หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขควงหลุดเสี้ยววินาที จุดจบของหลุยส์ สโลติน ชายผู้จั๊กจี้หางมังกรนิวเคลียร์

เขียนโดย preechalcpd

ห้องทดลองสว่างอยู่แล้ว แต่แสงสีฟ้ากลับวาบขึ้นจนทุกคนเห็นพร้อมกัน

บ่ายวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1946 ที่ห้องทดลองลับใกล้ลอสอะลามอส รัฐนิวเม็กซิโก นักฟิสิกส์ชาวแคนาดาชื่อ หลุยส์ สโลติน กำลังสาธิตงานที่คนในวงการเรียกกันอย่างเสียวสันหลังว่า “การจั๊กจี้หางมังกร” ตรงหน้าเขาไม่ใช่เครื่องจักรใหญ่โต ไม่มีควัน ไม่มีเสียงคำราม มีเพียงแกนโลหะทรงกลมขนาดพอวางบนโต๊ะ แต่ข้างในคือพลูโทเนียมราว 6.2 กิโลกรัม วัตถุชิ้นเดียวกับที่อีกไม่นานจะได้ฉายาว่า แก่นปีศาจ

ก่อนเล่าต่อ ขอแก้ภาพจำยอดฮิตสักนิด แก่นปีศาจไม่ได้ระเบิดใส่นักวิทยาศาสตร์สองครั้ง และมันก็ไม่ได้มีชีวิตออกล่าใคร สิ่งที่เกิดขึ้นคืออุบัติเหตุภาวะวิกฤตสองเหตุการณ์ คนละวิธี คนละช่วงเวลา แต่ใช้แกนพลูโทเนียมลูกเดียวกัน เมื่อวัสดุรอบแกนสะท้อนนิวตรอนกลับเข้าไปมากเกินจุดปลอดภัย ปฏิกิริยาลูกโซ่จะพุ่งขึ้นฉับพลัน ปล่อยรังสีนิวตรอนและแกมมาออกมาในเวลาสั้นมาก สั้นจนคนในห้องแทบไม่มีโอกาสรู้ตัวก่อนรับรังสีเข้าไปแล้ว

เหยื่อคนแรกกับก้อนอิฐที่ตกผิดที่

เก้าเดือนก่อนหน้าสโลติน นักฟิสิกส์หนุ่มชื่อ แฮร์รี แด็กเลียน กำลังเรียงก้อนทังสเตนคาร์ไบด์รอบแกนพลูโทเนียม เพื่อดูว่าการสะท้อนนิวตรอนจะพาระบบเข้าใกล้ภาวะวิกฤตแค่ไหน เครื่องตรวจเริ่มเตือนว่าก้อนต่อไปอันตราย เขาจึงชะงักและพยายามถอนมือกลับ แต่ก้อนอิฐหลุดตกลงไปในตำแหน่งที่ทำให้แกนเข้าสู่ภาวะเหนือวิกฤตชั่วขณะ

แด็กเลียนรีบปัดก้อนนั้นออก แล้วต้องรื้อกองวัสดุที่ล้อมแกนอยู่ด้วยมือ การกระทำนี้หยุดปฏิกิริยาได้ แต่ร่างกายรับรังสีรุนแรงไปแล้ว เขาเสียชีวิต 25 วันถัดมา เหตุการณ์ควรเป็นสัญญาณให้ทุกคนเลิกจับงานชนิดนี้ด้วยมือเปล่าเสียที ทว่าบรรยากาศของโครงการแมนฮัตตันในเวลานั้นเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความเคยชินกับความเสี่ยง และความมั่นใจของคนที่คิดว่าตัวเองควบคุมวัตถุอันตรายได้

ครั้งที่สอง ไม่มีอะไรกั้นพลูโทเนียมกับความผิดพลาด นอกจากปลายไขควง

การสาธิตของสโลตินใช้ฝาครอบเบริลเลียมสองซีกทำหน้าที่สะท้อนนิวตรอน เขาค่อยๆ ลดฝาซีกบนลงเหนือแกน โดยใช้ไขควงสอดค้ำช่องว่างไว้ไม่ให้ฝาทั้งสองประกบกันสนิท วิธีนี้เร็วและดูคล่องมือ แต่เสี่ยงแบบฝากชีวิตไว้กับแรงข้อมือเพียงข้างเดียว ถึงขั้นมีรายงานว่าเอนรีโก แฟร์มี เคยเตือนคนที่ทำงานลักษณะนี้ว่า หากยังเล่นกับมันต่อ สักวันคงได้ตายจริงๆ

