ทำไมกินพริกแล้วถึงแสบปาก ความจริงที่สมองเราถูกหลอกจนหน้าแดง
เคยสงสัยกันไหมครับว่า เวลาเรานั่งกินส้มตำ เติมพริกขี้หนูสวนลงไปสักห้าหกเม็ด แล้วทำไมตัวเราถึงมีปฏิกิริยาแปลกๆ เดี๋ยวหน้าแดง เดี๋ยวเหงื่อซึม แล้วที่สำคัญคือความรู้สึกแสบร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วปาก ทั้งที่ความจริงแล้วเราไม่ได้กินอะไรที่ร้อนจัดเหมือนน้ำเดือดเสียหน่อย หลายคนอาจจะชินจนมองข้ามไป แต่ถ้าลองหยุดคิดดูสักนิด มันก็น่าสนใจดีนะครับ ว่าทำไมร่างกายเราถึงตอบสนองแบบนี้
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้มันอยู่ที่สารเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า แคปไซซิน ซึ่งเป็นสารประกอบที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อนนั่นเอง เวลาที่เราเคี้ยวพริก สารตัวนี้มันเข้าไปจับกับตัวรับสัญญาณในปากของเรา ซึ่งตัวรับสัญญาณพวกนี้ปกติแล้วมันทำหน้าที่ตรวจจับอุณหภูมิที่สูงเกินไป เพื่อเตือนภัยว่าเรากำลังกินของที่ร้อนเกินรวดเร็วจะทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย แต่เจ้าสารแคปไซซินนี่แหละครับที่เข้าไปทำตัวเนียนเป็นของร้อน ไปหลอกล่อให้ตัวรับสัญญาณเข้าใจผิดว่าเรากำลังกินไฟอยู่ สมองของเราที่ได้รับสัญญาณเตือนภัยก็เลยตกใจ รีบสั่งการให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน ทั้งที่จริงๆ แล้วอุณหภูมิในปากเราไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด นี่คือกลไกการเอาตัวรอดของร่างกายที่ถูกความฉลาดของพริกตลบหลังเข้าเต็มๆ
เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ว่า มนุษย์เราเนี่ยเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลก เพราะยอมถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางคนเวลากินเผ็ดแล้วรู้สึกทรมาน แต่พอจบมื้อนั้นไป ไม่นานก็กลับมาหาของเผ็ดๆ กินอีก หลายคนบอกว่ามันเป็นความท้าทาย เป็นความสะใจแบบบอกไม่ถูก เหมือนเราได้เอาชนะสัญญาณเตือนภัยของสมองตัวเอง ให้ความรู้สึกสดชื่นหลังจากที่เหงื่อแตกพล่าน เหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกมา บางคนมองว่ามันคือศิลปะของการปรุงอาหาร ที่ทำให้รสชาติมีความลึกซึ้งและตื่นเต้นขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายคนที่มองว่าการกินเผ็ดจัดๆ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากสร้างภาระให้กระเพาะอาหารและระบบขับถ่าย ต้องแลกด้วยความเจ็บปวดระหว่างการกินและหลังจากนั้น ถือเป็นการทรมานตัวเองที่เกินความจำเป็นไปหน่อยหรือเปล่า
ถ้าถามว่าแบบไหนคือคำตอบที่ถูกต้อง ก็คงหาข้อสรุปยากครับ เพราะเรื่องความชอบในการกินมันเป็นเรื่องปัจเจก การมองว่าความเผ็ดคือความอร่อยหรือความทรมาน ขึ้นอยู่กับว่าใครให้ความสำคัญกับความรู้สึกแบบไหนมากกว่ากัน คนที่ชอบก็มีความสุขกับเอนโดรฟินที่หลั่งออกมาตอนเผ็ดจัดๆ ส่วนคนที่ไม่ชอบก็อาจจะมองหาความสุนทรีย์ในการทานอาหารจากอย่างอื่นเช่น รสชาติของวัตถุดิบหรือความกลมกล่อมที่ไม่ต้องมีอะไรมาหลอกสมองให้แสบปากแบบนี้
บางครั้งการนั่งสังเกตตัวเองตอนกินเผ็ดๆ ก็ดูเป็นการทดลองที่สนุกดีเหมือนกันนะครับ เราอาจจะลองสังเกตดูว่าเวลาคนรอบข้างกินเผ็ด พวกเขามีปฏิกิริยายังไง หลายคนอาจจะดื่มนมตามเพื่อล้างความเผ็ด บางคนก็รีบคว้าน้ำเย็นมาซด หรือบางคนนั่งเหงื่อซึมแต่ยังคงกินต่อไปไม่ยอมแพ้ ใครมีความเห็นยังไงกับการที่สมองเราถูกพริกหลอกแบบนี้ หรือมีวิธีรับมือความเผ็ดแบบที่ตัวเองคิดว่าได้ผลที่สุด ลองคุยกันดูได้นะครับ เผื่อจะเป็นทริคดีๆ ที่เอาไว้ใช้แบ่งปันกันในมื้ออาหารครั้งต่อไปครับ
มาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
น้ำสีแดงที่ Blood Falls เกิดขึ้นได้อย่างไร
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
ทำไมยายห่อข้าวน้อยในบุญข้าวประดับดินต้องทำตอนเช้ามืด
ทำไมภาคใต้ของไทยจึงรู้สึกเหมือนมีเพียงฤดูร้อนกับฤดูฝน
เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาท
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69
7 สายมหาวิทยาลัย ที่เรียนแล้วมีโอกาสทำงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ต่อยอดได้จริง
เจาะตาราง 'มหาทักษา' 16 ก.ย. 69 ชน 7-2 แตกยับๆ อย่าหาว่าไม่เตือน!
ราคาที่ดินตารางวาละ 3.6 ล้านบาทอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69
อาชีพที่เหนื่อยและไม่มีใครอยากทำ แต่ถ้าขาดคนทำ ประเทศเดินต่อยาก
น้ำสีแดงที่ Blood Falls เกิดขึ้นได้อย่างไร
ทำไมยายห่อข้าวน้อยในบุญข้าวประดับดินต้องทำตอนเช้ามืด
สิ่งที่ไม่อาจจะลงตัวแต่กลับลงตัวกันได้ในอินเดีย "อาหารเพื่อสุขภาพ"
ทำไมภาคใต้ของไทยจึงรู้สึกเหมือนมีเพียงฤดูร้อนกับฤดูฝน
ร้านอาหารใต้อร่อยรสจัดจ้านต้องยกให้ร้านนี้เลย
หากว่ามาถึงอินเดีย ต้องลองเพ้นท์คำว่าโอมนมัสศิวะ" สมุนไพรเย็นบำรุงมือ
สิ่งที่ไม่อาจจะลงตัวแต่กลับลงตัวกันได้ในอินเดีย "อาหารเพื่อสุขภาพ"
ออกซิเจนและวิวดีๆ ไม่ได้ดีสำหรับมนุษย์เท่านั้น แม้สัตว์ที่เรานั้นเรียกว่าเดรัจฉานชอบเช่นกัน
กลิ่นอายแห่งปัญญาชน ในชัยปุระ อิสระภาพทางการศึกษา