ยังมีคนขุดบิตคอยน์อยู่ไหม
ถ้าย้อนกลับไปหลายปีก่อน หลายคนอาจจำภาพคนประกอบคอมพิวเตอร์หลายเครื่องไว้ในห้อง เปิดพัดลมเป่าตลอดทั้งวันเพื่อขุดบิตคอยน์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มมีคำถามว่า ทุกวันนี้ยังมีคนขุดบิตคอยน์อยู่หรือเปล่า หรือว่ามันเลิกไปหมดแล้ว
คำตอบคือ ยังมีการขุดบิตคอยน์อยู่ และยังเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันสูงกว่าเดิมมาก เพียงแต่รูปแบบการขุดเปลี่ยนไปจากยุคแรกอย่างสิ้นเชิง
ในช่วงแรกของบิตคอยน์ ผู้ใช้สามารถขุดด้วยซีพียูของคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ ต่อมาความยากของระบบเพิ่มขึ้น ผู้คนจึงหันมาใช้การ์ดจอหรือ GPU ที่ประมวลผลได้เร็วกว่า
แต่ปัจจุบัน การ์ดจอแทบไม่สามารถแข่งขันในการขุดบิตคอยน์ได้แล้ว เพราะนักขุดส่วนใหญ่ใช้เครื่อง ASIC ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขุดบิตคอยน์โดยเฉพาะ มีประสิทธิภาพสูงกว่าและใช้พลังงานต่อกำลังประมวลผลได้คุ้มค่ากว่า
เหตุผลที่ยังมีคนขุดอยู่ เพราะการขุดคือกระบวนการยืนยันธุรกรรมบนเครือข่ายบิตคอยน์ นักขุดจะนำกำลังประมวลผลมาแข่งขันกันเพื่อแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ เมื่อมีผู้ชนะ ก็จะได้สิทธิ์เพิ่มบล็อกใหม่ลงในบล็อกเชน พร้อมรับรางวัลเป็นบิตคอยน์ที่ระบบสร้างขึ้นใหม่ และค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่รวมอยู่ในบล็อกนั้น
หลายคนอาจคิดว่าคนขุดต้องเป็นนักลงทุนรายใหญ่เท่านั้น แต่ความจริงยังมีนักขุดรายย่อยอยู่ เพียงแต่ส่วนใหญ่จะเข้าร่วม "พูลขุด" หรือ Mining Pool แทนการขุดคนเดียว
การขุดคนเดียวมีโอกาสได้รับรางวัลน้อยมาก เพราะต้องแข่งขันกับกำลังประมวลผลมหาศาลจากทั่วโลก การรวมตัวกันในพูลทำให้สมาชิกแบ่งปันกำลังขุด และเมื่อพูลได้รับรางวัล ก็จะแบ่งผลตอบแทนตามสัดส่วนกำลังประมวลผลที่แต่ละคนส่งเข้ามา
สิ่งที่เปลี่ยนไปมากคือสถานที่ตั้งของเหมืองขุด ในอดีตหลายประเทศเคยเป็นศูนย์กลางการขุด แต่เมื่อค่าไฟฟ้า นโยบายภาครัฐ หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป บริษัทจำนวนมากก็ย้ายฐานไปยังพื้นที่ที่มีต้นทุนพลังงานต่ำกว่า หรือมีแหล่งพลังงานเหลือใช้ เช่น พลังน้ำ พลังลม หรือก๊าซธรรมชาติที่เดิมอาจถูกปล่อยทิ้ง
ค่าไฟฟ้ายังคงเป็นต้นทุนสำคัญที่สุด เพราะเครื่อง ASIC ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง หากค่าไฟสูงเกินไป รายได้จากการขุดอาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย แม้ว่าราคาบิตคอยน์จะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
อีกปัจจัยหนึ่งคือ "ความยากในการขุด" ซึ่งระบบบิตคอยน์จะปรับโดยอัตโนมัติให้เหมาะกับกำลังประมวลผลรวมของเครือข่าย หากมีนักขุดเพิ่มขึ้น ความยากก็จะเพิ่มตาม ทำให้การได้รางวัลยากขึ้น แต่หากนักขุดลดลง ความยากก็จะลดลงในรอบการปรับถัดไป
นอกจากนี้ ทุก ๆ ประมาณสี่ปี จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Halving ซึ่งเป็นการลดรางวัลที่นักขุดได้รับต่อบล็อกลงครึ่งหนึ่ง เหตุการณ์นี้ทำให้รายได้จากการขุดลดลงทันที หากราคาบิตคอยน์ไม่เพิ่มขึ้นหรือค่าไฟสูงเกินไป นักขุดบางรายอาจต้องหยุดดำเนินการ เพราะไม่คุ้มทุน
หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าหลังเกิด Halving จะไม่มีใครขุดอีก แต่ในความเป็นจริง เครือข่ายยังคงทำงานต่อไป เพราะผู้ที่มีเครื่องประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำยังสามารถทำกำไรได้ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ต้นทุนสูงอาจค่อย ๆ ถอนตัวออกจากตลาด
ปัจจุบัน การขุดบิตคอยน์จึงไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกของคนประกอบคอมพิวเตอร์เหมือนในอดีต แต่กลายเป็นธุรกิจที่ต้องคำนวณทั้งต้นทุนพลังงาน ประสิทธิภาพของเครื่อง การระบายความร้อน การซ่อมบำรุง และการบริหารความเสี่ยงจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัล
แม้จะยังมีนักขุดรายย่อยอยู่ แต่ภาพที่พบมากขึ้นคือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีเครื่อง ASIC หลายพันหรือหลายหมื่นเครื่องทำงานพร้อมกันตลอดเวลา เพื่อรักษาการทำงานของเครือข่ายบิตคอยน์และแข่งขันกันสร้างบล็อกใหม่
ดังนั้น หากถามว่ายังมีคนขุดบิตคอยน์อยู่ไหม คำตอบคือยังมี และยังเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกวันทั่วโลก เพียงแต่ผู้ชนะในสนามแข่งขันยุคนี้ไม่ใช่คนที่มีคอมพิวเตอร์แรงที่สุด แต่เป็นคนที่สามารถบริหารต้นทุนพลังงาน ใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพ และวางแผนการดำเนินงานได้คุ้มค่าที่สุด
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
รีวิวหนังดัง PRINCE OF PERSIA THE SAND OF TIME
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
5 รถยนต์มือสองยุค 90s ที่ราคามือสองแพงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง!
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทย
ไปชายหาดเปลือยครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง
5 กล้องฟิล์มมือสองยอดฮิต จากราคาที่เคยจับต้องได้ สู่ตลาดปี 2026 ที่พุ่งแรงจนน่าตกใจ
เปิดมูลค่า 10 แผ่นเสียง Vinyl หายากในไทย ที่ดีเจและนักสะสมแย่งกันซื้อ
ค่าตัวพิธีกรรายการดัง คิดกันอย่างไร ได้มากกว่าที่คนดูคาดหรือไม่
เรย์ แมคโดนัลด์ เสียชีวิตวัย 49 ปี ข่าวเศร้าวงการบันเทิงไทย เปิดไทม์ไลน์เหตุการณ์และผลงานที่คนยังคิดถึง
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด


