คนโบราณซักผ้ายังไง ก่อนมีผงซักฟอก เขาใช้อะไรซักผ้า ?
สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน ทุกวันนี้แค่โยนเสื้อผ้าลงเครื่องซักผ้า เติมผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม กดปุ่มไม่กี่ครั้งก็รอใส่เสื้อผ้าหอม ๆ ได้เลย
แต่เคยสงสัยไหมว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในยุคที่ยังไม่มีผงซักฟอก ไม่มีเครื่องซักผ้า หรือแม้แต่น้ำยาปรับผ้านุ่ม คนสมัยนั้นเขาซักผ้ากันยังไง
คำตอบคือ คนโบราณอาศัย ภูมิปัญญาจากธรรมชาติ ล้วน ๆ และหลายวิธีก็น่าทึ่งกว่าที่คิด
อย่างแรกที่นิยมมากคือ ด่างจากขี้เถ้าไม้ หลังจากหุงข้าวหรือก่อไฟแล้ว คนโบราณจะนำขี้เถ้ามาแช่น้ำ จากนั้นกรองเอาน้ำใส ๆ ที่เรียกว่า น้ำด่าง มาใช้ซักผ้า
เพราะน้ำด่างมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ สามารถช่วยละลายคราบไขมัน คราบเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ ถือเป็นต้นแบบของสารทำความสะอาดในยุคแรก ๆ เลยก็ว่าได้
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ ผลมะคำดีควาย ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านที่มีสารซาโปนิน (Saponin) อยู่ตามธรรมชาติ เพียงนำผลแห้งมาแช่น้ำหรือทุบให้แตก ก็จะเกิดฟองคล้ายสบู่
สามารถใช้ซักผ้า ล้างเส้นไหม หรือแม้แต่สระผมได้ เพราะมีความอ่อนโยน ไม่ทำลายเนื้อผ้า
อีกวิธีที่พบได้บ่อยคือ การใช้แรงตีผ้า คนสมัยก่อนมักนำผ้าไปซักริมแม่น้ำ ลำคลอง หรือบ่อน้ำ แล้วใช้ไม้ตีผ้าหรือฟาดกับแผ่นหิน
เพื่อให้คราบสกปรกหลุดออก วิธีนี้แม้จะเหนื่อย แต่ช่วยให้ผ้าสะอาดได้ดีในยุคที่ยังไม่มีเครื่องซักผ้า
สำหรับผ้าที่มีคราบหนัก เช่น คราบโคลนหรือคราบน้ำมัน บางพื้นที่จะใช้ มะนาว มะกรูด หรือมะขามเปียก มาช่วยขัด เพราะกรดธรรมชาติช่วยให้คราบหลุดง่ายขึ้น และยังช่วยลดกลิ่นอับได้อีกด้วย
ส่วนเรื่องความหอม แม้จะไม่มีน้ำยาปรับผ้านุ่มเหมือนทุกวันนี้ แต่คนโบราณก็มีวิธีของตัวเอง เช่น ตากผ้ากลางแดดจัด
เพราะแสงแดดช่วยลดกลิ่นอับและฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ บางบ้านยังนำผ้าไปเก็บรวมกับดอกไม้แห้ง ใบเตย หรือสมุนไพรหอม เพื่อให้ผ้ามีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ก่อนนำมาใช้งาน
สิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีซักผ้าแบบโบราณหลายอย่างยังถูกนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่ใช้มะคำดีควายหรือสารสกัดจากพืชแทนสารเคมี เพราะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ง่าย
แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีจะทำให้การซักผ้าสะดวกกว่าสมัยก่อนมาก แต่ภูมิปัญญาของคนโบราณก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ก่อนจะมีผงซักฟอกหรือเครื่องซักผ้า มนุษย์ก็สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่รอบตัวมาทำความสะอาดเสื้อผ้าได้อย่างชาญฉลาดไม่แพ้กัน
แหล่งอ้างอิง
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
- กรมศิลปากร
- สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ข้อมูลมะคำดีควายและสารซาโปนิน)
- ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
เขียนโดย rollwithus
ร่องลึกมาเรียนาลึกแค่ไหน? ลึกจนยอดเขาเอเวอเรสต์ยังจมหายใต้น้ำอีกกว่า 2 กิโลเมตร
พืชรั้วกินได้ 10 ชนิด ปลูกเป็นรั้วบ้านก็สวย เก็บกินได้ทุกวัน
Data Center คืออะไร? ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงแห่มาลงทุนในไทย
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
ย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่าง
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
ชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิด
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
รู้จัก Minor Food เบื้องหลังร้านดัง และความต่างระหว่างเจ้าของกับผู้บริหารแบรนด์
ทำไมสุนัขต้อนแกะถึงเก่งเหมือนอ่านใจฝูงได้? เบื้องหลังความสามารถที่ไม่ได้เกิดจากการฝึกอย่างเดียว
7 จุดสังเกต ปลั๊กพ่วงคุณภาพดี ที่หลายคนมองข้าม
รู้จัก Minor Food เบื้องหลังร้านดัง และความต่างระหว่างเจ้าของกับผู้บริหารแบรนด์
ฝันว่ารองเท้าหายหาไม่เจอ หมายถึงการเปลี่ยนงานใหม่หรือดวงกำลังตก
9 อาชีพฝีมือเก่าแก่ของไทยที่ยังมีงาน แต่คนสืบทอดน้อยลง
Why pet medication bills are often higher than owners expect
ร่องลึกมาเรียนาลึกแค่ไหน? ลึกจนยอดเขาเอเวอเรสต์ยังจมหายใต้น้ำอีกกว่า 2 กิโลเมตร
ทำไมนักบินกับผู้ช่วยนักบิน ห้ามกินอาหารเมนูเดียวกันระหว่างปฏิบัติหน้าที่
รู้จัก Minor Food เบื้องหลังร้านดัง และความต่างระหว่างเจ้าของกับผู้บริหารแบรนด์
ความจริงชวนอึ้ง! คดีล่าแม่มดซาเลม ไม่ได้เผาทั้งเป็นอย่างที่หนังชอบเล่า
เมนูพิเศษประจำวัน อาจไม่ได้พิเศษอย่างที่คิด แต่เป็นแผนจัดการวัตถุดิบของร้าน
พีชกับเนคทารีน จริงๆ แล้วคือผลไม้ชนิดเดียวกัน ต่างกันแค่ยีนที่ทำให้เปลือกมีขนหรือไม่มีขน