หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"รถเจ๊ก" ในกรุงเทพฯ ยุคที่คนยังต้องวิ่งลากคนกลางถนน

เขียนโดย davin

เรื่องเล่า "รถเจ๊ก" ในกรุงเทพฯ ยุคที่คนยังต้องวิ่งลากคนกลางถนน

        ถ้าลองย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณร้อยกว่าปีก่อน ถนนหลายสายในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์อย่างทุกวันนี้ แต่กลับก้องไปด้วยเสียงก้าวเท้าเปล่าของชายร่างผอมเกร็งที่กำลังออกแรงวิ่งสุดกำลัง สองมือจับคานไม้เพื่อลากรถสองล้อพาผู้โดยสารไปส่งยังจุดหมาย สิ่งนั้นคือ "รถลาก" หรือที่คนสมัยนั้นนิยมเรียกว่า "รถเจ๊ก" ยานพาหนะยอดฮิตที่เคยเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในพระนคร

จุดเริ่มต้นของรถลากในเมืองสยาม

        รถลากเริ่มถูกนำเข้ามาในสยามช่วงปี พ.ศ. 2417 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกลุ่มพ่อค้าที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ในยุคที่กรุงเทพฯ เพิ่งเริ่มตัดถนนใหม่ๆ ยังไม่มีรถเมล์หรือรถราง การเดินทางไกลในเมืองยังเป็นเรื่องลำบาก พอมีรถลากเข้ามาให้บริการ คนกรุงเทพฯ ก็หันมานิยมใช้กันอย่างรวดเร็ว เพราะเรียกง่าย นั่งสบาย แถมยังสามารถวิ่งเข้าตรอกซอกซอยเล็กๆ ได้อย่างคล่องตัว

        ความนิยมนี้เติบโตเร็วมากจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2444 รัฐบาลสยามต้องออกกฎหมายและข้อบังคับขึ้นมาจัดระเบียบโดยเฉพาะ ทั้งการจดทะเบียนรถ การจัดเก็บภาษี รวมถึงการวางกติกาการวิ่งบนท้องถนน ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่ารถลากได้กลายเป็นระบบขนส่งมวลชนอย่างเป็นทางการไปแล้ว

เบื้องหลังคานไม้กับชีวิตของแรงงานจีนอพยพ

        ผู้คนที่ทำอาชีพรับจ้างลากรถเกือบทั้งหมด คือกลุ่มชาวจีนที่เพิ่งเสื่อผืนหมอนใบอพยพเข้ามาหางานทำในสยาม พวกเขาไม่มีที่ดิน ไม่มีเงินทุน มีเพียงสองขาและแรงกายติดตัว งานลากรถจึงกลายเป็นทางรอดเดียวในการประทังชีวิต

        แต่การทำงานนี้ไม่ได้ง่ายเลย รถลากส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นของคนลากเอง พวกเขาต้องไปเช่ารถจากเจ้าของเป็นรายวัน นั่นหมายความว่าทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา พวกเขาก็มีหนี้ค่าเช่าติดตัวแล้ว ต้องวิ่งลากรถหาเงินให้ได้คุ้มค่าเช่าก่อน ถึงจะมีเงินเหลือเป็นค่าน้ำค่าข้าวของตัวเอง ภาพของชายคนหนึ่งวิ่งเท้าเปล่ากลางแดดร้อนจัดหรือฝนตกหนัก เพื่อลากคนอีกคนหนึ่งที่นั่งสบายอยู่ด้านหลัง จึงกลายเป็นภาพชินตาตามหัวถนนทั่วกรุงเทพฯ

เหตุผลที่คนสยามสั่งเลิก "คนลากคน"

        รถลากรับใช้คนกรุงเทพฯ อยู่หลายสิบปี จนกระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สังคมไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยตามแบบอารยประเทศ ทัศนคติของผู้คนต่อภาพบนท้องถนนก็เริ่มเปลี่ยนไป ภาพของมนุษย์ที่ต้องใช้แรงงานวิ่งลากมนุษย์ด้วยกันกลางถนน ถูกนำมาตั้งคำถามว่าเหมาะสมกับหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือไม่

        จนกระทั่งช่วงปี พ.ศ. 2476 เมื่อมีการคิดค้น "สามล้อถีบ" ขึ้นมา ซึ่งเปลี่ยนจากการวิ่งลากมาเป็นการนั่งปั่นจักรยานแทน สังคมมองว่าเป็นรูปแบบที่ดูมีอารยะมากกว่า รัฐบาลในยุคนั้นจึงเริ่มวางมาตรการเลิกรถลากอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2478 โดยห้ามจดทะเบียนรถคันใหม่ และปล่อยให้รถคันเก่าค่อยๆ หมดอายุการใช้งานไปตามเวลา

