ความทรงจำกลิ่นกระดาษ ย้อนรอยวันวานที่หายไปของ "ร้านเช่าหนังสือ"
ลองนึกย้อนไปสักสิบยี่สิบปีก่อนดูสิครับ มีใครจำบรรยากาศที่เราต้องรีบปั่นจักรยานหรือเดินกึ่งวิ่งตรงดิ่งไปที่ ร้านเช่าหนังสือ แถวบ้านกันได้บ้าง ยิ่งเป็นวันศุกร์ตอนเย็นนี่บอกเลยว่าแทบจะเป็นสมรภูมิย่อมๆ เพราะถ้าเราไปช้ากว่าคนอื่น การ์ตูนเล่มโปรดหรือนิยายแปลเล่มล่าสุดที่กำลังค้างคาใจอยู่ ก็จะถูกคนอื่นสอยตัดหน้าไปต่อตา ทิ้งให้เรารอเก้อไปอีกเป็นสัปดาห์
ภาพของชั้นวางไม้สูงจรดเพดานที่อัดแน่นไปด้วยการ์ตูนตาหวาน การ์ตูนตาโต นิยายกำลังภายใน หรือหนังสือการ์ตูนค่ายดังอย่างวิบูลย์กิจ สยามอินเตอร์ฯ ที่มีปกสีสันสะดุดตา กลิ่นอายเฉพาะตัวของกระดาษเก่าผสมกระดาษใหม่ และเสียงเปิดหน้ากระดาษพั่บๆ ของคนในร้าน สิ่งเหล่านี้เคยเป็น ศูนย์รวมความสุขราคาประหยัด ของเด็กๆ และวัยรุ่นในยุคนั้นอย่างแท้จริง
แต่แล้ววันหนึ่ง...หันมามองรอบตัวอีกที ร้านโชห่วยพ่วงตู้เช่าการ์ตูนหน้าปากซอย หรือร้านตึกแถวคูหาเดียวที่เคยเปิดไฟสว่างไสวกลับกลายเป็นร้านกาแฟ คลินิก หรือไม่ก็ปิดป้ายเซ้งกิจการไปเสียแล้ว คำถามคือ ร้านเช่าหนังสือพวกนี้หายไปไหนกันหมด?
เอาเข้าจริง มันไม่ได้หายไปไหนเพราะความล้าสมัยเพียงอย่างเดียวหรอกครับ แต่เป็นเพราะ พฤติกรรมและการเสพสื่อของเราเปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ ต่างหาก การเข้ามาของสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้ความบันเทิงทุกอย่างมาอยู่ในมือเราได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วสัมผัส
ลองคิดดูว่า จากเมื่อก่อนที่เราต้องเสียค่าสมาชิก ต้องมัดจำค่าเล่ม แล้วจ่ายเงินค่าเช่าเล่มละไม่กี่บาท แถมยังต้องคอยพะวงว่าจะอ่านทันไหม จะโดนปรับค่าส่งเล่มล่าช้าหรือเปล่า พอเปลี่ยนมาเป็นยุคนี้ เรามี Webtoon, Ookbee, Meb หรือแม้กระทั่งแอปพลิเคชันอ่านการ์ตูนถูกลิขสิทธิ์มากมายที่เปิดให้เราอ่านฟรี หรือจ่ายรายเดือนในราคาที่ไม่แพง แถมอ่านตอนไหน ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลัวว่าหนังสือจะขาดหรือหน้าหาย
ประกอบกับ ต้นทุนการทำร้านหนังสือเช่า ที่สูงขึ้นสวนทางกับรายได้ ทั้งค่าเช่าที่ดิน ค่าลิขสิทธิ์หนังสือที่แพงขึ้นเรื่อยๆ และการที่สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายค่ายทยอยปิดตัวลง ทำให้วัตถุดิบหรือหนังสือเล่มใหม่ๆ ที่จะเข้าร้านเริ่มลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา เจ้าของร้านหลายคนที่เป็นคุณลุงคุณป้าที่ทำด้วยใจรัก ก็เริ่มแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว จนต้องจำใจปิดตำนานความสุขวัยเด็กของพวกเราไปอย่างน่าเสียดาย
จริงๆ แล้ว การล้มหายตายจากของร้านเช่าหนังสือไม่ได้หมายความว่าคนไทยรักการอ่านน้อยลงนะครับ เพียงแต่รูปเล่มและวิธีการเข้าถึงมันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเท่านั้นเอง ปัจจุบันเราอาจจะเห็นบางร้านที่ปรับตัวกลายเป็น คาเฟ่หนังสือ (Book Cafe) ที่เน้นขายบรรยากาศและเครื่องดื่มควบคู่ไปกับการอ่าน หรือเปลี่ยนไปขายหนังสือเก่าทางออนไลน์เพื่อจับกลุ่มนักสะสมแทน
แม้ว่าทุกวันนี้เราจะมีหน้าจอดิจิทัลที่คมชัดและสะดวกสบายแค่ไหน แต่เชื่อไหมว่า เสน่ห์ของหนังสือเล่ม กลิ่นหมึกพิมพ์ และความรู้สึกตื่นเต้นยามที่ได้พลิกหน้ากระดาษเปิดอ่านไปทีละหน้า...มันเป็นประสบการณ์เฉพาะตัวที่เทคโนโลยีแบบไหนก็ยังเลียนแบบได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ และร้านเช่าหนังสือในความทรงจำ ก็จะยังคงเป็นสถานที่พิเศษที่เคยชุบชูใจให้เด็กยุค 90s และ Y2K เติบโตมาพร้อมกับจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดอยู่เสมอครับ
บทวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และ e-Book ในประเทศไทย: ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC)
พิธีกรรายการสดรับค่าจ้างต่อวันเท่าไร?
เจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เพลงยุคนี้มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ทำไมเด็ก Gen Z ถึงหนีไปฟังแต่เพลงรุ่นพ่อรุ่นแม่กันหมด
เปิดสถิติเลขท้าย 3 ตัว งวด 1 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปี
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 กันยายน
ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69
ส่องแนวทางตัวเลข "นิตยสารเลขนำโชค" งวด 1 กันยายน 2569
เปิดชุดข้อมูลแนวทาง "บังเอิญ" 1 กันยายน 2569
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้
ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เพลงยุคนี้มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ทำไมเด็ก Gen Z ถึงหนีไปฟังแต่เพลงรุ่นพ่อรุ่นแม่กันหมด




