เปิดกฎหมายเกี่ยวกับการบันทึกเสียง ถ่ายคลิป และนำไปเผยแพร่ รู้ไว้ก่อนโพสต์
ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือสามารถบันทึกเสียง ถ่ายภาพ และถ่ายวิดีโอได้ตลอดเวลา หลายคนจึงใช้มือถือเป็นทั้งกล้องและเครื่องบันทึกเหตุการณ์ โดยเฉพาะเวลาพบเหตุการณ์ผิดปกติ การทะเลาะวิวาท การซื้อขายสินค้า หรือการติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ
แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ การบันทึกไว้เป็นหลักฐาน กับ การนำไฟล์นั้นไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การมีคลิปอยู่ในโทรศัพท์ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปโพสต์ลง Facebook, TikTok, YouTube หรือกลุ่มแชตได้โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะในคลิปอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือเนื้อหาที่กระทบสิทธิของบุคคลอื่น
1. การถ่ายติดคนอื่นไม่ได้แปลว่าผิดทันที
การเดินทางไปสถานที่สาธารณะแล้วถ่ายภาพหรือวิดีโอ หากมีคนอื่นติดอยู่ในภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายทันที
สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อคือ ถ่ายเพื่ออะไร ถ่ายอย่างไร และนำภาพไปใช้ที่ไหน
ตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพบรรยากาศในงานที่มีคนจำนวนมากแล้วมีบุคคลอื่นติดอยู่ในภาพ อาจแตกต่างจากการตั้งกล้องเจาะจงไปที่บุคคลคนหนึ่งแล้วนำภาพพร้อมข้อมูลส่วนตัวของเขาไปเผยแพร่เพื่อประจาน
ดังนั้นคำว่า “ถ่ายได้หรือไม่ได้” จึงต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นกรณี ๆ ไป
2. ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานกับโพสต์ประจานไม่เหมือนกัน
สมมติว่ามีเหตุทะเลาะวิวาท การถูกทำร้าย หรือการโต้เถียงระหว่างคู่กรณี การบันทึกวิดีโอเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานอาจมีวัตถุประสงค์แตกต่างจากการนำคลิปไปโพสต์พร้อมข้อความกล่าวหาบุคคลในคลิป
การเผยแพร่ต่อสาธารณะอาจสร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่ถูกบันทึก โดยเฉพาะหากข้อความประกอบคลิปทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาหรือข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ระบุว่าการเผยแพร่เนื้อหาที่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นอาจก่อให้เกิดความรับผิดของผู้เผยแพร่ได้ ("royalthaipolice.go.th" (https://www.royalthaipolice.go.th/th/website-policy))
3. เสียงก็เป็นข้อมูลที่ต้องระวัง
หลายคนระมัดระวังเฉพาะตอนถ่ายภาพ แต่ลืมว่า เสียงสนทนา ก็สามารถเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากสามารถเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่ระบุตัวได้
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอธิบายว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลครอบคลุมการเก็บรวบรวม บันทึก จัดเก็บ ใช้ ส่ง โอน เผยแพร่ หรือเปิดเผยข้อมูลด้วย ("pdpc.or.th" (https://gppc.pdpc.or.th/privacy-policy/page/2/))
ดังนั้นการบันทึกเสียงการสนทนาแล้วนำไฟล์ไปเผยแพร่ต่อ จึงควรพิจารณาเรื่องวัตถุประสงค์และสิทธิของบุคคลที่ถูกบันทึกด้วย
4. PDPA ไม่ได้แปลว่า “ห้ามถ่ายทุกอย่าง”
ประเด็นนี้เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA ไม่ได้กำหนดว่าการถ่ายภาพบุคคลทุกครั้งต้องขอความยินยอมก่อนเสมอไป แต่ต้องดูว่าการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้นเข้าข่ายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ และมีฐานทางกฎหมายรองรับหรือไม่
นอกจากนี้ กฎหมายยังมีข้อยกเว้นสำหรับการดำเนินการโดยบุคคลหรือนิติบุคคลที่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวเท่านั้น ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
เพราะฉะนั้นการถ่ายรูปครอบครัวเก็บไว้ส่วนตัวกับการนำภาพบุคคลอื่นไปโพสต์สาธารณะจึงไม่ควรถูกนำมาเปรียบเทียบว่าเป็นกรณีเดียวกัน
5. ถ้าคลิปมีเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลสำคัญ ต้องระวังมากขึ้น
ปัญหาจะชัดเจนขึ้นเมื่อในคลิปมีข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ เอกสารราชการ หรือข้อมูลทางการเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติอธิบายว่าข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่สามารถทำให้ระบุตัวบุคคลได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม และการ “เผยแพร่หรือเปิดเผย” ก็ถือเป็นการประมวลผลข้อมูลเช่นกัน ("royalthaipolice.go.th" (https://www.royalthaipolice.go.th/th/privacy-policy))
