพาะพันธุ์ม้าของประเทศมายาวนาน ความอุดมสมบูรณ์ของดินและอากาศที่เหมาะสมทำให้ทุ่งหญ้าในบริเวณนี้สามารถเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมีคุณภาพ กลายเป็นรากฐานสำคัญของวิถีชีวิตคนท้องถิ่นก่อนที่โลกภาพยนตร์จะเดินทางมาถึง
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เมื่อทีมงานของผู้กำกับชาวนิวซีแลนด์ ปีเตอร์ แจ็กสัน ออกเดินทางค้นหาสถานที่สำหรับสร้าง “เดอะไชร์” ดินแดนบ้านเกิดของเหล่าฮอบบิทในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings พวกเขาต้องการพื้นที่ซึ่งมีเนินเขาสีเขียว ต้นไม้ใหญ่ ลำธาร และภูมิทัศน์ชนบทที่ดูสงบจนแทบไม่ปรากฏร่องรอยของโลกสมัยใหม่
ระหว่างการสำรวจทางอากาศ ทีมงานได้พบกับฟาร์มของครอบครัวอเล็กซานเดอร์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้มาทามาทา ฟาร์มแห่งนี้มีภูมิประเทศตรงกับภาพของเดอะไชร์ในจินตนาการแทบทุกประการ ทั้งเนินเขาโค้งมน ทะเลสาบเล็ก ๆ ทุ่งหญ้ากว้าง และต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่ ที่สำคัญคือบริเวณโดยรอบแทบไม่มีเสาไฟฟ้า อาคารสูง หรือถนนใหญ่ให้เห็น จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างโลกแฟนตาซีที่ดูเหมือนแยกออกจากอารยธรรมของมนุษย์
ไม่นานนัก ทุ่งเลี้ยงแกะธรรมดาก็เริ่มเปลี่ยนโฉม ทีมงานจำนวนมากเข้ามาสร้างถนน สะพาน โรงสี สวน และบ้านฮอบบิทซึ่งเจาะเข้าไปตามเนินดิน บ้านแต่ละหลังมีประตูกลมสีสันสดใส หน้าต่างขนาดเล็ก รั้วไม้ ตู้จดหมาย และสวนผักที่จัดวางอย่างพิถีพิถัน แม้รายละเอียดบางอย่างจะปรากฏบนจอเพียงไม่กี่วินาที แต่ทุกมุมก็ถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้ชมเชื่อว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีเหล่าฮอบบิทอาศัยอยู่จริง
ฉากฮอบบิทันถูกใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ไตรภาค The Lord of the Rings ก่อนที่โครงสร้างจำนวนมากจะถูกรื้อถอนตามข้อตกลงเดิม อย่างไรก็ตาม ความนิยมของภาพยนตร์ทำให้ผู้คนเริ่มเดินทางมาที่ฟาร์มเพื่อชมสถานที่ซึ่งเคยใช้ถ่ายทำ แม้ในเวลานั้นจะเหลือเพียงร่องรอยของบ้านฮอบบิทบางส่วนก็ตาม
เมื่อปีเตอร์ แจ็กสันกลับมาสร้างภาพยนตร์ไตรภาค The Hobbit ในปี 2009 ฉากหมู่บ้านจึงถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง คราวนี้ครอบครัวอเล็กซานเดอร์และทีมผู้สร้างตกลงใช้วัสดุถาวรมากขึ้น เพื่อเก็บรักษาสถานที่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลังการถ่ายทำ ปัจจุบันฮอบบิทันมีบ้านฮอบบิทที่ได้รับการสร้างและดูแลอย่างถาวรจำนวน 44 หลัง กระจายตัวอยู่ตามเนินเขาภายในพื้นที่ขนาดประมาณ 12 เอเคอร์
บ้านแต่ละหลังไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือนกันทั้งหมด บางหลังมีประตูสีเขียว สีเหลือง สีฟ้า หรือสีแดง ขณะที่บริเวณหน้าบ้านก็ถูกตกแต่งให้สะท้อนบุคลิกและอาชีพของเจ้าของบ้านในจินตนาการ เช่น บ้านของคนทำขนม บ้านชาวประมง บ้านคนเลี้ยงผึ้ง หรือบ้านของผู้ทำชีส บางมุมมีเสื้อผ้าตัวจิ๋วตากอยู่บนราว บางมุมวางฟักทอง รถเข็น ตะกร้าผลไม้ และเครื่องมือทำสวนเอาไว้ ราวกับเจ้าของบ้านเพิ่งเดินออกไปทำธุระและอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ
แลนด์มาร์กสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งคือ “แบ็กเอนด์” บ้านของบิลโบและโฟรโด แบ็กกินส์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูงเหนือหมู่บ้าน ประตูสีเขียวกลมและต้นไม้ใหญ่เหนือหลังคากลายเป็นภาพที่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกจดจำได้ทันที จากบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวสามารถมองลงไปเห็นหมู่บ้าน ลำธาร โรงสี และทุ่งหญ้าที่แผ่กว้างอยู่เบื้องล่าง
อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งไม่ควรพลาดคือสะพานหินและโรงสีที่ตั้งอยู่ริมลำธาร เส้นทางเดินจะพาผู้มาเยือนข้ามสะพานไปยัง “โรงเตี๊ยมเดอะกรีนดรากอน” หรือ The Green Dragon Inn ซึ่งได้รับการสร้างขึ้นให้มีบรรยากาศเหมือนโรงเตี๊ยมของเหล่าฮอบบิททั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นหลังคามุงจาก เตาผิง โต๊ะไม้ หน้าต่างทรงกลม และแสงไฟสีอบอุ่น
เดอะกรีนดรากอนเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2012 และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ในฐานะส่วนหนึ่งของทัวร์ฮอบบิทัน ภายในมีเครื่องดื่มสูตรพิเศษของสถานที่ให้ลิ้มลอง ทำให้การเดินทางไม่ได้จบลงแค่การชมฉาก แต่คล้ายกับการได้เข้าไปนั่งพักอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งมิดเดิลเอิร์ธจริง ๆ
ปัจจุบันการเข้าชมฮอบบิทันต้องเดินทางพร้อมทัวร์นำชม ผู้มาเยือนจะได้รับฟังเบื้องหลังการถ่ายทำ เทคนิคการสร้างฉาก และเรื่องราวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามบ้านแต่ละหลัง สิ่งที่พิเศษยิ่งขึ้นคือ ทัวร์ในปัจจุบันยังรวมการเข้าไปสำรวจภายในบ้านฮอบบิทบนถนนแบ็กช็อตโรว์ด้วย จากเดิมที่บ้านส่วนใหญ่เป็นเพียงฉากด้านหน้า นักท่องเที่ยวจึงสามารถสัมผัสห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว และข้าวของขนาดพอดีกับชาวฮอบบิทได้อย่างใกล้ชิด
ความงดงามของฮอบบิทันไม่ได้เกิดจากบ้านหลังเล็กและประตูกลมเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการดูแลภูมิทัศน์อย่างต่อเนื่อง สวนดอกไม้ พืชผัก พุ่มไม้ และต้นไม้จำนวนมากเป็นของจริง ทีมดูแลสวนต้องทำงานตลอดทั้งปีเพื่อให้หมู่บ้านดูเหมือนมีชีวิตอยู่เสมอ ดอกไม้จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ขณะที่สวนผักและผลไม้ก็ได้รับการปลูกและเก็บเกี่ยวจริง จึงไม่น่าแปลกใจที่สถานที่แห่งนี้จะยังคงดูสดใหม่ แม้ภาพยนตร์เรื่องแรกจะเข้าฉายมานานหลายสิบปีแล้ว
เสน่ห์อีกด้านหนึ่งของมาทามาทาคือ ตัวเมืองไม่ได้พยายามเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่จนสูญเสียความเป็นชนบท แม้ฮอบบิทันจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เมื่อออกจากพื้นที่ถ่ายทำ ผู้มาเยือนยังคงได้พบกับร้านกาแฟเล็ก ๆ ถนนที่เงียบสงบ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และบรรยากาศเป็นกันเองของชุมชนท้องถิ่น
บริเวณใจกลางเมืองมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว Matamata i-SITE ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้มีลักษณะคล้ายประตูทางเข้าสู่หมู่บ้านฮอบบิท ตัวอาคารใช้หลังคาลาดต่ำ โครงไม้ และรายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงสถาปัตยกรรมในโลกมิดเดิลเอิร์ธ จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมและเป็นสถานที่ต้อนรับผู้มาเยือนก่อนออกเดินทางไปยังฮอบบิทัน อย่างไรก็ตาม อาคารแห่งนี้เป็นศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ไม่ใช่สถานีรถไฟมาทามาทาตามที่บางข้อมูลบนโลกออนไลน์ระบุไว้
มาทามาทาจึงเป็นมากกว่าสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เพราะความมหัศจรรย์ของที่นี่เกิดจากภูมิประเทศจริงซึ่งงดงามอยู่ก่อนแล้ว โลกของฮอบบิทไม่ได้ถูกสร้างขึ้นกลางสตูดิโอหรือบนพื้นคอนกรีต แต่เติบโตขึ้นท่ามกลางฟาร์มแกะ ทุ่งหญ้า และเนินเขาของไวกาโต จนบางครั้งยากจะแยกออกว่า ส่วนใดเกิดจากฝีมือมนุษย์และส่วนใดเป็นผลงานของธรรมชาติ
สำหรับแฟนภาพยนตร์ การเดินเข้าสู่ฮอบบิทันอาจให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวข้ามประตูเข้าสู่โลกในวัยเด็ก แต่แม้คนที่ไม่เคยชม The Lord of the Rings หรือ The Hobbit มาก่อน ก็ยังสามารถหลงใหลไปกับสวนดอกไม้ บ้านหลังจิ๋ว และความสงบของชนบทนิวซีแลนด์ได้ไม่ยาก
จากฟาร์มธรรมดาซึ่งครั้งหนึ่งมีเพียงฝูงแกะและวัวเดินเล็มหญ้า วันนี้มาทามาทาได้กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกแห่งจินตนาการ และพิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งสถานที่ในเทพนิยายก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ไกลเกินเอื้อม เพราะบนเนินเขาสีเขียวแห่งหนึ่งในนิวซีแลนด์ ประตูกลมของบ้านฮอบบิทยังคงเปิดรอต้อนรับนักเดินทางให้มาร่วมออกผจญภัยอยู่เสมอ
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
เบื้องหลังรอยฉีกเป็นแฉกของฟอยล์แผงยา ทำไมบางนิดเดียวแต่กลับปิดผนึกได้แน่นมาก
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
6 ห้างดังในความทรงจำเด็กยุค 90 กรุงเทพฯ–ปริมณฑล
ความลับใต้รอยสัก ที่แท้คือร่องรอยของเม็ดเลือดขาวนับล้านใต้ผิวหนัง
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
ทำไม "ขวดซอสมะเขือเทศ" ถึงต้องคว่ำฝาไว้?
10 อันดับเลเด็ด หวยงวด 16 สิงหาคม 2569: รวมเลดังแม่จำเนียร เลมงคลวันแม่ และแนวทางเศรษฐีใหม่แบบจัดเต็ม
Wi-Fi ฟรีที่ร้านกาแฟ อาจไม่ใช่ของร้านก็ได้ เรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้
รู้ไหมว่ากล่องนม UHT บางๆ ซ่อนเกราะป้องกันถึง 6 ชั้นจนเก็บได้นานหลายเดือน
ฝันเห็นผู้เฒ่ามอบสร้อยทองให้ ก่อนงวด 16 ส.ค. 69 — ตีนิมิตผสมเลขศาสตร์และการขอพร
เผยสถิติการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69
เบื้องหลังรอยฉีกเป็นแฉกของฟอยล์แผงยา ทำไมบางนิดเดียวแต่กลับปิดผนึกได้แน่นมาก
ความลับใต้รอยสัก ที่แท้คือร่องรอยของเม็ดเลือดขาวนับล้านใต้ผิวหนัง
ทำไม "ขวดซอสมะเขือเทศ" ถึงต้องคว่ำฝาไว้?
หินขัดส้นเท้า ก้อนเบา ที่แท้ คือ โฟมแก้ว จากลาวาภูเขาไฟ ซึ่งเต็มไปด้วย ฟองก๊าซ จิ๋ว
ทำไมตาข่ายบางเฉียบในหน้ากากเอ็นเก้าสิบห้าจึงดักฝุ่นเล็กกว่าช่องว่างได้
ทำไมกระจกนิรภัยแตกทั้งบาน แต่กลับกลายเป็นเม็ดเล็กแทนคมมีด
ประเทศที่ชอบทานข้าวเหนียวดำของไทยมากที่สุดในโลก มีประเทศไหนบ้าง?