แล้วปลายไขควงก็ลื่น

ฝาเบริลเลียมหล่นครอบแกนเต็มตำแหน่ง นิวตรอนถูกสะท้อนกลับเข้าไปจนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่พุ่งสูงในเสี้ยววินาที คนในห้องเห็นแสงสีฟ้าสว่างวาบและรู้สึกคล้ายคลื่นความร้อนซัดผ่าน สโลตินใช้มือสะบัดฝาครอบออกทันที ปฏิกิริยาหยุดลงแทบจะในทันทีเช่นกัน การตอบสนองของเขาช่วยลดปริมาณรังสีที่คนอีกเจ็ดคนได้รับ โดยตัวเขายืนอยู่ใกล้แกนที่สุดและบังรังสีบางส่วนไว้ด้วยร่างกาย

แสงสีฟ้านั้นไม่ได้แปลว่าแก่นกำลังลุกไหม้เหมือนหลอดไฟ คำอธิบายที่ถูกยกขึ้นมาคือรังสีไปกระตุ้นอิเล็กตรอนในอากาศจนเกิดการปล่อยแสง อีกแนวคิดหนึ่งมองว่าผู้เห็นอาจรับรู้แสงจากผลของรังสีต่อระบบการมองเห็นโดยตรง ไม่ว่ากลไกแท้จริงจะเป็นแบบไหน คนในห้องต่างรู้ตรงกันในวินาทีนั้นว่าเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นแล้ว

เก้าวันที่หมอรู้ว่ากำลังแข่งกับสิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้

หลังอุบัติเหตุ สโลตินอาเจียนและเริ่มเจ็บมือซ้ายซึ่งอยู่ใกล้แกนมากที่สุด ช่วงแรกเขายังพูดคุยและช่วยวาดตำแหน่งยืนของแต่ละคน เพื่อให้คำนวณปริมาณรังสีที่ได้รับได้ แม้ภายนอกยังดูรู้สึกตัวดี ความเสียหายในร่างกายเดินหน้าไปแล้ว เซลล์ไขกระดูก เยื่อบุทางเดินอาหาร และเนื้อเยื่อที่แบ่งตัวเร็วถูกทำลาย เม็ดเลือดขาวลดฮวบ มีไข้ ปวดท้อง น้ำหนักลด สับสน และระบบอวัยวะค่อยๆ ล้มเหลว

คำว่า “ตัวเปื่อยสลาย” ที่มักใช้เล่ากันในอินเทอร์เน็ตฟังสะเทือนใจ แต่ไม่ใช่คำอธิบายทางการแพทย์ที่แม่นนัก สโลตินเสียชีวิตจาก กลุ่มอาการรังสีเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1946 รวมเก้าวันหลังอุบัติเหตุ อายุเพียง 35 ปี ความตายไม่ได้เกิดจากกัมมันตรังสีเกาะตัวแล้วกัดร่างแบบกรด แต่เกิดจากรังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์จำนวนมหาศาลพร้อมกัน จนร่างกายไม่มีเวลาซ่อมแซมตัวเอง

หลังสโลตินเสียชีวิต งานทดลองภาวะวิกฤตที่ลอสอะลามอสถูกเปลี่ยนครั้งใหญ่ การประกอบด้วยมือแบบยืนล้อมโต๊ะหมดยุคลง ระบบควบคุมระยะไกลและการเว้นระยะห่างถูกนำมาใช้จริงจัง ส่วนแกนพลูโทเนียมที่คนเรียกว่าแก่นปีศาจไม่ได้ถูกนำไประเบิดแก้เคล็ด มันถูกหลอมในปีเดียวกัน แล้วนำวัสดุกลับไปใช้กับแกนอื่น

เรื่องนี้จึงน่ากลัวไม่ใช่เพราะพลูโทเนียมมีคำสาป
แต่มนุษย์เก่งพอจะสร้างมันขึ้นมา และมั่นใจเกินไปว่าจะคุมมันได้ด้วยไขควงหนึ่งด้าม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดจากงานศพตัวเองถึงลักพาตัวจำลอง 5 ประสบการณ์สุดขั้วทำไมหลายคนถึงเชื่อว่า "เวลา 03:00 น." เป็นช่วงเวลาที่แปลกที่สุดของคืน?“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 97 ความเชื่อโบราณของคนไทย ที่หลายคนยังทำมาจนถึงทุกวันนี้YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวานอิสลามมองการเป็นโสดตลอดชีวิตอย่างไร ถือเป็นบาปหรือไม่?จากกุหลาบแดงถึงผู้หญิงขับรถ 5 กฎซาอุฯ ที่เปลี่ยนไปจำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิดข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิดซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดโผ 10 นักเขียนไทย ที่ขายหนังสือได้มากที่สุด10 คนดังไทย ที่มีธุรกิจส่วนตัวสร้างรายได้มหาศาลประเทศที่ยุบกองทัพไปกว่า 75 ปี แล้วพวกเขาปกป้องประเทศกันอย่างไร?เปิดรายได้ 10 คนไทย ที่ทำเงินจาก TikTok จนชีวิตเปลี่ยน
ตั้งกระทู้ใหม่