ดังนั้น หากต้องนำคลิปเหตุการณ์มาเผยแพร่เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ควรพิจารณาปิดบังข้อมูลที่ไม่จำเป็นก่อน เช่น เบลอใบหน้า ทะเบียนรถ เอกสาร หรือข้อมูลติดต่อ
6. คลิปจากกล้องวงจรปิดยิ่งต้องระวัง
ภาพจากกล้องวงจรปิดอาจมีข้อมูลของบุคคลจำนวนมาก ทั้งใบหน้า รูปร่าง การเดินทาง และพฤติกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง
หากเป็นเจ้าของร้าน บริษัท โรงพยาบาล โรงเรียน หรือหน่วยงานที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด การนำภาพจากระบบไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตไม่ควรทำโดยคิดว่า “เป็นกล้องของเรา จึงโพสต์ได้”
ผู้ควบคุมข้อมูลต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลและการเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุถึงการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลภายใต้หลักเกณฑ์ของ PDPA และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ("royalthaipolice.go.th" (https://www.royalthaipolice.go.th/th/privacy-policy))
7. การนำคลิปไปกล่าวหาคนอื่นอาจมีความเสี่ยงเรื่องหมิ่นประมาท
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ ข้อความประกอบคลิป
แม้ตัวคลิปจะเป็นเหตุการณ์จริง แต่ถ้านำไปโพสต์พร้อมข้อความที่กล่าวหาบุคคลอื่นจนทำให้บุคคลที่สามเข้าใจว่าเจ้าตัวเป็นคนไม่ดีหรือกระทำความผิด ก็อาจมีประเด็นเรื่องความผิดฐานหมิ่นประมาทได้
โดยเฉพาะการโพสต์ในพื้นที่สาธารณะหรือโซเชียลมีเดียที่มีคนจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้ ความเสี่ยงทางกฎหมายยิ่งต้องพิจารณาอย่างละเอียด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเองมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้และเผยแพร่เนื้อหาที่อาจละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น และกฎหมายไทยยังมีความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาในบางกรณี ("lawforasean.krisdika.go.th" (https://lawforasean.krisdika.go.th/File/files/Anti-Bullying%20Laws.pdf))
8. คลิปเหตุการณ์อาจใช้เป็นหลักฐานได้ แต่ไม่จำเป็นต้องโพสต์ลงโซเชียล
หากจุดประสงค์คือการแจ้งความหรือร้องเรียน วิธีที่ปลอดภัยกว่าการโพสต์สาธารณะคือ เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้และส่งให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามช่องทางที่กำหนด
เพราะการเผยแพร่ต่อสาธารณะไม่ได้เป็นเงื่อนไขว่าหลักฐานจะมีน้ำหนักมากขึ้นเสมอไป
ในหลายกรณี สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเก็บไฟล์ต้นฉบับ วันเวลา สถานที่ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเอาไว้ให้ครบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของคลิปได้
9. หากจำเป็นต้องโพสต์ ควรลดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
ถ้าการเผยแพร่คลิปมีเหตุผลที่เหมาะสมและสามารถทำได้ตามกฎหมาย ควรเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
วิธีที่ควรพิจารณา เช่น
เบลอใบหน้าบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
ปิดเลขบัตรประชาชนและเอกสารราชการ
ปิดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
เบลอทะเบียนรถเมื่อไม่จำเป็นต้องเปิดเผย
ตัดเสียงสนทนาส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง
หลีกเลี่ยงข้อความกล่าวหาที่เกินกว่าข้อเท็จจริงในคลิป
แนวทางเหล่านี้ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลของบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น
10. อย่าคิดว่าโพสต์ในกลุ่มปิดแล้วไม่มีความเสี่ยง
อีกความเข้าใจผิดคือ “ไม่ได้โพสต์สาธารณะ แค่ส่งในกลุ่มไลน์ก็ไม่เป็นไร”
แต่การส่งคลิปให้บุคคลอื่นก็ยังเป็นการส่งหรือเปิดเผยข้อมูลได้ และผู้รับสามารถดาวน์โหลด บันทึกหน้าจอ หรือส่งต่อไปยังบุคคลอื่นได้
ดังนั้นก่อนส่งคลิปควรถามตัวเองว่า คนในกลุ่มจำเป็นต้องเห็นข้อมูลทั้งหมดหรือไม่
หากไม่จำเป็น การตัดข้อมูลส่วนบุคคลออกก่อนส่งย่อมลดความเสี่ยงได้มากกว่า
แล้วการอัดเสียงโดยไม่บอกอีกฝ่ายผิดหรือไม่?
