กลิ่นหอมที่ยังคงจดจำก่อนเรือไททานิคจมลง ปี 1912
กลิ่นหอมที่ยังคงจดจำก่อนเรือไททานิคจมลง ปี 1912
น้ำหอมสุดแพงแบรนด์เกอแลง มีน้ำหอม ที่ชื่อว่า เลอเบลอ (L’Heure Bleue) ได้ถูกนำไปใช้บนเรือไททานิคเมื่อปี 1912 เป็นน้ำหอมที่ ฌาค เกอแลง นักเคมีน้ำหอมฝรั่งเศส เพิ่งจะรังสรรค์ ออกมาเพื่อภรรยาอันเป็นที่รัก ว่ากันว่า ระดับเฟริส์ คลาส ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของ เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) โดยเกอแลง น้ำหอมที่ราคาสุดแสนจะแพงลิบลิ่ว ตามการบรรยายของผู้คนที่รอดชีวิตได้บันทึกเรื่องราวโศกนาฎกรรมเรือไททานิค ล่มเมื่อปี 1912 ได้พูดถึงกลิ่นหอมบนชั้นเฟริส์ คลาส ก่อนที่เรือจะจมลงมหาสมุทรแอตแลนติก และเหตุการณ์นี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำหอมเกอแลง ยังคงความมีระดับสินค้าหรูหรา และทำให้ผู้คนอยากสัมผัสกลิ่นเหล่านั้น
ช่วงฤดูร้อนบ่ายแก่ๆของปี 1911 ท่ามกลางบรรยายกาศลมพัดพร้อมฝุ่นละอองเล็ก ล่องลอยทั่วทุกหนแห่ง
ฌาค เกอแลง กำลังเดินเล่นกับลูกชายบนทางเดินคู่ขนานแม่น้ำแซน (แม่น้ำที่มีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศส Seine)
อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ก็จะเข้าสู่ห้วงเวลาพลบค่ำ และก็จะสิ้นสุดวันไปอีกวัน เสียงความวุ่นวายในเมืองเริ่มจะสงบลง แต่กลิ่นดอกไม้ยังคงอบอวลอยู่ตามทางเดินนั้น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เป็นสีน้ำเงินเข้มขึ้นเรื่อยๆ
นักเคมีน้ำหอมนี้ เข้าใจสถานการณ์นี้ดี ปรากฏการณ์ เรย์ลี สแครชริ่ง (Rayleign) หรือกฎการกระจายสีของเรย์ลี ปรากการณ์ ว่าท้องฟ้าทำไมถึงเป็นสีฟ้า ทำไมพระอาทิตย์ตกดินถึงเป็นสีแดง
และในเวลานี้ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเค้ากำลังผสมผสานปรากฎการณ์ธรรมชาตินี้ ให้เข้ากันอย่าน่าอัศจรรย์ “ผมรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น บรรยากาศ ความหอม นั่นคือ น้ำหอม กลิ่นหอมที่ให้บรรยากาศตอนตะวันลับฟ้า และชื่อนั้นจะต้องเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเท่านั้น และคำเรียกนั้นดุจดั่งกวีที่น่าหลงใหล “เลอ เบลอ” (L’Heure Bleue)
Heure ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า เวลา Bleue ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า สีน้ำเงิน อาจแปลได้ว่า “ยามเย็น” “เมื่อฟ้าสีน้ำเงิน” เป็นชื่อเรียกกลิ่นหอม ที่ไม่ซับซ้อนและมีเสน่ห์ ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
แท้ที่จริงแล้ว แรงบันดาลใจในการผลิตน้ำหอมยุคนั้น เกิดจากความหอมหวานที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ที่เต็มไปด้วยห้วงเวลา โรแมนติก
ในความคิด ของ ฌาค เกอแลง นั้น ให้ความรู้สึกว่า นี่คือยุค แห่งความงดงาม (Belle Epoque) ช่วงเวลาที่มีความสันติสุข มีความเจริญทางด้าน แฟชั่น อุตสาหกรรม อิสระเสรี ของชีวิตผู้คนในยุคนั้น
