หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เบื้องหลังเพลงชาติไทย ทำนองจากคีตกวีลูกครึ่งมอญ-เยอรมัน ที่แต่งเสร็จภายในเวลาเพียงเจ็ดวัน

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

เรื่องนี้จริงแค่ครึ่งเดียว เพลงชาติไทยไม่ได้แต่งโดย “ชาวเยอรมัน” แบบที่หลายคนเข้าใจ

คนแต่งทำนองคือ พระเจนดุริยางค์ ชื่อเดิมว่า ปิเตอร์ ไฟท์ เกิดที่พระนครในประเทศสยาม บิดาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมัน ส่วนมารดาเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ พูดให้ตรงจึงควรเรียกท่านว่า คีตกวีชาวไทยผู้มีสายเลือดมอญและเยอรมัน มากกว่าจะสรุปสั้นๆ ว่าเป็นชาวเยอรมันที่มาแต่งเพลงชาติให้ไทย เพราะชีวิต การศึกษา และการรับราชการของท่านผูกอยู่กับแผ่นดินสยามมาตั้งแต่เกิด

ความน่าสนใจไม่ได้มีแค่เรื่องเชื้อสาย แต่ยังอยู่ตรงจังหวะเวลาที่เพลงนี้ถือกำเนิดขึ้น ประเทศเพิ่งผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 บรรยากาศเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รัฐบาลใหม่ต้องการสัญลักษณ์ของชาติที่เข้ากับระบอบใหม่ และหนึ่งในสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือบทเพลงสำหรับใช้ในพิธีการของประเทศ

คำขอที่เคยปฏิเสธ กลับกลายเป็นงานที่เลี่ยงไม่ได้

ก่อนวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลวงนิเทศกลกิจเคยมาขอให้พระเจนดุริยางค์แต่งเพลงลักษณะปลุกใจคล้ายเพลงชาติฝรั่งเศส แต่ท่านไม่รับ เพราะยังไม่มีคำสั่งทางราชการ และเกรงว่าจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องการเมือง หลังวันที่ 24 มิถุนายนผ่านไปราวห้าวัน คำขอเดิมกลับมาอีกครั้ง คราวนี้แจ้งชัดว่าเป็นความต้องการของคณะผู้ก่อการ พระเจนดุริยางค์จึงรับงานพร้อมขอเวลาเจ็ดวัน

เจ็ดวันอาจฟังดูไม่น้อยถ้าเป็นเพลงทั่วไป แต่สำหรับทำนองที่จะกลายเป็นเสียงแทนประเทศทั้งประเทศ เวลานี้สั้นมาก ยิ่งผู้แต่งรู้ดีว่าทุกตัวโน้ตต้องสง่า จำง่าย บรรเลงได้ทั้งวงใหญ่และวงเล็ก และต้องไม่ฟังเหมือนเพลงรื่นเริงธรรมดา งานจึงไม่ใช่แค่คิดทำนองให้ติดหู แต่ต้องวางบุคลิกของชาติลงในบทเพลงที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งนาที

ทำนองสำคัญผุดขึ้นระหว่างนั่งรถราง ไม่ใช่ในห้องแต่งเพลงหรูหรา

ตามบันทึกของพระเจนดุริยางค์ วันหนึ่งขณะนั่งรถรางสายบางขุนพรหม–ท่าเตียนไปทำงานที่สวนมิสกวัน แนวทำนองได้ผุดขึ้นมาในหัว ท่านรีบจดโน้ตลงกระดาษกันลืม พอถึงที่ทำงานก็ตรงไปหาเปียโน ทดลองเสียง แล้วจัดแนวประสานต่อจนกลายเป็นเพลงที่พร้อมนำไปบรรเลง เรื่องนี้ทำให้ภาพกำเนิดเพลงชาติไทยต่างจากที่หลายคนจินตนาการมาก เพราะจุดเริ่มไม่ได้เกิดในพิธีใหญ่โต แต่อยู่บนรถรางท่ามกลางชีวิตประจำวันของกรุงเทพฯ ยุคเก่า