ประเด็นนี้ไม่ควรตอบแบบเหมารวมว่า “ผิดทุกกรณี” หรือ “ทำได้ทุกกรณี”
ต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เช่น ใครเป็นผู้บันทึก เป็นการสนทนาของใคร บันทึกเพื่อวัตถุประสงค์อะไร มีการนำไฟล์ไปใช้หรือเปิดเผยต่อหรือไม่ และมีสิทธิหรือฐานทางกฎหมายรองรับหรือไม่
หากเป็นการบันทึกเพื่อเก็บหลักฐานเกี่ยวกับข้อพิพาท การนำไปใช้ต่อในกระบวนการร้องเรียนหรือกระบวนการยุติธรรมอาจมีบริบทแตกต่างจากการนำคลิปเดียวกันไปโพสต์ประจานบนโซเชียลมีเดีย
จึงไม่ควรใช้คำว่า “อัดเสียงได้เสมอ” หรือ “อัดเสียงไม่ได้เลย” เป็นหลักตายตัว
กฎง่าย ๆ ก่อนกดโพสต์
หากมีคลิปหรือไฟล์เสียงของบุคคลอื่น ก่อนเผยแพร่ควรตรวจสอบ 5 เรื่อง
หนึ่ง — ในคลิปมีใครบ้าง
สอง — มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหวหรือไม่
สาม — จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดหรือไม่
สี่ — ข้อความที่เขียนประกอบเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นการกล่าวหา
ห้า — หากไม่โพสต์สาธารณะ แต่ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแทน จะตอบโจทย์มากกว่าหรือไม่
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีสิทธิถ่ายหรือมีคลิปอยู่ในมือ ไม่ได้แปลว่ามีสิทธินำทุกส่วนของคลิปไปเผยแพร่ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด
การบันทึกเสียงและภาพเพื่อเก็บหลักฐานอาจมีเหตุผลหนึ่ง แต่การนำไฟล์ไปเผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ต้องพิจารณาสิทธิส่วนบุคคล PDPA ชื่อเสียง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแยกกัน
ดังนั้นก่อนกดปุ่ม “โพสต์” ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า “ถ้าไม่เปิดเผยชื่อ หน้า หรือข้อมูลส่วนตัวของคนในคลิป เรายังสามารถสื่อสารข้อเท็จจริงได้หรือไม่?” หากคำตอบคือได้ การปิดบังข้อมูลที่ไม่จำเป็นย่อมเป็นทางเลือกที่รอบคอบกว่า
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
3 ความขัดแย้งโลก หากขยายวงจะกระทบพลังงาน อาหาร และชีวิตคนอย่างไร
วางเทียบแล้วเจอ 3-6! “6 ชุดเทพ-แรงเป็นไฟ” งวด 16 ต.ค. 69
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
พื้นที่ไหนไรเดอร์รับงานได้มากสุดและค่ารอบแพงที่สุด เปิดตัวเลขกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเมืองงานแน่น
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
ทวงหนี้แบบไหนผิดกฎหมาย? เปิดข้อจำกัดที่เจ้าหนี้ควรรู้
งานนี้ต้องเคลียร์! “รุทธพล” สั่ง DSI เช็กปมเว็บพนันสามี “ไอเดียร์” ย้ำมีหลักฐานให้ร้องทุกข์
จบปมดราม่า! เพจประชาสัมพันธ์ชัยนาทขอโทษ หลังโพสต์ “ยายลุยน้ำซื้อน้ำปลา” หนุ่ม กรรชัย ถามกลับแรง
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
วางเทียบแล้วเจอ 3-6! “6 ชุดเทพ-แรงเป็นไฟ” งวด 16 ต.ค. 69
งานนี้ต้องเคลียร์! “รุทธพล” สั่ง DSI เช็กปมเว็บพนันสามี “ไอเดียร์” ย้ำมีหลักฐานให้ร้องทุกข์
ทวงหนี้แบบไหนผิดกฎหมาย? เปิดข้อจำกัดที่เจ้าหนี้ควรรู้
เตือนคนทำงานออฟฟิศ! “Office Syndrome” ไม่ใช่แค่ปวดคอบ่าไหล่ แต่ทำไมถึงทำให้ “เวียนหัว ตาพร่า หายใจไม่อิ่ม”?
🦀 รู้จัก “ปูคีรีขันธ์” ปูน้ำจืดสีสวยหนึ่งเดียวในโลก พบเฉพาะประเทศไทย
ทวงหนี้แบบไหนผิดกฎหมาย? เปิดข้อจำกัดที่เจ้าหนี้ควรรู้
เปิดข้อห้ามเกี่ยวกับบุหรี่ในสถานที่สาธารณะของไทย สูบตรงไหนเสี่ยงถูกปรับ 5,000 บาท
เปิดข้อห้ามเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ ดื่มตรงไหนต้องระวัง รู้ไว้ก่อนเสียค่าปรับ