มรดกทางวิถีชีวิตที่กลายร่างเป็นตุ๊กตุ๊ก

        การหายไปของรถลากไม่ได้เกิดจากความล้าสมัยทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคุณค่าในใจของคนในสังคมที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม วิถีการเดินทางด้วยยานพาหนะขนาดเล็กก็ไม่ได้สูญหายไปไหน เพราะสามล้อถีบที่มาแทนที่รถลาก ได้ถูกนำมาติดเครื่องยนต์ในเวลาต่อมาช่วงปี พ.ศ. 2503 จนกลายมาเป็น "รถตุ๊กตุ๊ก" ยานพาหนะยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกหลงใหลในปัจจุบัน

        เรื่องราวของ "รถเจ๊ก" หรือรถลากแบบจีน จึงไม่ได้เป็นแค่ประวัติศาสตร์ของยานพาหนะที่เคยวิ่งบนถนนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นบันทึกทางสังคมที่สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คน ซึ่งเลือกที่จะปฏิเสธภาพการใช้แรงงานมนุษย์อย่างยากลำบาก แล้วพัฒนาต่อยอดจนกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทางที่มีเอกลักษณ์ของไทยมาจนถึงทุกวันนี้

เนื้อหาโดย: davin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
davin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 95 ครั้ง
เขียนโดย davin
นักเขียนอิสระเน้นวิเคราะห์ความเชื่อ วัฒนธรรม คติชนวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ และสิ่งที่สนใจส่วนตัว เน้นเข้าใจง่าย ทันต่อสถานการณ์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: famai, projor007, goldfish13, Freya Rune, kyogisa, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามงานนี้ต้องเคลียร์! “รุทธพล” สั่ง DSI เช็กปมเว็บพนันสามี “ไอเดียร์” ย้ำมีหลักฐานให้ร้องทุกข์พื้นที่ไหนไรเดอร์รับงานได้มากสุดและค่ารอบแพงที่สุด เปิดตัวเลขกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเมืองงานแน่น3 ความขัดแย้งโลก หากขยายวงจะกระทบพลังงาน อาหาร และชีวิตคนอย่างไร5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยทวงหนี้แบบไหนผิดกฎหมาย? เปิดข้อจำกัดที่เจ้าหนี้ควรรู้จบปมดราม่า! เพจประชาสัมพันธ์ชัยนาทขอโทษ หลังโพสต์ “ยายลุยน้ำซื้อน้ำปลา” หนุ่ม กรรชัย ถามกลับแรงเปิดกฎหมายเกี่ยวกับการบันทึกเสียง ถ่ายคลิป และนำไปเผยแพร่ รู้ไว้ก่อนโพสต์รู้หรือไม่? การถ่ายภาพเอกสารราชการบางประเภทต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเอกสารไว้บนมือถือก็อาจมีข้อมูลสำคัญกว่าที่คิดเปิดข้อห้ามเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ ดื่มตรงไหนต้องระวัง รู้ไว้ก่อนเสียค่าปรับ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
งานนี้ต้องเคลียร์! “รุทธพล” สั่ง DSI เช็กปมเว็บพนันสามี “ไอเดียร์” ย้ำมีหลักฐานให้ร้องทุกข์ทวงหนี้แบบไหนผิดกฎหมาย? เปิดข้อจำกัดที่เจ้าหนี้ควรรู้เตือนคนทำงานออฟฟิศ! “Office Syndrome” ไม่ใช่แค่ปวดคอบ่าไหล่ แต่ทำไมถึงทำให้ “เวียนหัว ตาพร่า หายใจไม่อิ่ม”?3 ความขัดแย้งโลก หากขยายวงจะกระทบพลังงาน อาหาร และชีวิตคนอย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ฮิลใจ จิตวิทยา นานาสาระพัน
ประวัติศาสตร์ "ผ้ากำมะหยี่" จากกฎหมายควบคุมชนชั้นสู่มรดกความหรูหราแห่งยุคเรเนซองส์เที่ยวบินพาณิชย์ที่สั้นที่สุดในโลก: การเดินทางเพียง 90 วินาทีที่เชื่อมโยงผู้คนบนหมู่เกาะสก็อตแลนด์กำเนิดสีกากี: บทเรียนเลือดที่เปลี่ยนเครื่องแบบทหารทั่วโลกทำไมครั้งหนึ่งในยุโรป "ผ้าลูกไม้" ถึงมีมูลค่าสูงกว่าทองคำ?
ตั้งกระทู้ใหม่