เพลงนี้ออกบรรเลงต่อสาธารณชนที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ห่างจากวันเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่ถึงสองสัปดาห์ พระเจนดุริยางค์ยังขอให้ปิดชื่อผู้แต่ง เพราะรู้ว่าการรับงานชิ้นนี้อาจทำให้ตัวเองถูกมองว่าเลือกข้างทางการเมือง แต่ชื่อกลับปรากฏในหนังสือพิมพ์อย่างรวดเร็ว จนท่านต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นสังกัด และชีวิตราชการก็ได้รับผลกระทบตามมา

ทำนองปี 2475 ยังอยู่ แต่เนื้อร้องที่เราร้องทุกวันนี้มาทีหลัง

อีกจุดที่มักจำสลับกันคือ พระเจนดุริยางค์แต่ง ทำนอง ไม่ใช่คำร้องฉบับปัจจุบัน คำร้องช่วงแรกเป็นผลงานของขุนวิจิตรมาตรา ต่อมามีการปรับอีกหลายครั้ง จนปี พ.ศ. 2482 เมื่อประเทศสยามเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทย รัฐบาลจึงจัดประกวดคำร้องใหม่ ผู้ชนะคือหลวงสารานุประพันธ์ และประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2482 ส่วนทำนองยังคงใช้ของพระเจนดุริยางค์ดังเดิม

นั่นหมายความว่า เสียงที่คนไทยคุ้นตั้งแต่หน้าเสาธงในโรงเรียน ไปจนถึงสถานีรถไฟและสวนสาธารณะ เป็นทำนองซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนขั้วอำนาจครั้งใหญ่ ผู้แต่งเป็นคนไทยที่มีพื้นฐานครอบครัวข้ามวัฒนธรรม เชี่ยวชาญทั้งดนตรีตะวันตกและการทำงานกับวงดนตรีในสยาม จึงสามารถสร้างเพลงที่ฟังเป็นสากล แต่ฝังตัวอยู่ในชีวิตคนไทยได้อย่างแนบสนิท

ถ้าจะเล่าให้แม่น ควรพูดว่า “ทำนองเพลงชาติไทยแต่งโดยคีตกวีไทยลูกครึ่งมอญ-เยอรมัน”

ประโยคนี้อาจไม่หวือหวาเท่าคำว่า ชาวเยอรมันแต่งเพลงชาติไทย แต่ตรงกับข้อเท็จจริงกว่า และยังทำให้เห็นตัวตนของพระเจนดุริยางค์ชัดขึ้น ท่านไม่ใช่คนนอกที่บังเอิญเข้ามาเขียนเพลงหนึ่งเพลง หากเป็นครูดนตรี ข้าราชการ และผู้วางรากฐานดนตรีสากลในไทย ผู้ฝากผลงานชิ้นหนึ่งไว้จนคนทั้งประเทศได้ยินพร้อมกันวันละสองครั้ง โดยคนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้เลยว่า ทำนองนั้นเริ่มจากโน้ตไม่กี่บรรทัดบนรถรางเมื่อเกือบร้อยปีก่อน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 50 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานรถน้ำมันกำลังจะเป็นตำนาน เมื่อ EV ไทยโต 70% ในปีเดียวนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังเห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
พัสดุเก็บเงินปลายทาง อย่าเพิ่งจ่าย! เช็กก่อนรับ รู้สิทธิเปิดดูของก่อนจ่ายเช็ก 8 จุดก่อนซื้อ iPhone มือสองต้อง แบต 100% ก็ยังไม่พอทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?ทำไมกระจกประตูเครื่องซักผ้าฝาหน้าถึงโค้งเข้าไปข้างใน? มันไม่ได้มีไว้แค่ให้มองเห็นผ้า
ตั้งกระทู้ใหม่