ปารีส แหล่ง วัฒนธรรม ศิวิไลซ์ เป็นศูนย์กลางศิลปิน ทุกแขนง ทั่วทุกสารทิศของศิลปินชั้นยอด จะรวมตัวกันอยู่ที่ปารีส แห่งนี้
ความสุขจากการมองโลกในแง่ดี สีสันเสียงเพลงไร้กังวล เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกได้ว่า พระเจ้ารักและทะนุถนอมผู้คนมากที่สุด เมืองที่น่าหลงใหลอย่างปารีส เมื่อพลบค่ำ ที่แห่งนี้ ผู้คนจะออกมาเข้าสังคม ใช้ชีวิต กินดื่ม ดูละครการแสดง ทานอาหารค่ำ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของยุครุ่งเรือง
ก่อนศตวรรษที่ 20 จะมาถึง เหล่า ชนชั้นมหาเศรษฐี มักถูกถากถาง วิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่พูดแบบปากต่อปาก อยู่บ่อยครั้ง ยุคที่ งานเขียนของ มาร์แซล พรุสต์ ( Marcel Proust ) ผู้เขียน วรรณกรรม เชิงจิตวิทยา โด่งดังไปทั่ว ปารีส งานวิจารณ์ผู้ทรงอิทธิพล นวนิยายในแบบที่สตรีใฝ่หา มีผลงานเกิดขึ้นมากมาย อ้างถึง สตรี งดงามดุจดอกไม้ มีความชื่นชอบในกระโปรงกลีบบาน พร้อมการตกแต่งชายกระโปรง ภายในนิยมสวมใส่ คอร์เซ็ท ที่ประดับไปด้วยเม็ดกระดุมที่มีลวดลาย ต่างๆ ทรงผมสไตล์หรูหราเป็นที่นิยม เครื่องประดับ ลายผ้า ที่เต็มไปด้วย รูปแมงปอ เป็นศิลปะที่เพิ่งเกิดใหม่ในยุคนั้น การตัดเย็บลวดลายความหมายเชิงบวกเป็นมงคล การตัดเย็บเสื้อผ้าจากตระกูล ดูเซท ตระกูล ปากิน และตระกูล พอยเร็ต เหล่าดีไซน์เนอร์ เหล่านี้ ได้แรงบันดาลใจจากทางฝั่งตะวันออก อันไกลพ้น แนวตะวันออก หายาก
แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องตัดเย็บกันอย่างเหน็ดเหนื่อย อิดโรย ตรากตรำทำงานหนัก เลยทีเดียว เพราะได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย
และแล้ว ยุคแห่งความงดงาม (Belle Epoque) ก็เริ่ม จางหายไปเมื่อโลกเข้าสู่ ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มมีความคลั่งทางสงคราม เกิดขึ้น ฌาค เกอดแลง เริ่มนับถอยหลังจากสถานการณ์ต่างๆที่เริ่มนำเข้าสู่สงคราม เค้าได้บรรยายสภาวะอารมณ์อย่างนี้เอาไว้ว่า แม้ตะวันจะลับฟ้าไปแล้ว แต่ท้องฟ้ากลับไม่ได้มืดมิดตามไป คือ แม้ว่า วันเวลาจะผ่านไปแต่เหตุการณ์สงครามการต่อสู้เพื่อได้มาซึ่งอำนาจ ก็ยังคงไม่ได้หมดไป ประโยคจากวรรณกรรมที่ใช้คำสละสลวยแต่ในเวลานั้นคือความไม่แน่นอนเลย
ความมืด สีน้ำเงินเข้มเริ่มกลืนทุกสิ่ง ตัดด้วยคลื่นจากแม่น้ำแซน ที่ให้ความรู้สึก รัก เอ็นดู มีแต่ความนุ่มนวลอ่อนโยน ความผสมผสานของโลกในเวลานั้นคิดแต่จะรังสรรค์ น้ำหอมเท่านั้น
ฌาค เกอแลง นักเคมีน้ำหอมที่มีประสบการณ์ การกลั่นความหอมมากว่า 20ปี เค้ามีความภาคภูมิใจ ทุ่มเทผลงาน สะสมประสบการณ์ ผลงานของเขาเต็มไปด้วยสีสัน ภาพวาด แบบ อิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionist) ศิลปะฝรั่งเศสในยุคศตวรรษที่ 19 สีสันผลงานภาพวาดอันเกิดจาก ภาพประทับใจเมื่อแรกเห็น ที่น้ำหอม ผลงานของเกอแลง นั้นจะถูกจัดวางไปตามสถานที่ต่าง ทั่วไป บาร์ ที่มีโดดเด่น มีเสียงเพลงคลอไปกับกลิ่นหอม เป็นไปตามบรรยากาศและสถานที่นั้นๆ
ครั้นเมื่อโลก มีแต่ความวุ่นวาย ฌาค เกอแลง เลือกที่จะกลับมาสร้างบรรยายกาศที่ดี อบอุ่นใจให้กับครอบครัว ลิลลี่ เกอแลง คือ ภรรยาคู่ชีวิต ที่เธอผู้มีความหรูหรา สง่างาม สวย ผู้ที่ทำให้ ฌาค เกอแลง หลงใหลอย่างมาก และเขาต้องการแสดงออกความรักความอบอุ่น ให้กับภรรยา ด้วยการรังสรรค์ น้ำหอม พิเศษ เฉพาะเธอ ความรัก ความอบอุ่น ความสงบสุข ประสบความสำเร็จในชีวิตต่างๆ ครอบครัวและลูกๆ แสดงถึงความรักที่ไม่จางหายไป ผ่านทางกลิ่นหอม แสดงถึงสามีที่มอบความรักนิรันดรให้ ภรรยาอันเป็นที่รัก ลิลลี่ เกอแลง คือ ผู้ที่ทำให้เขามีความปรารถนาแห่งรัก เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) ที่สามีอันเป็นที่รักได้รังสรรค์ น้ำหอมนี้เพื่อเธอ ซึ่งก็แสดงถึง ความเป็นเอกลักษณ์ในตัวลิลลี่ ด้วยกลิ่นนี้ คือ เธอ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กลิ่นหอมในตัวเธอ พลังงานออร่า เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) คือเธอ
เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) น้ำหอมที่มอบความสุขความโรแมนติก ในห้วงเวลาพลบค่ำ จนกระทั่ง เมื่อเกิด โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในการเดินทางของเรือที่ไม่มีวันจม ที่ส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตของผู้คนมากมาย เมื่อวันที่ 16 เมษายน ปี 1912 เรือไททานิค ดิ่งลงใต้ท้องทะเล เป็นข่าวที่สร้างความโศกเศร้า ตื่นตระหนก ให้กับผู้คนสังคมอย่างมาก น้ำหอม เกอแลงเลอ เบลอ (L’Heure Bleue) คือหนึ่งในการโฆษณาความแพงความหรูหรา ของชั้น เฟริส์ คลาส บนเรือ ไททานิค ในคืนสุดท้ายก่อนที่เรือจะจมลงในมหาสมุทร ชั้นเฟริส์ คลาส ของเรือยังคงมีกลิ่นความหอมของ เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) ไม่ว่าจะเป็นห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ห้องทานอาหารค่ำห้องเล่นไพ่ ลานสูบบุหรี่ เคบินลูกเรือ ท่ามกลางเรือที่แล่นไปตามท้องมหาสมุทร แอตแลนติก
ฌาค เกอแลง แสดงความรัก ความปรารถนา ผ่านทางความหอมจากดอกไม้นานาพรรณจากฝั่งตะวันออก ที่มีทั้งความสมดุลย์ทางธรรมชาติ อ่อนโยน เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) ผสานกลิ่นหอมจาก แป้ง ไอรีส วานิลลา มาร์ก คาร์เนชั่น โป๊ยกั๊ก (สมุนไพรโบราณจากแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) ซึ่งมีกลิ่นโดดเด่น ด้วยมะกรูดและโป๊ยกั๊ก ที่ให้กลิ่นสัมผัสถึงความสดชื่น นอกจากกลิ่นที่ให้ความสดชื่น แล้วยังมี คาร์เนชั่น เนโรลี เฮลิโอโทรป ที่ให้กลิ่นคล้ายวานิลลาหรือเค้กเชอรี่พาย ผสานด้วย กลิ่นกุหลายสายพันธุ์บัลแกเรีย ดอกซ่อนกลิ่นที่เจือไปด้วยความรู้สึกคิดถึง กลิ่นออกแป้งไอรีส ไวโอเลต วานิลลา และมาร์ก คือ เอกลักษณ์ความหอม ของ เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) หากใครได้ผ่านสัมผัสจากกลิ่นหอมนี้ จะรับรู้ได้ถึงความรุ่งโรจน์ เสน่หาเย้ายวนของการรังสรรค์น้ำหอมในยุคแรกของ เกอแลง การผลิตน้ำหอมที่ผ่านการกลั่น แบบ อิลดิไฮด์ (Aldehyde) กลั่นน้ำ ออกซิเจน อแกเพื่อให้ได้ ความเข้มข้น ของกลิ่น
เลอ เบลอ (L’Heure Bleue) จึงเต็มไปด้วยความเป็นผู้หญิง ที่ลึกซึ้ง ที่เหมือนจะได้กลิ่นอายหญิงหรูหรายุคก่อนสำหรับใครบางคน แต่ สำหรับบางคนอาจนึกถึง หญิงที่มีความศิวิไลซ์
ผู้แปลเรื่องนี้ก็อยากสัมผัสกลิ่น เลอ เบลอ ของ เกอแลง เช่นกันค่ะ น้ำหอมที่ผ่านมา ร้อยกว่าปี กลิ่นนั้นจะเป็นอย่างไร และขอไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือไททานิคล่ม เมื่อปี 1912 ด้วยค่ะ น้ำหอม เกอแลง ณ ปัจจุบัน ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ ของน้ำหอม ระดับไฮเอ็น ที่ราคาแพงลิบลิ่วเลยที่เดียว
ขอบคุณสำหรับผู้อ่าน ฝากให้ดาวและกดติดตามผู้เขียนผู้แปลให้ด้วยนะค่ะ
แปลจากแหล่งข้อมูล
Wordpress.com
https://elisadefeydeau.wordpress.com/2012/10/10/lheure-bleue-de-guerlain-a-100-ans/
https://www.parfumo.com/Users/DRKSHDW/Blog/Article/last-night-on-the-titanic-perfumes-on-board
ที่มา: แปลจากแหล่งข้อมูล
Wordpress.com
https://elisadefeydeau.wordpress.com/2012/10/10/lheure-bleue-de-guerlain-a-100-ans/
https://www.parfumo.com/Users/DRKSHDW/Blog/Article/last-night-on-the-titanic-perfumes-on-board
เขียนโดย moonwithstar89
เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคน
ฮาจิโกะ (Hachiko) สุนัขยอดกตัญญูแห่งญี่ปุ่น
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
6 อำเภอที่ธรรมชาติสวยที่สุดใน ประเทศไทย สัมผัสเสน่ห์ป่าเขา ทะเล และสายหมอกที่งดงามระดับโลก
Ourang Medan เรือผีสิงที่ลูกเรือตายตาค้างทั้งลำ
เทคนิคการซื้อหวย ลอตเตอรี่ให้ถูกบ่อยขึ้น "ไม่ได้อยู่ที่ดวงอย่างเดียว"
จัดอันดับ “ศัตรูของแมว” ใครเป็นตัวร้ายที่สุดในสายตาน้องเหมียว!?
หลายคนกินมานาน แต่ชื่อ “MK” แท้จริงมาจากชื่อของใคร?
สีผสมอาหารทำมาจากอะไร? ทำไมถึงไม่ควรรับประทานเยอะ
7 เรื่องน่ารู้ “วัดเขาพระ” ร่องรอยทวารวดีบนเนินเขาอู่ทอง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/8/69
6 ชุมชนที่อนุรักบ้านเก่าได้ดีที่สุดในประเทศไทย เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังมีชีวิต
10 ซิตคอมดังในยุคทองของซิตคอมไทย
Ourang Medan เรือผีสิงที่ลูกเรือตายตาค้างทั้งลำ
ฮาจิโกะ (Hachiko) สุนัขยอดกตัญญูแห่งญี่ปุ่น
7 เรื่องน่ารู้ “วัดเขาพระ” ร่องรอยทวารวดีบนเนินเขาอู่ทอง
จัดอันดับ “ศัตรูของแมว” ใครเป็นตัวร้ายที่สุดในสายตาน้องเหมียว!?
แค่เปลี่ยนวิธีวางอาหาร ก็ร้อนทั่วกว่าเดิม





